วารสารส่งเสริมการเรียนรู้
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/LAEJ
<p><strong>จุดมุ่งหมายและขอบเขต (</strong><strong>Aim and Scope) <br /></strong> วารสารส่งเสริมการเรียนรู้ (Learning Encouragement Journal) ISSN: 3027-7981 (Online) มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่บทความพิเศษ (selected article) บทความวิจัย (research article) บทความเทคนิค (technical article) และบทความปริทัศน์ (review article) ด้านครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และด้านอื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์กับการศึกษา ปีละ 6 ฉบับ โดยทุกบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ทั้งนี้จะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blind Peer Review) เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>ประเภทของผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร<br /></strong> 1) บทความพิเศษ (selected article) <br /> 2) บทความวิจัย (research article) <br /> 3) บทความเทคนิค (technical article) <br /> 4) บทความปริทัศน์ (review article)</p> <p><strong>กำหนดออกเผยแพร่วารสาร<br /></strong> วารสารส่งเสริมการเรียนรู้ (Learning Encouragement Journal) มีกำหนดการเผยแพร่ปีละ 6 ฉบับ ดังนี้<br /> - ฉบับที่ 1 มกราคม – กุมภาพันธ์<br /> - ฉบับที่ 2 มีนาคม – เมษายน <br /> - ฉบับที่ 3 พฤษภาคม – มิถุนายน<br /> - ฉบับที่ 4 กรกฎาคม – สิงหาคม<br /> - ฉบับที่ 5 กันยายน – ตุลาคม<br /> - ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน – ธันวาคม<strong> </strong> </p> <p><strong>อัตราค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ<br /></strong> เปิดรับบทความพิเศษ (selected article) บทความวิจัย (research article) บทความเทคนิค (technical article) และบทความปริทัศน์ (review article) <strong>โดยมีค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ 2,000 บาทต่อบทความ ยกเว้นบทความพิเศษไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม</strong></p> <p><strong>การพิจารณาบทความ</strong></p> <ol> <li>บทความพิเศษ (selected article) บทความวิจัย (research article) บทความเทคนิค (technical article) และบทความปริทัศน์ (review article) ทางกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาเบื้องต้นในด้านคุณภาพของบทความ โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณ 5 วันทำการหากเห็นว่าไม่มีคุณภาพเพียงพอจะไม่ดำเนินการต่อ หรืออาจส่งให้ปรับแก้ไขก่อน</li> <li>บทความที่พิจารณาแล้วเหมาะสม มีคุณภาพ จะส่งผู้ทรงคุณวุฒิตามความเชี่ยวชาญของสาขาวิชานั้น พิจารณากลั่นกรอง (Peer review) 3 ท่าน โดยใช้เวลาพิจารณาประมาณอย่างน้อย 20 วันทำการ</li> <li>เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ผลเป็นประการใดทางกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ท่านทราบ ภายในเวลา 3 วันทำการ หลังจากได้รับจากผู้ทรงคุณวุฒิครบทั้ง 3 ท่าน</li> <li>ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิท่านต้องปรับแก้ หากไม่ปรับแก้จะไม่ได้รับการตีพิมพ์ และระยะเวลาการแก้ไขไม่ควรเกิน 15 วันทำการ</li> </ol> <p><strong>เกณฑ์การพิจารณาบทความ</strong></p> <ol> <li>บทความพิเศษ (selected article) บทความวิจัย (research article) บทความเทคนิค (technical article) และบทความปริทัศน์ (review article) ทางกองบรรณาธิการวารสารจะพิจารณาเบื้องต้น ในด้านคุณภาพของบทความ และการจัดรูปแบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดของวารสารฯ หากเห็นว่าไม่มีคุณภาพเพียงพอจะไม่ดำเนินการต่อ หรืออาจส่งให้ปรับแก้ไขก่อน บทความที่พิจารณาแล้วเหมาะสม มีคุณภาพ จะส่งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกตามความเชี่ยวชาญของสาขาวิชา พิจารณากลั่นกรอง (Peer review) 3 ท่าน</li> <li>เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา ผลเป็นประการใดทางกองบรรณาธิการจะแจ้งให้ท่านทราบ</li> <li>ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิท่านต้องปรับแก้ หากไม่ปรับแก้จะไม่ได้รับการตีพิมพ์</li> <li>เมื่อมีการปรับแก้เป็นไปตามผู้ทรงคุณวุฒิ กองบรรณาธิการจะตรวจสอบความสมบูรณ์เนื้อหาบทความให้เป็นไปตามรูปแบบของวารสาร และตรวจสอบไฟล์รูปภาพที่ใช้ในบทความที่มีความคมชัดในการจัดพิมพ์ก่อนเผยแพร่บทความ</li> </ol> <p><strong>แนวทางการต่อติดประสานงานและมีความประสงค์ขอตีพิมพ์<br /></strong> ประสานเจ้าหน้าที่วารสาร เพื่อทราบรายละเอียดเบื้องต้น (เช่น รอบการตีพิมพ์, หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ ฯลฯ) e-mail: karusatpanya@gmail.com โทร: 088-5606666 (ดร.สัมฤทธิ์ กางเพ็ง)</p>
Intellect Education
th-TH
วารสารส่งเสริมการเรียนรู้
3027-7981
<p><em><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ</span></em></p> <p><em><span style="font-weight: 400;">บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทยก่อนเท่านั้น</span></em></p>
-
รูปแบบการนิเทศเชิงพุทธเพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/LAEJ/article/view/289195
<p>บทความนี้มุ่งนำเสนอรูปแบบการนิเทศเชิงพุทธเพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น โดยใช้หลัก “กัลยาณมิตรธรรม 7” เป็นกรอบแนวคิดของการนิเทศ ซึ่งประกอบด้วย ปิโย กลฺยาณมิตร วาจา อัตถจริยา สมานัตตตา ตนุภาวนา และสังคหวัตถุ 4 เป็นหลักเกื้อหนุน เพื่อพัฒนาครูให้เกิดสมรรถนะด้านคุณธรรม ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาตนเอง เชื่อมโยงกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประกอบด้วย 2 เงื่อนไข 3 หลักการ และ 4 มิติ รวมทั้งสอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในรัชกาลที่ 10 ที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีวินัย และมีความสุข การนิเทศเชิงพุทธจึงมิใช่เพียงการติดตามงานหรือประเมินผล แต่เป็นการเสริมสร้างจิตวิญญาณของครู เพื่อให้การจัดการเรียนรู้เป็นไปด้วยเมตตา ปัญญา และความรับผิดชอบต่อสังคม ผลการศึกษา ชี้ให้เห็นว่า การนิเทศเชิงพุทธสามารถขับเคลื่อนครูให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างความยั่งยืนของสถานศึกษาแบบอย่างการจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง) โดยรูปแบบที่เสนอนี้อยู่บนพื้นฐานของการนิเทศ การมีส่วนร่วม และการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร และครู อันนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาอย่างสมดุลและยั่งยืน</p> <p><strong>คำสำคัญ:</strong> การนิเทศเชิงพุทธ, กัลยาณมิตรธรรม 7, สมรรถนะครู, หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</p>
มณีรัตน์ เย็นสวัสดิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารส่งเสริมการเรียนรู้
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-02-02
2026-02-02
6 1
1
12
-
รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/LAEJ/article/view/290049
<p>บทความวิชาการเรื่อง รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาโดยบูรณาการกับหลักสังคหวัตถุ 4 ได้แก่ ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารที่เหมาะสมกับบริบทการจัดการศึกษาในสังคมร่วมสมัย วิธีการศึกษาใช้การวิเคราะห์เอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการศึกษา การมีส่วนร่วม และหลักพุทธธรรม แล้วนำมาสังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการ ผลการวิเคราะห์พบว่า รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.ทาน คือ การสนับสนุนและการแบ่งปันทรัพยากร โอกาส และความเอื้ออาทรในองค์กร 2. ปิยวาจา คือ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ สุภาพ และจริงใจ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจในการทำงานร่วมกัน 3. อัตถจริยา คือ การปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับผิดชอบต่อภารกิจของสถานศึกษา และ 4. สมานัตตตา คือ การบริหารบนฐานความเสมอภาค ความเป็นธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย รูปแบบดังกล่าวเอื้อต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความร่วมมือ ความสามัคคี และความไว้วางใจ บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า การประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 เป็นฐานในการบริหารแบบมีส่วนร่วมสามารถเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษา พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และสังคม อันนำไปสู่การพัฒนาสถานศึกษาอย่างยั่งยืน</p> <p><strong> </strong><strong>คำสำคัญ:</strong> การบริหารแบบมีส่วนร่วม, หลักสังคหวัตถุ 4, การบริหารสถานศึกษา</p>
ณัฐวดี สุธรรมา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารส่งเสริมการเรียนรู้
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-02-02
2026-02-02
6 1
13
23