https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/issue/feed
วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย
2026-06-23T14:29:01+07:00
ดร. มานิต บุญประเสริฐ
numaam150228@gmail.com
Open Journal Systems
<p>วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้จัดพิมพ์ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย และแลกเปลี่ยนแนวคิด ความรู้ ความก้าวหน้าใหม่ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยบทความทุกเรื่องได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากหลายสถาบันการศึกษา</p>
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/293583
คุณภาพชีวิตในการทำงานและความผูกพันต่อองค์กร ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย
2026-03-12T21:51:21+07:00
สุนิสา ตรีสุวรรณ์
sunisa152728@gmail.com
อำพล นววงศ์เสถียร
Sunisa152728@gmail.com
ณฐา ธรเจริญกุล
Sunisa152728@gmail.com
ศิริพร ลำแพน
Sunisa152728@gmail.com
<p>งานวิจัยเพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรสายสนับสนุน และวิเคราะห์คุณภาพชีวิตการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรที่ส่งผลต่อประสิทธิ ภาพการทำงานของบุคลากรสายสนับสนุน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย จำนวน 400 คน จาก 63 สถาบัน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพชีวิตการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรสายสนับสนุนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ถูกสุขลักษณะและมีความปลอดภัยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดในด้านคุณภาพชีวิตการทำงาน ด้านบรรทัดฐานมีค่าเฉลี่ยสูงสุดในด้านความผูกพันต่อองค์กร ด้านค่าใช้จ่ายมีค่าเฉลี่ยสูงสุดด้านประสิทธิภาพการทำงาน ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ พบว่า คุณภาพชีวิตการทำงานและความผูกพันต่อองค์กร มีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะด้านความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงานและด้านสิทธิส่วนบุคคล ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สุนิสา ตรีสุวรรณ์, อำพล นววงศ์เสถียร, ณฐา ธรเจริญกุล, ศิริพร ลำแพน
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/293136
การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินของการจัดตั้งตลาดนัดริมน้ำปิง ชุมชนตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
2026-02-26T14:29:25+07:00
พรรณนุช ชัยปินชนะ
punnuchchai@gmail.com
เทียน เลรามัญ
taien_l@payap.ac.th
เอนก ชิตเกษร
anakechitkesorn@gmail.com
วัลภา วงศ์จันทร์
vanlapa_v@payap.ac.th
<p>การวิจัยนี้ประเมินความเป็นไปได้ทางการเงินและความเสี่ยงทางการเงิน ในการจัดตั้งตลาดนัดริมน้ำปิง ชุมชนตำบลฟ้าฮ่าม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจลงทุนของชุมชน เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน การวิเคราะห์เชิงคุณภาพเพื่อกำหนดกรอบและสมมติฐานทางการเงิน ร่วมกับการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ ใช้แบบสัมภาษณ์ และแบบวาระการประชุมกลุ่มย่อย เป็นเครื่องมือในการวิจัย ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มกับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่เทศบาล ผู้นำชุมชน รวม 8 คน ผู้เชี่ยวชาญ 2 คน และคณะผู้วิจัย 4 คน ช่วงเวลาในการศึกษาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 รวม 8 เดือน ผลการศึกษาพบว่า โครงการมีงบประมาณการลงทุนเริ่มต้นประมาณ 1.91 ล้านบาท ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างต้นทุนที่สำคัญคือไม่มีค่าเช่าที่ดินเนื่องจากใช้พื้นที่สาธารณะ ผลการวิเคราะห์ตัวชี้วัดทางการเงินที่อัตราคิดลดร้อยละ 10 พบว่ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 18.94 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) สูงถึงร้อยละ 239 และมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ประมาณ 5 เดือน (4 เดือน 27 วัน) แสดงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนสูงมาก อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์ความไว (Sensitivity Analysis) ชี้ให้เห็นว่า "รายได้ค่าเช่า" เป็นปัจจัยวิกฤตที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการมากที่สุด ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ชุมชนควรเน้นกลยุทธ์การรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พรรณนุช ชัยปินชนะ, เทียน เลรามัญ, เอนก ชิตเกษร, วัลภา วงศ์จันทร์
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/292802
กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าผ่าน TikTok
2026-02-16T15:15:22+07:00
พนิดา ตันศิริ
panida.t@bu.ac.th
<p>วัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าผ่าน TikTok กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ กลุ่มผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน TikTok รวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 450 ตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าผ่าน TikTok ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าผ่าน TikTok อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยด้านประสบการณ์ผู้ใช้งานมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าผ่าน TikTok มากที่สุด (BETA = 0.387) รองลงมาคือ ด้านส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (BETA = 0.285) ด้านการสื่อสาร (BETA = 0.176) และด้านการตลาดผ่านผู้ทรงอิทธิพล (BETA = 0.121) ปัจจัยทั้ง 4 ด้านร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมผู้บริโภคในกระบวนการเลือกซื้อสินค้าผ่าน TikTok ได้ ร้อยละ 65.8 และผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการปรับใช้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พนิดา ตันศิริ
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/291586
ผลกระทบนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลที่มีต่อประสิทธิภาพในการทำกำไรของกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงินในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2026-01-08T15:19:40+07:00
ดารณี ใจวงค์
daranee221133@gmail.com
ทศพร ไชยประคอง
Daranee221133@gmail.com
กรรณิการ์ จันทร์อินทร์
Daranee221133@gmail.com
พวงทอง วังราษฎร์
Daranee221133@gmail.com
นันทวรรณ ไชยเรียน
Daranee221133@gmail.com
พิมเนตร เทพปัญญา
Daranee221133@gmail.com
<p>ศึกษาและเปรียบเทียบผลกระทบนวัตกรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล ที่มีต่อประสิทธิภาพในการทำกำไร ของกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจการเงินในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงปี พ.ศ. 2562-2567 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 43 บริษัท โดยใช้ข้อมูลจากงบการเงินประจำปี และแบบรายงานแสดงข้อมูลประจำปี (56-1) ผลการวิจัยพบว่า นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัลมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงปี 2565-2567 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ พบว่า การชำระเงินดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียม และลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีบล็อกเชนยังไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพกำไรอย่างมีนัยสำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการลงทุนและมีต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สูง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มธุรกิจ พบว่า หมวดธนาคารมีระดับการปรับตัวและได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลสูงกว่ากลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์และกลุ่มประกันภัยอย่างมีนัยสำคัญ</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ดารณี ใจวงค์, ทศพร ไชยประคอง, กรรณิการ์ จันทร์อินทร์, พวงทอง วังราษฎร์, นันทวรรณ ไชยเรียน, พิมเนตร เทพปัญญา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/291562
บทบาทของผู้บริหารกับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม
2026-01-07T23:00:23+07:00
เบญจมาศ อุปละ
upalabenjamas@gmail.com
วรชัย วิภูอุปรโคตร
Vorachai.vip@bkkthon.ac.th
<p>การศึกษาระดับบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม ระดับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา และ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทของผู้บริหารกับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม ในปีการศึกษา พ.ศ. 2568 ทั้งหมด 587 คน กลุ่มตัวอย่างใช้วิธีการแบ่งแบบชั้นภูมิได้จำนวน 230 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา และ การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่าระดับบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ระดับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด และ ความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทของผู้บริหารกับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยรวมมีความสัมพันธ์กันปานกลางในเชิงบวก ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .46 มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 เบญจมาศ อุปละ, วรชัย วิภูอุปรโคตร
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/291950
การพัฒนารูปแบบการสร้างสรรค์ความคิด (TCMOE) โดยใช้สื่อประสม ชุดตัวเราและเรื่องใกล้ตัว กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
2026-01-21T17:39:22+07:00
ธัญรัศม์ ธนาสุทธิ์กุลศิริ
thanyarat.sa2525@gmail.com
<p>การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสร้างสรรค์ความคิดโดยใช้สื่อประสมชุด “ตัวเราและเรื่องใกล้ตัว” กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน และ ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการสร้างสรรค์ความคิด (TCMOE) ผู้เข้าร่วมทดลองได้แก่นักเรียนชั้น ป.2/3 จำนวน 18 คน จากโรงเรียนเทศบาล 9 ระบบสาธิตเทศบาลเมืองลพบุรี สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ระยะเวลาการทดลองภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 รวม 22 ชั่วโมง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการสอน TCMOE พร้อมสื่อประสมชุด “ตัวเราและเรื่องใกล้ตัว” แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และ แบบสอบถามความพึงพอใจ การดำเนินงานแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน: R1/Analysis, D1/Design & Development, R2/Implementation และ D2/Evaluation วิเคราะห์ข้อมูลใช้การคำนวณประสิทธิภาพ (E1/E2) สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบค่าทีแบบ Dependent Samples t-test ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบ TCMOE มีองค์ประกอบคือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการสอน และการประเมินผล โดยกระบวนการสอนเป็นการเรียนร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ 5 ขั้น คือ กระตุ้นความคิด สร้างสรรค์ร่วมกัน ผสานความรู้ เสนอข้อมูล ประเมินผล มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.97/86.11 (> เกณฑ์ 80/80) ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) และ ความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.19)</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ธัญรัศม์ ธนาสุทธิ์กุล
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/291793
ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารกับความผูกพันต่อองค์กรของครูสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา
2026-01-15T19:14:59+07:00
จักรพันธุ์ วังทองชุก
chak-chuk@hotmail.com
วรชัย วิภูอปุรโคตร
Vorachai.vip@bkkthon.ac.th
<p>วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหาร ในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา 2) ศึกษาระดับความผูกพันต่อองค์กรของครู 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารกับความผูกพันต่อองค์กรของครู เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากร คือ ครูในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จังหวัดฉะเชิงเทรา ปีการศึกษา 2568 จำนวนทั้งหมด 205 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูจำนวน 136 คน ได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ Krejcie and Morgon (1970) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่สถิติเชิงพรรณนา และ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า 1) ภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) ความผูกพันต่อองค์กรของครูในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบร่วมมือของผู้บริหารกับความผูกพันต่อองค์กรของครู โดยรวมมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .79 ผลการศึกษาแสดงข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า การบริหารแบบร่วมมือที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู สามารถสร้างบรรยากาศการทำงาน และเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จักรพันธุ์ วังทองชุก, วรชัย วิภูอปุรโคตร
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/291769
กระแสการสร้างสรรค์ตุ๊กตาจำลองโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI doll box trend) ในบริบทของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา: กรณีศึกษาการสร้างสรรค์ภาพจาก อัตลักษณ์ของตุ๊กตาบาร์บี้ (AI Barbie)
2026-04-07T11:03:40+07:00
อรณิชา สวัสดิชัย
onnicha.s@bu.ac.th
อรรยา สิงห์สงบ
aunya.s@bu.ac.th
ภราดา แก้วภราดัย
parada.k@bu.ac.th
<p>การศึกษาวิเคราะห์กระแสการสร้างสรรค์ตุ๊กตาจำลองโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI Doll Box Trend) โดยเฉพาะกรณีการสร้างสรรค์ภาพโดยใช้อัตลักษณ์ของตุ๊กตาบาร์บี้ (AI Barbie) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์ปัจจุบัน ที่ก่อให้เกิดประเด็นความท้าทายด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีนัยสำคัญ บทความได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ Generative AI ในการสร้างสรรค์ผลงานที่อาศัยอัตลักษณ์ของตุ๊กตาบาร์บี้ ซึ่งได้รับความคุ้มครองทั้งในฐานะลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายภาพลักษณ์ โดยการศึกษาบทบัญญัติกฎหมาย แนวคำพิพากษา และแนวทางการตีความของประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปเป็นกรอบในการเปรียบเทียบ เพื่อนำมาประเมินความเหมาะสมและข้อจำกัดของกรอบกฎหมายไทยภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่ากฎหมายไทยยังมีช่องว่างสำคัญในการรองรับการสร้างสรรค์ผลงานโดย Generative AI ทั้งในขั้นตอนการฝึกฝนโมเดลและการพิจารณาผลลัพธ์ของงาน บทความได้เสนอแนะแนวทางเชิงนโยบายและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และส่งเสริมการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญากับเสรีภาพในการแสดงออกและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 อรณิชา สวัสดิชัย
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/291355
บทบาทของการมีส่วนร่วมบนสื่อสังคม การรับรู้ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และการร่วมสร้างคุณค่าของลูกค้าต่อเส้นทางผู้บริโภคออนไลน์ของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: กรอบแนวคิดเชิงบูรณาการ
2025-12-29T16:17:12+07:00
กฤษฎ์ชาวิน แก้วอ่อน
manon.keawon@gmail.com
อุทัยรัตน์ เมืองแสน
uthairat@ptu.ac.th
กฤษดา เชียรวัฒนสุข
krisada.dba@gmail.com
<p>การศึกษาสังเคราะห์งานวิจัยเพื่อพัฒนากรอบแนวคิดเชิงบูรณาการ อธิบายบทบาทของการมีส่วนร่วมบนสื่อสังคม การรับรู้ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และการร่วมสร้างคุณค่าของลูกค้าต่อเส้นทางผู้บริโภคออนไลน์ของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า กรอบการตลาดแบบดั้งเดิมที่มองพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นลำดับเชิงเส้น ไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ได้อย่างครอบคลุม เนื่องจากผู้บริโภคมีการเคลื่อนย้ายระหว่างขั้นตอนการรับรู้ การค้นหาข้อมูล การประเมิน และการตัดสินใจอย่างไม่เป็นเส้นตรง และได้รับอิทธิพลจากข้อมูล ประสบการณ์ และปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างต่อเนื่อง กรอบแนวคิดเชิงบูรณาการที่การมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียจึงเป็นกลไกเริ่มต้น การรับรู้ความปลอดภัยและความเชื่อถือ ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลที่ได้รับกับการประเมินผลิตภัณฑ์ และการร่วมสร้างคุณค่าของลูกค้า บทบาทของผู้บริโภคในการรีวิว แนะนำ แบ่งปันประสบการณ์ ร่วมกำหนดความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ในตลาดออนไลน์ ผลการศึกษาช่วยเติมเต็มช่องว่างทางทฤษฎีด้วยการเชื่อมโยงตัวแปรด้านพฤติกรรม การรับรู้ และความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน ให้ข้อเสนอเชิงแนวคิดที่เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนานโยบายคุ้มครองผู้บริโภค และกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดดิจิทัล</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กฤษฎ์ชาวิน แก้วอ่อน, ผศ.ดร. อุทัยรัตน์ เมืองแสน, ดร.กฤษดา เชียรวัฒนสุข
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/291050
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านภายใต้แนวคิดการออกแบบที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติในบริบทอสังหาริมทรัพย์
2025-12-18T23:10:16+07:00
ณัฐพล นพแก้ว
mysontos.sontos@gmail.com
บุญสม รัศมีโชติ
boonsom_mk@thonburi-u.ac.th
พัทธนันท์ ตั้งวรรณวิทย์
patthanan@thonburi-u.ac.th
<p>การศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อบ้าน ภายใต้บริบทของอสังหาริมทรัพย์เชิงนิเวศ โดยมุ่งเน้นศึกษาปัจจัยการออกแบบเพื่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติ (Biophilic Design) การรับรู้คุณค่าของผู้บริโภค และมุมมองเชิงนิเวศที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ผลการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ชี้ให้เห็นว่า การออกแบบเพื่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการรับรู้คุณค่าของผู้บริโภคทั้งในมิติของคุณค่าความสุข (Hedonic Value) และคุณค่าประโยชน์ใช้สอย (Utilitarian Value) ซึ่งทั้งสองมิติดังกล่าวทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่าน (mediators) ที่สำคัญ ในการเชื่อมโยงไปสู่ความตั้งใจซื้อบ้านของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ มุมมองเชิงนิเวศ (Ecological Worldview) ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างการรับรู้คุณค่า โดยสะท้อนให้เห็นถึงระดับจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคที่ส่งผลต่อการประเมินคุณค่าของที่อยู่อาศัยเชิงนิเวศ</p>
2026-06-23T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ์Nattapoon Nobpakaeow