วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/GRAURU <p><strong>วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์<br />ISSN 2821-9708 (Online) </strong><strong> </strong></p> <p><strong>เกี่ยวกับวารสาร</strong><br /> วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เปิดตีพิมพ์ในบทความวิจัย โดยเป็นฉบับภาษาไทยและสามารถส่งบทความออนไลน์ได้ที่ <a href="https://so06.tci-thaijo.org/index.php/GRAURU/about/submissions" target="_blank" rel="noopener">Submissions</a> <strong><img src="https://so04.tci-thaijo.org/public/site/images/cherdvongseang/newdata12.gif" alt="newdata12.gif" /> </strong>วารสารดังกล่าวเป็นเวทีทางปัญญาสำหรับการทำงานในสาขาสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ซึ่งตีพิมพ์ 2 ฉบับ เป็นประจำทุกปี<br /> - ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน)<br /> - ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม)</p> <p><strong>ขอบเขตของวารสาร<br /></strong> วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เปิดรับบทความที่กล่าวถึงประเด็นต่อไปนี้:<strong><br /></strong></p> <ul> <li><span class="JsGRdQ">General Social Sciences </span><span class="JsGRdQ">: สังคมศาสตร์ทั่วไป <br /><strong>(การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, วิถีชีวิตของคน ชุมชน ท้องถิ่น, การขับเคลื่อนชุมชนบนฐานนโนบายและวิถีชีวิต)</strong></span></li> <li><span class="JsGRdQ">Communication </span><span class="JsGRdQ">: การสื่อสาร <br /></span></li> <li><span class="JsGRdQ">Education</span><span class="JsGRdQ"> : การพัฒนาทางการศึกษา <br /><strong>(พัฒนาสมรรถนะกำลังคน, ชุมชน ท้องถิ่น, การเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม, การเรียนรู้ตลอดชีวิต)</strong></span></li> <li><span class="JsGRdQ">Development</span><span class="JsGRdQ"> : การพัฒนา <br /><strong>(การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต ของคน ชุมชน ท้องถิ่น)</strong></span></li> <li><span class="JsGRdQ">Health</span> <span class="JsGRdQ">(Social Sciences)</span><span class="JsGRdQ"> : สุขภาพ (สังคมศาสตร์) <br /><strong>(การพัฒนาสุขภาวะของคนในชุมชน ท้องถิ่นทุกช่วงวัย)</strong></span></li> </ul> <p><strong>ประเภทของบทความที่รับตีพิมพ์ <br /></strong> บทความวิจัย</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์<br /></strong> <span lang="TH">ภาษาไทย </span></p> <p><strong><span lang="TH">ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่<br /></span></strong><span lang="TH"> จำนวน <strong>2,000 </strong>บาท<strong> (สำหรับบุคคลภายในมหาวิทยาลัยฯ)<br /></strong> จำนวน <strong>3,500</strong> บาท<strong> (สำหรับบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยฯ)</strong></span></p> <p><span lang="TH"><strong>** ธนาคารกรุงไทย สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เลขที่บัญชี : 661-0-17818-6**<br /><br /></strong><em><strong>หมายเหตุ</strong> : ผู้ส่งบทความต้องชำระค่าธรรมเนียมหลังจากที่กองบรรณาธิการพิจารณาเบื้องต้น และก่อนจะดำเนินการส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer review) พิจารณาบทความ ทั้งนี้ถ้าบทความ “ถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ (Rejected)”กองบรรณาธิการจะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมให้กับผู้นิพนธ์ในทุกกรณี</em><strong><br /></strong></span></p> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่<br /></strong> <span lang="TH">ฉบับที่ </span>1 <span lang="TH">มกราคม - มิถุนายน</span><br /> <span lang="TH">ฉบับที่ </span>2 <span lang="TH">กรกฎาคม - ธันวาคม<br /><br /></span><strong><span class="JsGRdQ">การเขียนเอกสารอ้างอิง<br /></span></strong><span class="Y2IQFc" lang="th"> การอ้างอิงควรเป็นไปตามมาตรฐานที่สรุปของ APA(7)</span></p> <p><span class="Y2IQFc" lang="th"><strong>กระบวนการ Review<br /></strong> บทความแต่ละบทความจะได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) จาก<strong>ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน</strong> <strong>จากหลากหลายสถาบัน โดยเป็นการประเมินบทความที่ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อ สังกัดของกันและกัน (Double-blind Review) และผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินบทความดังกล่าวปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่หลากหลาย ไม่ได้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเดียวกับผู้นิพนธ์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิพิจาราณาบทความที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง</strong> และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ <strong> </strong></span><span class="Y2IQFc" lang="th"><span lang="TH">โดยวารสารมีขั้นตอนดำเนินการจัดพิมพ์ดังนี้</span><br /> 1. <span lang="TH">กองบรรณาธิการวารสารฯ จะตรวจสอบความสมบูรณ์และถูกต้องของต้นฉบับ</span> <br /> 2. <span lang="TH">จัดส่งต้นฉบับให้ผู้ทรงคุณวุฒิ (</span>Peer Review) <span lang="TH">ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง อ่านประเมินต้นฉบับ บทความละ 3</span> <span lang="TH">ท่าน</span> <br /> 3. <span lang="TH">ส่งให้ผู้เขียนแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิ (</span>Peer Review) <span lang="TH">สามารถอธิบายหรือชี้แจงข้อสงสัย ผ่านบรรณาธิการ</span> <br /> 4. <span lang="TH">กองบรรณาธิการวารสารฯ ตรวจสอบความถูกต้อง และจัดพิมพ์ต้นฉบับ</span> <br /> 5. <span lang="TH">จัดส่งต้นฉบับให้กับโรงพิมพ์ ดำเนินการจัดทำรูปเล่ม</span> <br /> 6. <span lang="TH">กองบรรณาธิการวารสารฯ ดำเนินการเผยแพร่วารสาร<br /><br /></span></span><span class="Y2IQFc" lang="th"><strong>บรรณาธิการวารสาร<br /></strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัญญา จันทร์ตรง<strong><br /></strong>ศูนย์ส่งเสริมบัณฑิตศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต <br />มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์<br />เลขที่ 27 ถนนอินใจมี ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์<br />โทรศัพท์สายตรง: 089-9617457<br />Email: </span>tanyajantrong@gmailcom</p> <h2><strong>Indexed in<br /> <img src="https://so06.tci-thaijo.org/public/site/images/socjourn/tci_30.png" /> </strong><img src="https://so06.tci-thaijo.org/public/site/images/socjourn/scholar_logo_30.png" /> <a href="https://www.tci-thaijo.org/" target="_blank" rel="noopener"><img src="https://so06.tci-thaijo.org/public/site/images/socjourn/thai-jo_30x.png" width="164" height="27" /></a> <a href="https://portal.issn.org/resource/ISSN/2774-0315" target="_blank" rel="noopener"><img src="https://so06.tci-thaijo.org/public/site/images/socjourn/ISSN_150x.png" width="105" height="30" /></a> </h2> ศูนย์ส่งเสริมบัณฑิตศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ th-TH วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 2821-9708 <p><strong>แนวคิดและทัศนะในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ </strong><strong>การนำบทความหรือส่วนหนึ่งของบทความไปตีพิมพ์เผยแพร่ ให้อ้างอิงแสดงที่มา และข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนบทความ</strong></p> <p> </p> กระบวนการสื่อสารดิจิทัลในการส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่นำผลผลิตและสินค้าร่วมจดทะเบียนขอใช้ตราสินค้าชุมชนที่แสดงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี https://so06.tci-thaijo.org/index.php/GRAURU/article/view/290601 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของเกษตรกรรุ่นใหม่ในการนำผลผลิต และสินค้าจดทะเบียนขอใช้ตราสินค้าชุมชนที่แสดงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี และศึกษากระบวนการสื่อสารดิจิทัลในการส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่นำผลผลิตและสินค้าจดทะเบียนดังกล่าว การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากฐานข้อมูลเกษตรกร รุ่นใหม่ของสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี จำนวน 331 คน ซึ่งผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการและมีประสบการณ์ทำเกษตรไม่น้อยกว่า 1 ปี ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ เข้าร่วมโครงการยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จำนวน 10 คน จาก 10 อำเภอ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และดัชนีลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็น </p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ความต้องการจำเป็นสูงสุดของเกษตรกรรุ่นใหม่ คือกิจกรรมเชิงรุกที่ผสมผสาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปทุเรียน GI ด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น (PNI = 1.74) รองลงมาคือการฝึกอบรมด้านการตลาดและสื่อออนไลน์เพื่อเสริมทักษะการพัฒนาสินค้า GI (PNI = 1.67) และการจัดให้มีช่องทาง ถาม–ตอบผ่านแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ (PNI = 1.60) สำหรับกระบวนการสื่อสารดิจิทัลที่เหมาะสมคือ ADDOE Model ซึ่งผู้วิจัยสังเคราะห์ขึ้น ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนา การปฏิบัติการ และการประเมินผล โดยใช้ยุทธศาสตร์การเล่าเรื่อง และสื่อสารดิจิทัล ผ่านเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก และไลน์ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมเชิงรุกของเกษตรกร นำไปสู่การตัดสินใจจดทะเบียนสินค้า GI อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การใช้กลยุทธ์การสื่อสารดิจิทัลที่บูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับบริบทท้องถิ่นสามารถเสริมพลังการมีส่วนร่วมของเกษตรกรรุ่นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารของหน่วยงานภาครัฐ และ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าชุมชนที่แสดงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรีได้อย่างยั่งยืน </p> ทอมมี่ เจนเสน จำเริญ คังคะศรี ภูริพัฒน์ แก้วตาธนวัฒนา อุทิศ บำรุงชีพ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-10 2026-03-10 16 1 J.ISD 290601 การพัฒนาขีดความสามารถกลุ่มวัยทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย ของเทศบาลตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/GRAURU/article/view/290977 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาระดับและลักษณะความต้องการการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มวัยทำงาน ศึกษากระบวนการเพิ่มขีดความสามารถและสร้างรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถของ กลุ่มวัยทำงาน และสังเคราะห์กลไกการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มวัยทำงานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน 3 ระยะ ประชากร คือ กลุ่มวัยทำงานอายุ 35-59 ปี จำนวน 377 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารเทศบาล แกนนำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พระสงฆ์ และตัวแทนภาคการเงิน จำนวน 30 คน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ระดับความต้องการในการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มวัยทำงานโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านความรอบรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และโดยด้านการเงินมีค่าเฉลี่ย ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่าคะแนนความรอบรู้ด้านการเงินและด้านเทคโนโลยีดิจิทัลหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 และมีความพึงพอใจในระดับสูง ส่วนกลไกการเพิ่มขีดความสามารถขับเคลื่อนที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายภาคีในพื้นที่ ในการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระดับชุมชน</p> ศรันย์ ปองนิมิตรพร ยุพิน เถื่อนศรี ชมภู่ บุญไทย นภดล เลือดนักรบ ดวงดาว เทพทองคำ พิสุทธิ์ ศรีจันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-02 2026-03-02 16 1 J.ISD 290977 แนวทางการส่งเสริมคุณลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติแบบบูรณาการการทำงาน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/GRAURU/article/view/294669 <p>การพัฒนาคุณลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับอุดมศึกษาเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 และพัฒนาแนวทางการส่งเสริมคุณลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตในสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติแบบบูรณาการการทำงาน ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 332 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามคุณลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตของนิตยา สำเร็จผล (2547) ครอบคลุม 4 องค์ประกอบ ได้แก่ เจตคติต่อการเรียนรู้ ทักษะและความสามารถที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต และคุณลักษณะที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 8 คน ได้แก่ ผู้บริหาร 3 คน และอาจารย์ผู้สอน 5 คน คัดเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคุณลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̄= 4.34, S.D. = 0.73) เมื่อจำแนกตาม 4 องค์ประกอบตามกรอบแนวคิดของนิตยา สำเร็จผล (2547) พบว่าด้านเจตคติต่อการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (𝑥̄= 4.63, S.D. = 0.60) ขณะที่ด้านทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (𝑥̄= 4.21, S.D. = 0.83) สะท้อนช่องว่างเชิงโครงสร้างระหว่างเจตคติกับทักษะการกำกับตนเอง สำหรับแนวทางการส่งเสริมคุณลักษณะการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ผลการสังเคราะห์จากการสัมภาษณ์เชิงลึกได้ 4 แนวทาง ได้แก่ 1. ด้านนโยบายของสถาบัน ควรกำหนดทักษะการกำกับตนเองเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้หลัก (PLO) เชื่อมโยงกับระบบประกันคุณภาพ 2. ด้านการจัดการเรียนรู้ ควรออกแบบกิจกรรม Active Learning บูรณาการกับวงจรสะท้อนคิด Gibbs' Reflective Cycle (1988) อย่างเป็นระบบ 3. ด้านการวัดและประเมินผล ควรนำ Digital Portfolio และ Rubric มาตรฐานมาใช้ฝึกการประเมินตนเองอย่างต่อเนื่อง และ 4. ด้านสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ควรพัฒนา Learning Hub และแพลตฟอร์ม Mobile Learning ควบคู่กับแนวปฏิบัติการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีวิจารณญาณ</p> ดรุณี จันทกุล วรัทยา ธรรมกิตติภพ ภัทรา วยาจุต ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-22 2026-05-22 16 1 J.ISD 294669