วารสารนิติปริทัศน์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ <p>วารสารนิติปริทัศน์ มุ่งหมายเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการด้านนิติศาสตร์อันทันสมัยและริเริ่มสร้างสรรค์ทั้งนี้ตามมติของกองบรรณาธิการ</p> en-US <p>บทความที่เสนอเพื่อพิจารณาการตีพิมพ์ต้องไม่มีลักษณะคัดลอกผลงานวิชาการและต้องไม่มีเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์</p> nitiparitatjournal@law.chula.ac.th (Rawin LEELAPATANA) nitiparitatjournal@law.chula.ac.th (Warintip SAIMONGKONPET) Fri, 16 Jan 2026 21:28:52 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การกำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ: ศึกษากรณีการผู้ถูกคุมขังกับการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ (Constitutional Referendum) https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/288418 <p>บทความนี้มุ่งศึกษาประเด็นเกี่ยวกับการกำหนดให้ผู้ถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายต้องเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการออกเสียงประชามติ โดยมุ่งเน้นที่การออกเสียงประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ (Constitutional Referendum) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นการออกเสียงที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยย่อมถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นสัญญาประชาคมและกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ รวมถึงการออกเสียงประชามติไม่ว่าจะเป็นการออกเสียงประชามติที่ผลให้เกิดการริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือการออกเสียงประชามติที่มีผลเป็นการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการการมีส่วนร่วมของพลเมืองทุกภาคส่วนให้มากที่สุดทั้งสิ้น ในบทความนี้ ผู้เขียนได้เทียบมาตรการการจำกัดสิทธิของผู้ต้องขังในการออกเสียงประชามติในกรณีดังกล่าว กับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น (Side Effect) ว่าสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดรับรองเรื่องสิทธิทางการเมือง และหลักการกำหนดข้อจำกัดสิทธิทางการเมือง ตลอดจนเทียบมาตรการดังกล่าวว่าสอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนหรือไม่ โดยใช้วิธีพิจารณาความสอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนในความหมายอย่างแคบที่นำเสนอโดย Martin Luteràn ซึ่งทำให้การพิจารณามีความเป็นภววิสัยมากยิ่งขึ้น </p> ชมพูนุท ตั้งถาวร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ชมพูนุท ตั้งถาวร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/288418 Fri, 16 Jan 2026 00:00:00 +0700 ข้อจำกัดของทฤษฎี “Two Moralities” ของ Lon L. Fuller ผ่านภาพยนตร์เรื่อง A Time to Kill https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289775 <p>ภาพยนตร์เรื่อง A Time to Kill เป็นเรื่องราวที่กล่าวถึงครอบครัวผิวดำที่อาศัยอยู่ในรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาที่ยังคงมีการเหยียดสีผิวและความเลื่อมล้ำทางสังคม เด็กหญิงวัยสิบขวบของครอบครัวผิวดำที่ถูกชายผิวขาวสองคนข่มขืนและทำร้ายร่างกายอย่างทารุณจนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยชายผู้เป็นพ่อเผชิญกับความโกรธแค้นและสิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรมไม่อาจทนรอการลงโทษตามกฎหมายของรัฐได้ จึงทำการล้างแค้นด้วยการไปยังศาลในวันพิจารณาคดีและยิงสองผู้ร้ายจนถึงแก่ความตาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องสูญเสียขาไป หลักกฎหมายอาญาวางหลักไว้ว่าผู้ใดฆ่าผู้อื่นต้องถูกระวางโทษ แต่ในท้ายที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ ชายผิวดำผู้นี้ได้รับการตัดสินให้ไม่มีความผิด</p> <p>ด้วยเหตุนี้ คณะผู้เขียนจึงนำแนวทฤษฎีนิติปรัชญาของสำนักกฎหมายธรรมชาติยุคใหม่ของ Lon L. Fuller มาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เกี่ยวกับผลการตัดสินคดีดังกล่าวโดยคณะลูกขุนและศาล เพื่อศึกษาถึงคำตัดสินที่ชายผิวดำได้รับว่าเป็นไปตามแนวคิดของสำนักกฎหมายธรรมชาติของ Lon L. Fuller ว่าด้วยทฤษฎี The Morality of Law มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะหลัก Two Moralities ที่ประกอบด้วยศีลธรรมแห่งหน้าที่ (Morality of Duty) และศีลธรรมแห่งจริยธรรม (Morality of Aspiration) ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในขอบเขตการแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างสองศีลธรรมนี้ จึงส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการตีความ การประยุกต์ใช้ และความชอบด้วยกฎหมายหากนำทฤษฎีและหลักการดังกล่าวมาวิเคราะห์ผลการตัดสินคดีจากภาพยนต์เรื่องนี้ ดังนั้น คณะผู้จัดทำจึงนำเสนอถึงข้อจำกัดบางประการหากนำทฤษฎีและหลักการของ Lon L. Fuller มาปรับใช้กับเหตุการณ์ดังกล่าว</p> ชโลธร เจริญโฉม, นทภัทร โกนุทานุรักษ์, ภัทรวดี คันธบุษบง, ธีรวัฒน์ อรุโณศรีสกุล, วาสิตา แสนทวีสุข, ณภสชยุดา วัฒนายากร, นันทิยา เที่ยงแท้, พิรพร ศรีโสภณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ชโลธร เจริญโฉม, นทภัทร โกนุทานุรักษ์, ภัทรวดี คันธบุษบง, ธีรวัฒน์ อรุโณศรีสกุล, วาสิตา แสนทวีสุข, ณภสชยุดา วัฒนายากร, นันทิยา เที่ยงแท้, พิรพร ศรีโสภณ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289775 Fri, 16 Jan 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาข้อจำกัดของทฤษฎีทางกฎหมาย “Inner Morality of Law” ของ Lon L. Fuller โดยการวิเคราะห์ความเป็นกฎหมายของ “The Purge Law” และการกำหนดมาตรวัดความชอบด้วยศีลธรรมของกฎหมายในบริบทของโลกปัจจุบัน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289776 <p>“The Purge” เป็นจักรวาลภาพยนตร์ (Film Series) ที่นำเสนอเรื่องราวแบบดิสโทเปีย (Dystopia) ในสังคมอเมริกาที่มีเศรษฐกิจย่ำแย่และเต็มไปด้วยอาชญากรรม รัฐบาลจึงได้ออก “The Purge Law” ซึ่งเป็นกฎหมายที่จัดตั้ง “Purge Night” หรือคืนล้างบาปขึ้นปีละครั้ง โดยอนุญาตให้ประชาชนมีอิสระเต็มที่ในการก่ออาชญากรรมทุกประเภทอย่างถูกกฎหมายเป็นเวลา 12 ชั่วโมง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ระบายความคับแค้นและความรุนแรงในจิตใจ นำไปสู่การฟื้นฟูสันติภาพและเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคุมจำนวนประชากร และรักษาอัตราการก่ออาชญากรรมให้ต่ำตลอดทั้งปี อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาจากการบังคับใช้กฎหมาย The Purge Law ทั้งประเด็นความรุนแรง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การเมืองและอำนาจ รวมถึงประเด็นทางศีลธรรมและมนุษยธรรม ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวความคิดเชิงนิติปรัชญาในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายและศีลธรรม จากประเด็นปัญหาที่พบ ผนวกกับการอนุญาตให้ประชาชนก่ออาชญากรรมได้โดยไม่มีความผิด นำไปสู่การตั้งคำถามว่า เราควรนิยาม The Purge Law ว่าเป็นกฎหมายหรือไม่ หรือหากแม้ว่าจะมอง The Purge Law ว่าเป็นกฎหมายแล้ว กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ดีหรือไม่ แล้วใช้มาตรวัดอะไรในการประเมินว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ดี</p> <p>ด้วยเหตุนี้ คณะผู้เขียนจึงนำแนวคิดปรัชญาและทฤษฎีทางกฎหมายอย่าง “Inner Morality of Law” ของลอน แอล ฟุลเลอร์ (Lon L. Fuller) ที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายและศีลธรรมมาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ความเป็นกฎหมายของ The Purge Law ในภาพยนตร์เรื่อง The Purge ประกอบกับเมื่อนำทฤษฎี “Inner Morality of Law” ของฟุลเลอร์ มาวิเคราะห์ประกอบข้อเท็จจริงบางประการในภาพยนตร์เรื่อง The Purge แล้ว ยังมีข้อจำกัดในการอธิบายนิยามและความชอบด้วยกฎหมายของ The Purge Law คณะผู้เขียนจึงมุ่งนำเสนอว่า แนวคิดทางกฎหมายของฟุลเลอร์นั้นมีข้อจำกัดอย่างไร รวมถึงมุ่งเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวต่อไป</p> กฤษณพงค์ เทพศิริ, กานต์ชมพู จันทนาคิน, นิพนธ์ ลักขณาอดิศร, พลอยวดี เชื้อเล็ก, พิสุทธิ์ ศิริยุวศักดิ์, ศิรินทร์ อังไพบูลย์, อวยพร สุริยะวงศ์กุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กฤษณพงค์ เทพศิริ, กานต์ชมพู จันทนาคิน, นิพนธ์ ลักขณาอดิศร, พลอยวดี เชื้อเล็ก, พิสุทธิ์ ศิริยุวศักดิ์, ศิรินทร์ อังไพบูลย์, อวยพร สุริยะวงศ์กุล https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289776 Fri, 16 Jan 2026 00:00:00 +0700 การวิเคราะห์ข้อจำกัดของร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิง ครบวงจร พ.ศ. .... ผ่านมุมมองทางนิติปรัชญาในสำนักกฎหมายธรรมชาติ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289829 <p>ในปัจจุบันมีการถกเถียงและตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการมีอยู่ของกาสิโนกันอย่างเสมอมา โดยที่กาสิโนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในหลายประเทศรวมไปถึงในประเทศไทยด้วย เนื่องจากถูกมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมและแหล่งฟอกเงิน อันจะเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในทางกลับกันบางประเทศกลับยอมรับถึงการมีอยู่ของกาสิโนอย่างถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย เช่น เขตบริหารพิเศษมาเก๊าของประเทศจีน และประเทศสิงคโปร์ สำหรับประเทศไทยนั้น แม้กาสิโนยังเป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 อยู่ในปัจจุบันก็ตาม แต่ประเทศไทยได้มีการริเริ่มผลักดันให้กาสิโนกลายเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายผ่านการยกร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... แล้ว</p> <p>อย่างไรก็ดี การทำให้กาสิโนเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายย่อมก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเหมาะสมของกฎหมายดังกล่าว ทั้งในเชิงจริยธรรม สังคม และกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ คณะผู้เขียนจึงนำแนวคิดทางปรัชญาในสำนักกฎหมายธรรมชาติซึ่งเน้นถึงรากฐานของกฎหมายที่แท้จริงว่าต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความยุติธรรมและคุณธรรมมาวิเคราะห์ผ่านทรรศนะของนักปรัชญาที่สำคัญสามท่าน ได้แก่ มาร์คัส ทุลลิอุส ซิเซโร (Marcus Tullius Cicero) โทมัส อไควนัส (Thomas Aquinas) และลอน แอล. ฟูลเลอร์ (Lon L. Fuller) เนื่องด้วยคณะผู้เขียนเห็นว่านักปรัชญาแต่ละท่านดังกล่าวใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาต่างก็มีสภาพและบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน อันจะส่งผลให้ทรรศนะต่อกาสิโนหรือการพนันของนักปรัชญาเหล่านี้มีความแตกต่างกันออกไป โดยได้นำแนวคิดดังกล่าวมาวิเคราะห์ถึงความชอบธรรมของบ่อนกาสิโนภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... เพื่อตอบคำถามต่อประเด็นสำคัญของบทความนี้ที่ว่าการดำรงอยู่ของกาสิโนตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นมีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ และมีข้อจำกัดอันจำเป็นจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของนักปรัชญาข้างต้น</p> กัลยกร นิรันดร์วิชยะ, เบญจวรรณ พงศ์เกษมชัย, พิชญุตม์ ทองสาลี, ภัทรีดา ใจอารีย์, รพีภัทร ผลส่ง, วริณรัชต์ นุ่มลออ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กัลยกร นิรันดร์วิชยะ, เบญจวรรณ พงศ์เกษมชัย, พิชญุตม์ ทองสาลี, ภัทรีดา ใจอารีย์, รพีภัทร ผลส่ง, วริณรัชต์ นุ่มลออ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/289829 Fri, 16 Jan 2026 00:00:00 +0700