https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/issue/feed วารสารครุศาสตร์ปัญญา 2026-04-02T22:57:07+07:00 Mr.Samrit Kangpheng skangpheng@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสารครุศาสตร์ปัญญา (IEJ) ISSN:</strong> <strong>2822-0218 (Online)</strong> เป็นวารสารวิชาการหลักอย่างเป็นทางการที่จัดทำในนามหน่วยพัฒนาครู บริษัท ครุศาสตร์ปัญญา จำกัด สถาบันคุรุพัฒนา โดยวารสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านศึกษาและสหวิทยาการที่เกี่ยวข้อง สำหรับนักการศึกษา นักวิจัย นักพัฒนา และนักปฏิบัติ โดยวารสารดำเนินการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการทางด้านการศึกษาและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับและพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาผ่านกระบวนการพิจารณาคัดเลือกและประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสากลของวารสารวิชาการ วารสารครุศาสตร์ปัญญา เผยแพร่เผยแพร่ปีละ 6 ฉบับ โดยทุกบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ทั้งนี้จะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blind Peer Review) เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>ประเภทของผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร</strong><br />1) บทความวิจัย (research article)</p> <p>2) บทความวิชาการ (academic article)</p> <p>3) บทความเทคนิค (technical article)</p> <p>4) บทความรับเชิญ (Invited Article) หรือบทความอื่นๆ (Other Article)</p> <p><strong>กำหนดออกเผยแพร่วารสาร</strong><br />มีกำหนดการเผยแพร่ปีละ 6 ฉบับ ดังนี้<br />- ฉบับที่ 1 มกราคม – กุมภาพันธ์<br />- ฉบับที่ 2 มีนาคม – เมษายน <br />- ฉบับที่ 3 พฤษภาคม – มิถุนายน<br />- ฉบับที่ 4 กรกฎาคม – สิงหาคม<br />- ฉบับที่ 5 กันยายน – ตุลาคม<br />- ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน – ธันวาคม</p> <p><strong>อัตราค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ</strong><br />เปิดรับบทความวิจัย (research article) บทความวิชาการ (academic article) บทความเทคนิค (technical article) และบทความรับเชิญ (Invited Article) หรือบทความอื่นๆ (Other Article) โดยมีค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ 4,500 บาทต่อบทความ ยกเว้นบทความรับเชิญไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม</p> <p><strong>การพิจารณาบทความ</strong></p> <p>บทความวิจัย (research article) บทความวิชาการ (academic article) บทความเทคนิค (technical article) และบทความรับเชิญ (Invited Article) หรือบทความอื่นๆ (Other Article) ทางกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาเบื้องต้นในด้านคุณภาพของบทความ โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 5 วันทำการหากเห็นว่าไม่มีคุณภาพเพียงพอจะไม่ดำเนินการต่อ หรืออาจส่งให้ปรับแก้ไขก่อน<br />บทความที่พิจารณาแล้วเหมาะสม มีคุณภาพ จะส่งผู้ทรงคุณวุฒิตามความเชี่ยวชาญของสาขาวิชานั้น พิจารณากลั่นกรอง (Peer review) 3 ท่าน โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์<br />เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ผลเป็นประการใดทางกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ท่านทราบ ภายในเวลา 1-10 วันหลังจากได้รับจากผู้ทรงคุณวุฒิครบทั้ง 3 ท่าน<br />ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิท่านต้องปรับแก้ หากไม่ปรับแก้จะไม่ได้รับการตีพิมพ์ และระยะเวลาการแก้ไขไม่ควรเกิน 15 วัน</p> <p><br /><strong>เกณฑ์การพิจารณาบทความ</strong></p> <p>บทความพิเศษ (selected article) บทความวิจัย (research article) บทความเทคนิค (technical article) และบทความปริทัศน์ (review article) ทางกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาเบื้องต้น ในด้านคุณภาพของบทความ และการจัดรูปแบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดของวารสารฯ หากเห็นว่าไม่มีคุณภาพเพียงพอจะไม่ดำเนินการต่อ หรืออาจส่งให้ปรับแก้ไขก่อน บทความที่พิจารณาแล้วเหมาะสม มีคุณภาพ จะส่งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกตามความเชี่ยวชาญของสาขาวิชา พิจารณากลั่นกรอง (Peer review) 3 ท่าน<br />เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ผลเป็นประการใดทางกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ท่านทราบ<br />ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิท่านต้องปรับแก้ หากไม่ปรับแก้จะไม่ได้รับการตีพิมพ์<br />เมื่อมีการปรับแก้เป็นไปตามผู้ทรงคุณวุฒิ กองบรรณาธิการจะตรวจสอบความสมบูรณ์เนื้อหาบทความให้เป็นไปตามรูปแบบของวารสาร และตรวจสอบไฟล์รูปภาพที่ใช้ในบทความที่มีความคมชัดในการจัดพิมพ์ก่อนเผยแพร่บทความ</p> <p><strong>แนวทางการต่อติดประสานงานและมีความประสงค์ขอตีพิมพ์</strong><br />ประสานเจ้าหน้าที่วารสาร เพื่อทราบรายละเอียดเบื้องต้น (เช่น รอบการตีพิมพ์, หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ ฯลฯ) e-mail: karusatpanya@gmail.com โทร: 088-5606666 (ผศ.ดร.สัมฤทธิ์ กางเพ็ง)</p> https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/290695 Research on Strategies to Enhance Kindergarten Teachers’ Self-Efficacy in Implementing Project Activities: A Case Study of Selected Kindergartens in Henan, China 2025-12-17T14:28:23+07:00 Yanzi Zhang 34827483@qq.com <p>The purposes of this research were: 1) to explore the factors affecting kindergarten teachers’ self-efficacy in implementing project activities, based on the context of kindergartens in China, and 2) to enhance teachers’ self-efficacy in implementing project activities through an Intervention Design and Implementation (IDI) study. This study involved 203 teachers from three public kindergartens in Henan Province, China, employing an Intervention Design and Implementation (IDI) approach combined with a mixed-methods research paradigm. First, the questionnaire’s reliability and validity were assessed using Item-Objective Congruence (IOC) and a pilot test, and multiple linear regression (MLR) was used to analyze relationships among variables. Subsequently, 30 teachers were selected via convenience sampling to undergo a 16-week IDI intervention; 10 of them participated in semi-structured interviews. Finally, paired-sample t-tests were conducted to compare pre- and post-intervention data and verify the intervention effect. The study found that: 1) collective focus on student learning, reflective dialogue, colleague trust, and emotional intelligence have significant effects on teachers’ self-efficacy, whereas derivatized practice and teacher collaboration do not have significant effects. 2) After the IDI intervention, all independent variables in this study showed significant improvement (p &lt; 0.05). Concurrently, there was a significant difference in teacher self-efficacy between the pre-IDI and post-IDI conditions, t (29) = -5.36, p &lt; .001, with a mean difference of -0.775.</p> <p><strong>Keywords:</strong> Intervention Design and Implementation, Teacher Self-efficacy, Project Activities, Kindergarten Teachers, Professional Learning Community</p> 2026-04-02T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์ปัญญา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/293261 การควบคุมตรวจสอบการใช้หลักนิติธรรมตามกฎหมายปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครอง 2026-03-03T10:55:09+07:00 กำพล วันทา kamponw823@gmail.com <p>บทความนี้มุ่งศึกษา “หลักนิติธรรม” ภายใต้กฎหมายปกครองที่เป็นหลักการสำคัญในการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองที่มีผลเป็นการกระทบต่อสิทธิของปัจเจกชน โดยปัญหาทางกฎหมายสำคัญอยู่ที่ความเสี่ยงซึ่งฝ่ายปกครองอาจใช้ดุลพินิจโดยขาดกรอบจำกัดที่เพียงพอตามหลักความชอบด้วยกฎหมาย หลักความได้สัดส่วน และความเป็นธรรมทางกระบวนการ จนอาจมีผลเป็นการกระทบต่อสิทธิของปัจเจกชน และทำให้การเยียวยาทางกฎหมายไม่มีประสิทธิผล งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ (1) อธิบายความสัมพันธ์เชิงหลักการระหว่างกฎหมายปกครองกับหลักนิติธรรม (2) ระบุมาตรฐานทางกฎหมายหลักที่ใช้ควบคุมตรวจสอบอำนาจทางปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครอง และ (3) ประเมินกรอบอำนาจขององค์กรภายในฝ่ายปกครอง ตามกฎหมายไทยโดยอาศัยข้อค้นพบเชิงเปรียบเทียบจากประเทศที่ใช้อำนาจทางปกครองและการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจทางปกครองของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครอง โดยใช้การวิจัยเชิงเอกสารทางนิติศาสตร์ ประกอบการวิเคราะห์เชิงเหตุผลทางกฎหมายและการเปรียบเทียบกฎหมาย โดยใช้ข้อมูลจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยหลักนิติธรรม โครงสร้างสถาบันศาลปกครอง คำวินิจฉัย/คำพิพากษาศาลที่สะท้อนการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและความได้สัดส่วน รวมทั้งงานวิชาการสำคัญเกี่ยวกับหลักนิติธรรมและหลักความได้สัดส่วน ผลการศึกษาพบว่า ทั้งในระบบกฎหมายต่างประเทศและระบบกฎหมายประเทศไทย กฎหมายได้กำหนดให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครอง ในการบริการสาธารณะที่มีผลเป็นการกระทบต่อสิทธิของปัจเจกชนจะต้องมีฐานอำนาจและใช้อำนาจให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย และการใช้อำนาจดังกล่าวจะต้องไม่เกินหลักแห่งความได้สัดส่วนและหลักแห่งความเป็นธรรม แต่กระนั้นก็ตาม เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายปกครององค์กรภายในฝ่ายปกครองของไทยยังทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายปกครองในหลักนิติธรรม และในการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังไม่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง จึงมีนัยว่าจำเป็นต้องเสริมสร้างระบบกลไกที่เป็นมาตรฐานมีความชัดเจน แน่นอน และเป็นธรรม เพื่อให้การปฏิบัติตามหลักนิติธรรมอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีระบบกลไกในการควบคุมตรวจสอบให้ มีประสิทธิภาพเพื่อทำให้หลักนิติธรรมเกิดผลอย่างในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง</p> <p><strong>คำสำคัญ: </strong>หลักนิติธรรม, การใช้อำนาจทางปกครอง, ดุลพินิจทางปกครอง, หลักความชอบด้วยกฎหมาย, หลักความได้สัดส่วน</p> 2026-04-02T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์ปัญญา