https://so06.tci-thaijo.org/index.php/PolscituJR/issue/feed
รัฐศาสตร์สาร
2025-12-22T08:53:07+07:00
ศาสตราจารย์ ธเนศ วงศ์ยานนาวา
polscitu.jr@gmail.com
Open Journal Systems
<p>ISSN : 0125-135X (Print)</p> <p>ISSN: XXXX-XXXX (Online)</p> <p><strong>รัฐศาสตร์สาร</strong> เป็นวารสารวิชาการฉบับแรกของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เป็นสื่อกลางสำหรับแลกเปลี่ยนนานาทัศนะในหมู่นักวิชาการและเผยแพร่ความรู้ด้านสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ ทั้งในรูปบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความแปล และบทปริทัศน์หนังสือ </p>
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/PolscituJR/article/view/281073
แนวคิดอุดมการณ์ของหลุยส์ อัลธุสแซร์ : กรอบความคิดที่คลาดเคลื่อนในไทย ความสลับซับซ้อนของผู้กระทำ องค์ประธาน และการต่อสู้ทางชนชั้น
2025-03-31T08:35:24+07:00
วนัส ปิยะกุลชัยเดช
wanas.piy@stou.ac.th
<p>มโนทัศน์อุดมการณ์ในสกุลความคิดมาร์กซิสท์เป็นที่โดดเด่นและแต่ในบางครั้งคลุมเครือ ความคลุมเครือเกิดขึ้นมาจากการตีความที่กลับไปกลับมาในการตีความของนักทฤษฎีแต่ละท่าน คำว่า ‘อุดมการณ์’ ถูกบัญญัติเป็นครั้งแรกโดยอังตวน เดสสตัท เดอ เทรซี่ นักคิดชาวฝรั่งเศสในยุครู้แจ้ง อย่างไรก็ตามคำดังกล่าวเมื่อกลายเป็นที่นิยมและถูกในนำไปใช้ในวงการการการศึกษา การเมือง และอื่น ๆ นัยและความหมายของแตกต่างกันตามผู้เขียนแต่ละคน จากแนวคิดที่มีความหมายทางบวกในแง่ของ ‘ศาสตร์แห่งความคิด’ (เดอ เทรซี่) ไปสู่การถูกวิพากษ์ในความหมายของ ‘จิตสำนึกที่เป็นเท็จ’ (เองเกลส์) ความหมายของมโนทัศน์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องและมีนัย หลุยส์ อัลธุสแซร์ในฐานะหนึ่งในนักคิดคนสำคัญในสกุลมาร์กซิสท์ได้รับมรดกความซับซ้อนของมโนทัศน์ และพยายามที่จะสร้างมโนทัศน์ที่มีความคงเส้นคงวา เพื่อการนี้อัลธุสแซร์ได้แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อน และผสานรวมจุดแข็งของแนวคิดก่อนหน้า</p> <p> อัลธุสแซร์ไม่ได้เสนอความคิดเรื่องอุดมการณ์ในงานเขียนชิ้นเดียว แต่แนวคิดดังกล่าวปรากฏขึ้นในงานเขียนหลายชิ้นที่ในบางครั้งทำให้เกิดความไม่คงเส้นคงวาในแนวคิดนั้น บทความวิจัยชิ้นนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะอธิบายแนวคิดอุดมการณ์ของอัลธุสแซร์และนำเสนอแนวคิดดังกล่าวในรูปแบบที่มีเอกภาพและคงเส้นคงวายิ่งขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ งานวิจัยชิ้นนี้จึงแบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่หลัก คือการสำรวจแนวคิดที่หลากหลายของของ ‘อุดมการณ์’ ภายในและภายนอกสกุลความคิดมาร์กซิสท์ ส่วนที่สองจะพิจารณาแนวคิดอุดมการณ์ในควาหมายทั่วไป และส่วนสุดท้ายจะนำเสนอแนวคิดอุดมการณ์ในความหมายเฉพาะ</p> <p> แนวคิดอุดมการณ์ของอัลธุสแซร์ได้คงไว้ลักษณะบางประการของผู้ก่อตั้งสกุลความคิดมาร์กซิสท์ แต่ตีความแนวคิดดังกล่าวในทิศทางที่ต่างออกไป อัลธุสแซร์เสนอความคิดเรื่องอุดมการณ์ในความหมายทั่วไปในฐานะกลไกในการสร้างผู้กระทำโดยอาศัย ‘การทัก’ สำหรับอัลธุสแซร์แล้วมนุษย์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากอุดมการณ์ ตัวมนุษย์โดยตัวเองแล้วเป็นมนุษย์อุดมการณ์ การกลายเป็นมนุษย์อุดมการณ์คือการกลายสภาพจากปัจเจกชนกลายมาเป็นผู้กระทำที่ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายสอดคล้องกับบทบาทและความสัมพันธ์ทางสังคมของพวกเขา อย่างไรก็ตามนัยของอุดมการณ์ในความหมายทั่วไปนี้เป็นนามธรรมและดำรงอยู่ตลอดไปคู่กับมนุษย์ เพื่อทำให้เป็นรูปธรรม อัลธุสแซร์เสนอความคิดเรื่องอุดมการณ์ในความหมายเฉพาะที่แสดงให้เห็นว่าปัจเจกชนที่อยู่ในสังคมใด สังคมหนึ่งนั้นกลายมาเป็นผู้ปกครอง และผู้ถูกปครอง ความคิดนี้ยังเปิดเผยถึงสังคมได้ผลิตซ้ำความสัมพันธ์ทางสังคมอย่างไรเพื่อให้สังคมนั้นดำรงอยู่ต่อไป และวิธีการที่ชนชั้นถูกปกครองจะต่อสู้เพื่อเอาชนะชนชั้นปกครองด้วยการยึดกุมอำนาจรัฐ เปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่ทำลายกลไกของรัฐ (ทางการปราบปรามและอุดมการณ์) ในการสร้างสังคมใหม่</p>
2025-12-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 รัฐศาสตร์สาร
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/PolscituJR/article/view/280754
การศึกษาศักยภาพในการบริหารจัดการภัยพิบัติของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
2025-01-12T11:34:49+07:00
แพรวพรรณ ศิริเลิศ
praewpan646@gmail.com
กานต์รวี วิชัยปะ
kanrawee@g.swu.ac.th
<p>การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ประกอบด้วย 1) ศึกษาศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี 2) วิเคราะห์ความสอดคล้องของการดำเนินงานด้านการลดความเสี่ยงภัยพิบัติตามกรอบเซนไดของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และประเทศในภาพรวม และ 3) เสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี งานวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ ผู้แทนเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี บุคลากรฝ่าย/งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ นโยบายสาธารณะ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ศึกษาศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พบว่าเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี มีศักยภาพในการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ แต่ด้วยกระบวนการปฏิบัติงานที่มีการกระจายอำนาจจากราชการส่วนกลางลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกิดเป็นข้อจำกัดในการตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการภัยพิบัติทั้งด้านโครงสร้างองค์กรและด้านทรัพยากร ได้แก่ บุคลากร งบประมาณ และเครื่องมืออุปกรณ์ ทำให้เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี มีข้อจำกัดในการเตรียมรับมือและตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ 2) วิเคราะห์ความสอดคล้องของการดำเนินงานด้านการลดความเสี่ยงภัยพิบัติตามกรอบเซนไดของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีในภาพรวม พบว่ามีความสอดคล้องในภาพรวม มีการสร้างความเข้าใจและกลไกในการบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ รวมถึงการลงทุนและการพัฒนาศักยภาพในการรับมือและฟื้นฟูจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ภายใต้แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับที่ทำให้ทุกภาคส่วนมีการขับเคลื่อนการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสอดคล้องตามกรอบเซนได และ 3) เสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พบว่าพื้นที่จำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานและการจัดสรรทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ให้สามารถเตรียมรับมือและตอบสนองต่อภัยให้ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับเป้าหมายระดับสากลในระยะยาว</p>
2025-12-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 รัฐศาสตร์สาร
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/PolscituJR/article/view/284438
กระบวนการดำเนินการการไปทำงานต่างประเทศของแรงงานไทย
2025-05-01T11:57:47+07:00
ปุณญาดา ไชยราช
nichakan.8606@gmail.com
<p>การศึกษานี้มุ่งเน้นศึกษาลักษณะการไปทำงานต่างประเทศของแรงงานไทย และกระบวนการจัดส่งแรงงานไทยในแต่ละรูปแบบภายใต้การกำกับดูแลของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 57 คน ซึ่งผลการศึกษาพบว่า แรงงานไทยสามารถไปทำงานต่างประเทศได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ การเดินทางด้วยตนเอง การจัดส่งโดยบริษัทจัดหางาน การจัดส่งโดยกรมการจัดหางาน การที่นายจ้างส่งลูกจ้างไปทำงาน และการส่งไปฝึกงาน โดยลักษณะการเดินทางของแรงงานจะมีความแตกต่างกันระหว่างแรงงานฝีมือกับแรงงานกึ่งฝีมือและไร้ฝีมือ ทั้งในด้านกระบวนการ รูปแบบการประสานงาน และระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน โดยกลุ่มแรก (1) แรงงานฝีมือส่วนใหญ่มักมีความสามารถทางภาษาและทักษะวิชาชีพเฉพาะด้าน จึงสามารถหางานและดำเนินการขอวีซ่าด้วยตนเองโดยไม่พึ่งพากระบวนการของภาครัฐ และมักได้รับการคุ้มครองผ่านสัญญาจ้างที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าแรงงานกลุ่มนี้มักละเลยการแจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐ อันเนื่องมาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือการไม่เห็นความจำเป็น ในขณะที่กลุ่มที่สอง (2) แรงงานกึ่งฝีมือและไร้ฝีมือจำเป็นต้องพึ่งพาตัวกลาง ผ่านกลไกต่างๆ ของรัฐ เช่น บริษัทจัดหางาน หรือกระบวนการจัดส่งโดยภาครัฐ ซึ่งแม้จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกละเมิดสิทธิ แต่ยังคงพบปัญหาจากการดำเนินงานของนายหน้า การเก็บค่าใช้จ่ายเกินจริง และการทำสัญญาแบบไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่น เช่น การที่นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างไปทำงานหรือฝึกงานในต่างประเทศ รวมถึงแรงงานที่ติดต่อหางานด้วยตนเองผ่านเครือข่ายหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งแม้จะเป็นทางเลือกใหม่ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้การอนุญาตและตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิแรงงานโดยไม่รู้ตัว</p>
2025-12-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 รัฐศาสตร์สาร
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/PolscituJR/article/view/277501
ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และอำนาจในความตาย ในปรัชญาการเมืองของโสเกรตีส กับโธมัส ฮอบส์
2025-04-07T17:05:59+07:00
พิศาล มุกดารัศมี
dionysussiam@gmail.com
<p>ความตายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ส่วนความรู้ในความกลัวความตายคือสิ่งที่มนุษย์คิดค้นและสร้างขึ้นมาในภายหลัง ความรู้ในความกลัวความตายเป็นสิ่งที่มีความเชื่อมโยงกับอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจในทางการเมือง ในทุกอารยธรรมและความรู้ทางศิลปะวิทยาการบุคคลผู้มีความรู้ สามารถเป็นผู้ครอบครองและควบคุมความรู้ในความตายย่อมมีอำนาจเหนือบุคคลทั่วไป ในนามของศาสดา นักบวช นักปราชญ์และผู้ปกครอง ดำเนินการควบคุมผ่านรูปแบบของพิธีกรรม ปทัสถาน จารีตธรรมเนียม สถาบันและกระบวนการทางสังคมการเมือง</p> <p>ความตายเป็นสิ่งที่อำนาจรัฐและผู้ปกครอง ดำเนินการลงโทษให้แก่บุคคลผู้มีความคิดและปฏิบัติตนในเชิงต่อต้านท้าทาย การตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบไปจนถึงไม่เชื่อฟังฝ่าฝืนอำนาจรัฐหรือยืนอยู่ขั้วตรงข้ามกับฝ่ายรัฐ ความตายทำหน้าที่ของมันทั้งในทางกายภาพและทางความคิด ตั้งแต่การสั่งห้าม สร้างให้เกิดความเกรงกลัวจนถึงขั้นทำลายทั้งตัวบุคคลและความคิดของบุคคลผู้เป็นเจ้าของความคิด ที่จะแสดงและพูดออกมา ความตายคืออำนาจในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่รัฐและผู้ปกครองครอบครองไว้อย่างมั่นคง เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ความคิดการปะทะกันระหว่างอำนาจ ความรู้และความตาย สะท้อนผ่านเหตุการณ์การลงโทษประหารชีวิตโสเกรตีส นักปรัชญาการเมืองผู้ต้องการแสวงหาความรู้และความจริงทางการเมืองคนแรก ถูกรัฐและผู้ปกครองหยิบยืนความตายให้ แต่ความตายของ ‘โสเกรตีส’ ได้สร้างความรู้ที่เกี่ยวกับความตายและปรัชญาการเมืองเกิดขึ้นมา</p> <p>ความตายและอำนาจเหนือความตายของรัฐและผู้ปกครอง ยิ่งเพิ่มความแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้นเมื่อความรู้ทางปรัชญาการเมืองพัฒนาต่อเนื่องมาถึงสมัยใหม่ ประจักษ์ชัดในผลงานของ ‘โธมัส ฮอบส์’ จากการที่รัฐและผู้ปกครองในสถานะของการเป็นสิ่งประดิษฐ์สร้างมาจากผู้คน รัฐคือสิ่งที่ผู้คนต้องการเพื่อให้ตนเองมีชีวิตที่สุขสงบ ถูกมอบหมายมาให้ปฏิบัติหน้าที่หลักในการปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตของผู้ใต้ปกครอง การมีรัฐส่งผลให้ผู้คนก้าวพ้นออกมาจากสภาวะธรรมชาติ คือสภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้นความต้องการรักษาชีวิตส่งผลให้รัฐและผู้ปกครองสมัยใหม่มีความชอบธรรมในการใช้อำนาจเพื่อปกครองดูแล ดำเนินการควบคุมเหนือความเป็นและความตายของผู้ใต้ปกครอง</p>
2025-12-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 รัฐศาสตร์สาร