https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/issue/feed วารสารนิติปริทัศน์ 2026-01-16T21:28:52+07:00 Rawin LEELAPATANA nitiparitatjournal@law.chula.ac.th Open Journal Systems <p>วารสารนิติปริทัศน์ มุ่งหมายเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการด้านนิติศาสตร์อันทันสมัยและริเริ่มสร้างสรรค์ทั้งนี้ตามมติของกองบรรณาธิการ</p> https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/288418 การกำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ: ศึกษากรณีการผู้ถูกคุมขังกับการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ (Constitutional Referendum) 2025-09-17T08:14:14+07:00 ชมพูนุท ตั้งถาวร chompunoot@kpi.ac.th <p>บทความนี้มุ่งศึกษาประเด็นเกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้ถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายต้องเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการออกเสียงประชามติ โดยมุ่งเน้นที่การออกเสียงประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ (Constitutional Referendum) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นการออกเสียงที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยย่อมถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นสัญญาประชาคมและกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ รวมถึงการออกเสียงประชามติไม่ว่าจะเป็นการออกเสียงประชามติที่ผลให้เกิดการริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือการออกเสียงประชามติที่มีผลเป็นการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการการมีส่วนร่วมของพลเมืองทุกภาคส่วนให้มากที่สุดทั้งสิ้น ในบทความนี้ ผู้เขียนได้เทียบมาตรการการจำกัดสิทธิของผู้ต้องขังในการออกเสียงประชามติในกรณีดังกล่าว กับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น (Side Effect) ว่าสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดรับรองเรื่องสิทธิทางการเมือง และหลักการกำหนดข้อจำกัดสิทธิทางการเมือง ตลอดจนเทียบมาตรการดังกล่าวว่าสอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนหรือไม่ โดยใช้วิธีพิจารณาความสอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนในความหมายอย่างแคบที่นำเสนอโดย Martin Luteràn ซึ่งทำให้การพิจารณามีความเป็นภววิสัยมากยิ่งขึ้น </p> 2026-01-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ชมพูนุท ตั้งถาวร https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289775 ข้อจำกัดของทฤษฎี “Two Moralities” ของ Lon L. Fuller ผ่านภาพยนตร์เรื่อง A Time to Kill 2025-11-03T17:26:45+07:00 ชโลธร เจริญโฉม 6549040434@student.chula.ac.th นทภัทร โกนุทานุรักษ์ 6549096634@student.chula.ac.th ภัทรวดี คันธบุษบง 6549150834@student.chula.ac.th ธีรวัฒน์ อรุโณศรีสกุล 6549094334@student.chula.ac.th วาสิตา แสนทวีสุข 6549176134@student.chula.ac.th ณภสชยุดา วัฒนายากร 6549059434@student.chula.ac.th นันทิยา เที่ยงแท้ 6549107934@student.chula.ac.th พิรพร ศรีโสภณ 6549140534@student.chula.ac.th <p>ภาพยนตร์เรื่อง A Time to Kill เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงครอบครัวผิวดำที่อาศัยอยู่ในรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาที่ยังคงมีการเหยียดสีผิวและความเลื่อมล้ำทางสังคม เด็กหญิงวัยสิบขวบของครอบครัวผิวดำที่ถูกชายผิวขาวสองคนข่มขืนและทำร้ายร่างกายอย่างทารุณจนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยชายผู้เป็นพ่อเผชิญกับความโกรธแค้นและสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรมไม่อาจทนรอการลงโทษตามกฎหมายของรัฐได้ จึงทำการล้างแค้นด้วยการไปยังศาลในวันพิจารณาคดีและยิงสองผู้ร้ายจนถึงแก่ความตาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องสูญเสียขาไป หลักกฎหมายอาญาวางหลักไว้ว่าผู้ใดฆ่าผู้อื่นต้องถูกระวางโทษ แต่ในท้ายที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ ชายผิวดำผู้นี้ได้รับการตัดสินให้ไม่มีความผิด</p> <p>ด้วยเหตุนี้ คณะผู้เขียนจึงนำแนวทฤษฎีนิติปรัชญาของสำนักกฎหมายธรรมชาติยุคใหม่ของ Lon L. Fuller มาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เกี่ยวกับผลการตัดสินคดีดังกล่าวโดยคณะลูกขุนและศาล เพื่อศึกษาถึงคำตัดสินที่ชายผิวดำได้รับว่าเป็นไปตามแนวคิดของสำนักกฎหมายธรรมชาติของ Lon L. Fuller ว่าด้วยทฤษฎี The Morality of Law มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะหลัก Two Moralities ที่ประกอบด้วยศีลธรรมแห่งหน้าที่ (Morality of Duty) และศีลธรรมแห่งจริยธรรม (Morality of Aspiration) ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในขอบเขตการแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างสองศีลธรรมนี้ จึงส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการตีความ การประยุกต์ใช้ และความชอบด้วยกฎหมายหากนำทฤษฎีและหลักการดังกล่าวมาวิเคราะห์ผลการตัดสินคดีจากภาพยนต์เรื่องนี้ ดังนั้น คณะผู้จัดทำจึงนำเสนอถึงข้อจำกัดบางประการหากนำทฤษฎีและหลักการของ Lon L. Fuller มาปรับใช้กับเหตุการณ์ดังกล่าว</p> 2026-01-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ชโลธร เจริญโฉม, นทภัทร โกนุทานุรักษ์, ภัทรวดี คันธบุษบง, ธีรวัฒน์ อรุโณศรีสกุล, วาสิตา แสนทวีสุข, ณภสชยุดา วัฒนายากร, นันทิยา เที่ยงแท้, พิรพร ศรีโสภณ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289776 การศึกษาข้อจำกัดของทฤษฎีทางกฎหมาย “Inner Morality of Law” ของ Lon L. Fuller โดยการวิเคราะห์ความเป็นกฎหมายของ “The Purge Law” และการกำหนดมาตรวัดความชอบด้วยศีลธรรมของกฎหมายในบริบทของโลกปัจจุบัน 2025-11-03T17:29:05+07:00 กฤษณพงค์ เทพศิริ 6549005534@student.chula.ac.th กานต์ชมพู จันทนาคิน 6549011234@student.chula.ac.th นิพนธ์ ลักขณาอดิศร 6549110734@student.chula.ac.th พลอยวดี เชื้อเล็ก 6549132534@student.chula.ac.th พิสุทธิ์ ศิริยุวศักดิ์ 6549142834@student.chula.ac.th ศิรินทร์ อังไพบูลย์ 6549183534@student.chula.ac.th อวยพร สุริยะวงศ์กุล 6549206334@student.chula.ac.th <p>“The Purge” เป็นจักรวาลภาพยนตร์ (Film Series) ที่นำเสนอเรื่องราวแบบดิสโทเปีย (Dystopia) ในสังคมอเมริกาที่มีเศรษฐกิจย่ำแย่และเต็มไปด้วยอาชญากรรม รัฐบาลจึงได้ออก “The Purge Law” ซึ่งเป็นกฎหมายที่จัดตั้ง “Purge Night” หรือคืนล้างบาปขึ้นปีละครั้ง โดยอนุญาตให้ประชาชนมีอิสระเต็มที่ในการก่ออาชญากรรมทุกประเภทอย่างถูกกฎหมายเป็นเวลา 12 ชั่วโมง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ระบายความคับแค้นและความรุนแรงในจิตใจ นำไปสู่การฟื้นฟูสันติภาพและเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคุมจำนวนประชากร และรักษาอัตราการก่ออาชญากรรมให้ต่ำตลอดทั้งปี อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาจากการบังคับใช้กฎหมาย The Purge Law ทั้งประเด็นความรุนแรง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การเมืองและอำนาจ รวมถึงประเด็นทางศีลธรรมและมนุษยธรรม ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวความคิดเชิงนิติปรัชญาในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายและศีลธรรม จากประเด็นปัญหาที่พบ ผนวกกับการอนุญาตให้ประชาชนก่ออาชญากรรมได้โดยไม่มีความผิด นำไปสู่การตั้งคำถามว่า เราควรนิยาม The Purge Law ว่าเป็นกฎหมายหรือไม่ หรือหากแม้ว่าจะมอง The Purge Law ว่าเป็นกฎหมายแล้ว กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ดีหรือไม่ แล้วใช้มาตรวัดอะไรในการประเมินว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ดี</p> <p>ด้วยเหตุนี้ คณะผู้เขียนจึงนำแนวคิดปรัชญาและทฤษฎีทางกฎหมายอย่าง “Inner Morality of Law” ของลอน แอล ฟุลเลอร์ (Lon L. Fuller) ที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายและศีลธรรมมาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ความเป็นกฎหมายของ The Purge Law ในภาพยนตร์เรื่อง The Purge ประกอบกับเมื่อนำทฤษฎี “Inner Morality of Law” ของฟุลเลอร์ มาวิเคราะห์ประกอบข้อเท็จจริงบางประการในภาพยนตร์เรื่อง The Purge แล้ว ยังมีข้อจำกัดในการอธิบายนิยามและความชอบด้วยกฎหมายของ The Purge Law คณะผู้เขียนจึงมุ่งนำเสนอว่า แนวคิดทางกฎหมายของฟุลเลอร์นั้นมีข้อจำกัดอย่างไร รวมถึงมุ่งเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวต่อไป</p> 2026-01-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กฤษณพงค์ เทพศิริ, กานต์ชมพู จันทนาคิน, นิพนธ์ ลักขณาอดิศร, พลอยวดี เชื้อเล็ก, พิสุทธิ์ ศิริยุวศักดิ์, ศิรินทร์ อังไพบูลย์, อวยพร สุริยะวงศ์กุล https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289829 การวิเคราะห์ข้อจำกัดของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิง ครบวงจร พ.ศ. .... ผ่านมุมมองทางนิติปรัชญาในสำนักกฎหมายธรรมชาติ 2025-11-06T09:27:50+07:00 กัลยกร นิรันดร์วิชยะ 6540022534@student.chula.ac.th เบญจวรรณ พงศ์เกษมชัย 6540154734@student.chula.ac.th พิชญุตม์ ทองสาลี 6540194834@student.chula.ac.th ภัทรีดา ใจอารีย์ 6540217634@student.chula.ac.th รพีภัทร ผลส่ง 6540233634@student.chula.ac.th วริณรัชต์ นุ่มลออ 6540257734@student.chula.ac.th <p>ในปัจจุบันมีการถกเถียงและตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการมีอยู่ของกาสิโนกันอย่างเสมอมา โดยที่กาสิโนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในหลายประเทศรวมไปถึงในประเทศไทยด้วย เนื่องจากถูกมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมและแหล่งฟอกเงิน อันจะเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในทางกลับกันบางประเทศกลับยอมรับถึงการมีอยู่ของกาสิโนอย่างถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย เช่น เขตบริหารพิเศษมาเก๊าของประเทศจีน และประเทศสิงคโปร์ สำหรับประเทศไทยนั้น แม้กาสิโนยังเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 อยู่ในปัจจุบันก็ตาม แต่ประเทศไทยได้มีการริเริ่มผลักดันให้กาสิโนกลายเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายผ่านการยกร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... แล้ว</p> <p>อย่างไรก็ดี การทำให้กาสิโนเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายย่อมก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเหมาะสมของกฎหมายดังกล่าว ทั้งในเชิงจริยธรรม สังคม และกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ คณะผู้เขียนจึงนำแนวคิดทางปรัชญาในสำนักกฎหมายธรรมชาติซึ่งเน้นถึงรากฐานของกฎหมายที่แท้จริงว่าต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความยุติธรรมและคุณธรรมมาวิเคราะห์ผ่านทรรศนะของนักปรัชญาที่สำคัญสามท่าน ได้แก่ มาร์คัส ทุลลิอุส ซิเซโร (Marcus Tullius Cicero) โทมัส อไควนัส (Thomas Aquinas) และลอน แอล. ฟูลเลอร์ (Lon L. Fuller) เนื่องด้วยคณะผู้เขียนเห็นว่านักปรัชญาแต่ละท่านดังกล่าวใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาต่างก็มีสภาพและบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน อันจะส่งผลให้ทรรศนะต่อกาสิโนหรือการพนันของนักปรัชญาเหล่านี้มีความแตกต่างกันออกไป โดยได้นำแนวคิดดังกล่าวมาวิเคราะห์ถึงความชอบธรรมของบ่อนกาสิโนภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... เพื่อตอบคำถามต่อประเด็นสำคัญของบทความนี้ที่ว่าการดำรงอยู่ของกาสิโนตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นมีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ และมีข้อจำกัดอันจำเป็นจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของนักปรัชญาข้างต้น</p> 2026-01-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กัลยกร นิรันดร์วิชยะ, เบญจวรรณ พงศ์เกษมชัย, พิชญุตม์ ทองสาลี, ภัทรีดา ใจอารีย์, รพีภัทร ผลส่ง, วริณรัชต์ นุ่มลออ