https://so06.tci-thaijo.org/index.php/SLJ/issue/feed
วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์
2026-06-30T11:49:53+07:00
ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติยา พรหมจันทร์ (Assistant Professor Kittiya Prommajun)
kittiya.pr@psu.ac.th
Open Journal Systems
<p>วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์เป็นวารสารกฎหมายของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นบทความวิจัย บทความวิชาการ บทวิจารณ์หนังสือหรือผลงานวิชาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกฎหมาย หรือเกี่ยวกับการปรับใช้ศาสตร์แขนงต่าง ๆ กับกฎหมาย เช่น การพัฒนากับกฎหมาย เศรษฐศาสตร์กับกฎหมาย วิทยาศาสตร์กับกฎหมาย หรือมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์กับกฎหมาย เป็นต้น</p>
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/SLJ/article/view/290392
มาตรการทางกฎหมายในการบังคับใช้พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545
2026-02-12T14:57:24+07:00
วายุภักษ์ ทาบุญมา
Vayupak_tab@nstru.ac.th
วิมลรัตน์ แซ่หลี
wimonrat_sae@nstru.ac.th
ณิชชา วัชรากุลพงศ์
nichshalaw@hotmail.com
<p>บทความวิจัยนี้มุ่งวิเคราะห์ปัญหาและมาตรการทางกฎหมายในการบังคับใช้พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ในบริบทเศรษฐกิจดิจิทัล โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้บริโภค และนักวิชาการด้านนิติศาสตร์และสังคมศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่ากฎหมายปัจจุบันขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากบทบัญญัติไม่ครอบคลุมธุรกรรมออนไลน์ ก่อให้เกิดช่องว่างในการจำแนกแชร์ลูกโซ่ และบทลงโทษไม่เพียงพอในการยับยั้งการกระทำผิด จึงเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 โดยปรับปรุงนิยามในมาตรา 3 เพิ่มนิยามคำว่า “ขายตรง” “ตลาดแบบตรง” “แผนการจ่ายผลตอบแทน” ให้ครอบคลุมธุรกรรมดิจิทัล เสริมหลักการเชิงป้องกันโดยให้อำนาจอายัดทรัพย์เพื่อเยียวยาผู้เสียหาย และเพิ่มอัตราโทษให้สอดคล้องกับความเสียหายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลในตลาดขายตรง</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/SLJ/article/view/293169
มาตรการกฎหมายส่งเสริมความปลอดภัยของพินัยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย
2026-03-31T10:47:00+07:00
คณุตม์ ไชยจารี
guitarkoko2007@gmail.com
กฤษรัตน์ ศรีสว่าง
kritsarat.sr@gmail.com
จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ
jumphon.c@psu.ac.th
<p>งานวิจัยนี้ศึกษาวิจัยเอกสารเพื่อวิเคราะห์แนวคิด มาตรการความปลอดภัย และข้อจำกัดทางกฎหมายของพินัยกรรมแบบอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย โดยเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลและกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย และประเทศเอสโตเนีย ผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันพินัยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยยังไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และกฎหมายลำดับรองยกเว้นไม่ให้นำมาใช้กับการทำพินัยกรรม ทำให้เกิดอุปสรรคต่อวิถีชีวิตยุคดิจิทัลและกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถทำพินัยกรรมตามรูปแบบที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดได้ ปัญหาสำคัญประกอบด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลจากการถูกแก้ไขหรือการโจมตีทางไซเบอร์ การพิสูจน์ตัวตนและเจตนาที่แท้จริงของผู้ทำพินัยกรรม หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน <br />ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือประเทศไทยควรตราและบังคับใช้กฎหมายพินัยกรรมแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นการเฉพาะควบคู่กับการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1672 เพื่อให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีอำนาจตรากฎกระทรวง เสนอให้มีการจัดตั้งระบบกลางที่รองรับการยืนยันตัวตนด้วยระบบไบโอเมตริกซ์ ลายมือชื่อดิจิทัล และการบันทึกวิดีโอเพื่อยืนยันสติสัมปชัญญะ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กำหนดมาตรฐานทางเทคนิค และกระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่เป็นผู้รับฝากและตรวจสอบการยืนยันตัวตนด้วยระบบดิจิทัล เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการรักษาเจตนาสุดท้ายของบุคคลให้มีความโปร่งใส ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/SLJ/article/view/292624
การใช้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นสื่อกลางการชำระเงินในประเทศไทย: ปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมาย
2026-05-19T13:55:49+07:00
วาสินี สุวรรณวงษ์ เซาเออร์
shadowgirlbkk@gmail.com
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการ แนวคิด และลักษณะของคริปโทเคอร์เรนซีในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัล วิเคราะห์สถานะทางกฎหมายของคริปโทเคอร์เรนซีและข้อจำกัดในการใช้เป็นสื่อกลางการชำระเงินในประเทศไทย ตลอดจนเสนอแนวทางในการปรับปรุงกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้บริบทของการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการเงินสมัยใหม่ โดยพิจารณากรอบกฎหมายไทยในปัจจุบันกำหนดให้ คริปโทเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ยังไม่ยอมรับสถานะทางกฎหมายของคริปโทเคอร์เรนซีในฐานะสื่อกลางการชำระเงิน ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลของประเทศ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ในลักษณะการวิจัยทางนิติศาสตร์ โดยศึกษาวิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวข้อง แนวคิด ทฤษฎี และเอกสารวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลการศึกษาพบว่า แม้ประเทศไทยจะมีพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งวางกรอบการกำกับดูแล คริปโทเคอร์เรนซีในมิติของการลงทุนและการประกอบธุรกิจ แต่ยังไม่มีบทบัญญัติที่รองรับการใช้คริปโทเคอร์เรนซีเพื่อการชำระค่าสินค้าและบริการโดยตรง อีกทั้งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 5/2565 ได้กำหนดห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสนับสนุนหรือส่งเสริมการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสื่อกลางการชำระเงิน ส่งผลให้การใช้คริปโทเคอร์เรนซีในการชำระค่าสินค้าและบริการ ถูกจำกัดอย่างเด็ดขาด แม้ในกรณีที่คู่สัญญามีความสมัครใจและยอมรับความเสี่ยงร่วมกันก็ตาม จึงเสนอให้ปรับปรุงประกาศดังกล่าวจากแนวทางการห้ามใช้โดยเด็ดขาด ไปสู่การกำหนดกรอบการใช้ในขอบเขตจำกัด ภายใต้เงื่อนไขการกำกับดูแลและการคุ้มครองผู้ใช้ที่เหมาะสม โดยจำกัดการใช้เฉพาะกรณีที่คู่สัญญาตกลงโดยสมัครใจ ดำเนินธุรกรรมผ่านผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับ เริ่มจากการทดลองใช้ภายใต้กรอบการทดลองทางกฎหมาย เพื่อประเมินผลกระทบก่อนการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายในระยะยาว</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/SLJ/article/view/289582
ปัญหาเกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภคในกรณีสินค้ามีความชำรุดบกพร่อง
2026-01-22T16:12:30+07:00
กษิตินาถ บุญพันธ์
kasitinad56@gmail.com
<p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัญหาเกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภคในกรณีสินค้ามีความชำรุดบกพร่องโดยพิจารณากฎหมายไทยในปัจจุบัน ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472–474 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 แม้จะมีบทบัญญัติว่าด้วยความรับผิดกรณีความชำรุดบกพร่องของสินค้าแต่ยังมีข้อจำกัดในด้านความชัดเจนของคำนิยามต่าง ๆ มาตรการเยียวยา และกระบวนการบังคับใช้ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในการตีความและไม่อาจคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปรียบเทียบระบบกฎหมายของสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ ผลการศึกษาพบว่า สหรัฐอเมริกามีกลไกคุ้มครองผู้บริโภคผ่าน Magnuson-Moss Warranty Act และ Lemon Law ของมลรัฐต่าง ๆ โดยวางหลักความรับผิดอย่างเคร่งครัด (Strict Liability) และให้ผู้บริโภคใช้สิทธิเรียกร้องได้อย่างกว้างขวาง เช่น การซ่อมแซม การเปลี่ยนสินค้า การลดราคา การเลิกสัญญา และการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ขณะที่สิงคโปร์บัญญัติ Lemon Law ภายใต้ Consumer Protection (Fair Trading) Act โดยบูรณาการเข้ากับ Sale of Goods Act (SGA) และ Unfair Contract Terms Act (UCTA) ซึ่งกำหนดสิทธิของผู้บริโภคในการซ่อมแซม เปลี่ยน ลดราคา หรือเลิกสัญญา อีกทั้งวางบทสันนิษฐานว่า หากสินค้ามีความชำรุดบกพร่องภายในหกเดือนนับแต่ส่งมอบ ให้ถือว่าเป็นความบกพร่องตั้งแต่ต้น เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจพิสูจน์เป็นอย่างอื่นได้ กลไกดังกล่าวช่วยลดภาระการพิสูจน์ของผู้บริโภคและสร้างสมดุลกับผู้ประกอบธุรกิจ จากการเปรียบเทียบเห็นได้ว่ากฎหมายไทยยังขาดกฎหมายเฉพาะว่าด้วยสินค้าชำรุดบกพร่อง จึงควรมีการบัญญัติกฎหมายในเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะ เพื่อกำหนดนิยามของความชำรุดบกพร่อง มาตรการเยียวยา และกลไกการบังคับใช้ที่ชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/SLJ/article/view/296258
ข้อพิจารณาเกี่ยวกับสถานะอันเป็นที่เคารพสักการะและล่วงละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์
2026-05-25T13:16:20+07:00
วรเจตน์ ภาคีรัตน์
pakeerut@yahoo.com
<p style="font-weight: 400;">บทบัญญัติเกี่ยวกับสถานะอันเป็นที่เคารพสักการะและล่วงละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์ปรากฏครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 บทบัญญัตินี้มีรากฐานมาจากกฎหมายต่างประเทศ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญเมจิของญี่ปุ่นซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากรัฐธรรมนูญในยุโรปช่วงศตวรรษที่สิบเก้า บทบัญญัติดังกล่าวมุ่งหมายถึงการห้ามกล่าวหาหรือฟ้องร้องดำเนินคดีกษัตริย์องค์ที่ครองตำแหน่งอยู่ไม่ว่าในทางใด ๆ อันมีลักษณะเป็นความคุ้มกันซึ่งครอบคลุมทั้งในทางอาญา ทางแพ่ง ทางปกครอง และทางรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ในระบอบประชาธิปไตยการบัญญัติให้องค์พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะย่อมส่งผลให้กษัตริย์องค์ที่ครองตำแหน่งอยู่ต้องเป็นกลางทางการเมืองด้วย</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์