วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss <p>วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้จัดพิมพ์ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย และแลกเปลี่ยนแนวคิด ความรู้ ความก้าวหน้าใหม่ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยบทความทุกเรื่องได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากหลายสถาบันการศึกษา</p> ASSOCIATION OF PRIVATE HIGHER EDUCATION INSTITUTIONS OF THAILAND th-TH วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย 3056-9753 ทักษะการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารศตวรรษที่ 21 ในกลุ่มเครือข่ายช้างขวา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/270273 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาทักษะการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารศตวรรษที่ 21 ในกลุ่มเครือข่ายช้างขวา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 และ (2) เปรียบเทียบการประเมินทักษะการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารศตวรรษที่ 21 ในกลุ่มเครือข่ายช้างขวา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ของครูจำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายช้างขวา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 จำนวน 73 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย วิธีดำเนินการวิจัย มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (2) สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย (3) เก็บรวบรวมข้อมูล (4) วิเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัย พบว่า โดยภาพรวมผู้บริหารมีทักษะการบริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก และเมื่อเปรียบเทียบตามระดับการศึกษาและประสบการณ์ทำงานของครูผู้ประเมิน พบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิจัยชี้ว่าผู้บริหารในกลุ่มเครือข่ายช้างขวามีความพร้อมด้านทักษะการบริหารที่สอดคล้องกับความต้องการของการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และสามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนพัฒนาทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ได้ต่อไป</p> สุวนันท์ สุวรรณวงษ์ วรชัย วิภูอุปรโคตร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 SUWANAN SUWANWONG https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 1 7 การบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตรัง https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/271557 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตรัง และ (2) เปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตรัง จำแนกตามอายุ ประสบการณ์ทำงาน และขนาดโรงเรียน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากร ได้แก่ ครูที่สอนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตรัง จำนวน 395 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ จำนวน 196 คน การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตารางเครซี่และมอร์แกนสำเร็จรูป ด้วยวิธีสุ่มแบบชั้นภูมิ วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย พบว่า (1) การบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก และ (2) การเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จำแนกตามประสบการณ์ทำงานและขนาดสถานศึกษา ภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน ส่วนอายุ โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05</p> ณัฐนรี นวลขาว วรชัย วิภูอุปรโคตร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Nutnaree Nuankao, Vorachai https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 8 16 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ศูนย์พัฒนาวิชาการนาเฉลียงห้วยโป่งยางงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/270319 <p>วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ศูนย์พัฒนาวิชาการนาเฉลียงห้วยโป่งยางงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 และ 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน ตามการประเมินของครู จำแนกตามวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรคือครูโรงเรียนศูนย์พัฒนาวิชาการนาเฉลียงห้วยโป่งยางงาม จำนวน 110 คน กลุ่มตัวอย่างใช้วิธีสุ่มแบบง่าย จำนวน 86 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียน โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก และ 2) การเปรียบเทียบความแตกต่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประเมินโดยครูที่มีระดับการศึกษาต่างกัน พบว่า 1) โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน และ2) ผลการประเมินภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยครูที่มีประสบการณ์ทำงานต่างกันในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ หรือภาวะผู้นำเชิงบารมี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> ณัฐพล สีหาฤทธิ์ วรชัย วิภูอุปรโคตร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ณัฐพล สีหาฤทธิ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 17 25 การประกอบสร้างอัตลักษณ์ในภาพยนตร์มวยไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/284725 <p>งานวิจัยเพื่อวิเคราะห์การสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการเล่าเรื่องและตัวละครในภาพยนตร์แนวศิลปะการต่อสู้ ใช้มวยไทยเป็นแกนหลัก ได้แก่ องค์บาก (พ.ศ. 2546) ต้มยำกุ้ง (พ.ศ. 2548) และไชยา (พ.ศ. 2550) โดยใช้แนวคิดการประกอบสร้างความจริงทางสังคม (Social Construction of Reality) และทฤษฎีการเล่าเรื่อง (Narrative Theory) เป็นกรอบในการวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า ภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องได้นำเสนออัตลักษณ์ไทยผ่านองค์ประกอบ ได้แก่ ฉาก วิถีชีวิต ประเพณี การไหว้ครู ความผูกพันกับชุมชน การสอดแทรกศิลปะการต่อสู้มวยไทยเชิงสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความภาคภูมิใจในชาติ และการปกป้องสิ่งที่มีคุณค่า มีตัวละครเอกในฐานะ "วีรบุรุษ" ที่มีความสามารถด้านมวยไทยเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมกับจิตสำนึกทางสังคม นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือ soft power ที่ทรงพลังในการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการสื่อสารภาพลักษณ์ของมวยไทยในมิติที่หลากหลาย ทั้งในเชิงกีฬา ศิลปะ และความหมายทางสังคม ส่งผลต่อความนิยมในระดับนานาชาติและการตระหนักรู้ในคุณค่าของมวยไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม</p> เจตษ์ บุณโยประการ ปัทมวดี จารุวร สุชาติ โอทัยวิเทศ เจตน์ศักดิ์ แสงสิงแก้ว ไกรสร วงศ์อนันต์ศักดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Jade Bunyoprakarn https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 26 39 การศึกษารูปแบบของการสื่อสารโดยตรงในภาพยนตร์บันเทิง https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/284726 <p>การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษารูปแบบของการสื่อสารโดยตรง ที่ปรากฏในภาพยนตร์บันเทิง 2) เพื่อศึกษาการรับรู้และความรู้สึกของผู้ชมที่มีต่อเทคนิคการสื่อสารโดยตรง วิธีการศึกษาโดยวิเคราะห์ภาพยนตร์ 3 เรื่อง คือ Annie hall (2520), Funny game (2540), Amélie (2544) การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้แก่ นักวิชาชีพและนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ การสนทนากลุ่มตัวอย่างผู้ชม 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีความรู้และกลุ่มที่ไม่มีความรู้ทางด้านภาพยนตร์ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบของการสื่อสารโดยตรงในภาพยนตร์บันเทิงสามารถจำแนกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) ตัวละครรับรู้ถึงตัวตนในภาพยนตร์ และแสดงออกต่อสถานการณ์ผ่านท่าทางและสีหน้าแก่ผู้ชม 2) ตัวละครสื่อสารกับผู้ชมโดยการพูดคุยกับผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ 3) ตัวละครเข้าไปแทรกแซงหรือดัดแปลงโครงเรื่องของภาพยนตร์ได้อย่างอิสระ นักวิชาการมองว่าเทคนิคการสื่อสารโดยตรงเป็นการทำให้ผู้ชมเกิดการรู้สึกตัวและเกิดการ “หลุด” ออกจากสื่อที่กำลังรับชมชั่วคราว เพื่อให้ผู้ชมเห็นถึงปัญหาในเชิงบริบทของเรื่องราว และตั้งคำถามต่อประเด็นที่ภาพยนตร์ต้องการสื่อสารออกมา ด้านวิชาชีพมองว่าเทคนิคดังกล่าว ถ้าใช้งานอย่างเหมาะสมกับเรื่องราว มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จะทำให้ภาพยนตร์มีมิติและเกิดความแปลกใหม่ของการเล่าเรื่อง</p> อิงครัต วงศ์อนันต์ศักดิ์ เจตน์ศักดิ์ แสงสิงแก้ว ปัทมวดี จารุวร สุชาติ โอทัยวิเทศ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Inkarat Wonganansak https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 40 54 การวิเคราะห์ปัจจัยการตลาดบริการที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการร้านนวดแผนไทย ในจังหวัดเชียงราย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/285726 <p>วัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยการตลาดบริการ และระดับการตัดสินใจเข้ารับบริการร้านนวดแผนไทยในจังหวัดเชียงราย และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยการตลาดบริการที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการร้านนวดแผนไทยในจังหวัดเชียงราย โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 392 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามที่ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 90.64 มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค เท่ากับ 0.975 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา และสถิติการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับปัจจัยการตลาดบริการโดยรวมอยู่ในระดับมาก และระดับการตัดสินใจเข้ารับบริการร้านนวดแผนไทยโดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) ปัจจัยการตลาดบริการที่มีอิทธิผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการร้านนวดแผนไทยมากที่สุดคือ ประสิทธิภาพและคุณภาพ รองลงมา ได้แก่ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย กระบวนการบริการ การส่งเสริมการตลาด บุคลากร ผลิตภัณฑ์ และการรับรู้คุณค่าตามลำดับ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01</p> กนกวรรณ พุทธหน่อแก้ว ประภาวรินทร์ แก้วเขียว วัชรี มนัสสนิท จักรพันธ์ ชัยทัศน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Prapawarin Kaewkhiew https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 55 65 ปัจจัยเหตุและผลของความคล่องตัวขององค์การในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/286249 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องโมเดลปัจจัยเหตุและผลของความคล่องตัวขององค์การในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และศึกษาบทบาทตัวแปรคั่นกลางความคล่องตัวขององค์การระหว่างปัจจัยเหตุและปัจจัยผล ใช้วิธีวิจัยแบบผสมระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ สัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อปรับแบบสอบถามให้เข้ากับบริบทภาคธุรกิจปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ผู้บริหาร 420 องค์การ สุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ วิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างตามแนวทาง Partial Least Squares ผลการวิจัยพบว่า 1) โมเดลวิจัยมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 2) ความสามารถทางความรู้ส่งอิทธิพลเชิงบวกผ่านความคล่องตัวขององค์การไปยังผลลัพธ์ทุกตัว ผลการดำเนินงานองค์การได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ความสามารถในการแข่งขัน ความอยู่รอดขององค์การ และความรวดเร็วในการตอบสนองต่อตลาด ความสามารถทางนวัตกรรมมีผลกระทบรองลงมา ตามด้วยความสามารถทางการจัดรูปแบบองค์การใหม่ และความสามารถทางทรัพยากรมนุษย์ และ 3) ความสามารถทางเทคโนโลยีสารสนเทศไม่สามารถส่งอิทธิพลผ่านความคล่องตัวไปยังผลลัพธ์ได้ การวิจัยนี้เป็นการพัฒนาทฤษฎีและขยายองค์ความรู้ความคล่องตัวขององค์การเข้ากับการบริหารธุรกิจหลากหลายสาขา</p> พิทยุตม์ โตขำ ปิยะฉัตร จารุธีรศานต์ วิไลลักษณ์ เสรีตระกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Phittayut Tokham https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 66 83 การพัฒนาประสิทธิภาพการบันทึกบาดแผลในคดีทำร้ายร่างกายทางนิติเวชคลินิกของโรงพยาบาลตากสิน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/283275 <p>งานวิจัยนี้ศึกษาการเก็บข้อมูลการบันทึกบาดแผลทางนิติเวชผ่านการทำงานของแพทย์ พยาบาล และพนักงานสอบสวน แบ่งขั้นตอนเป็น 1) รวบรวมการบันทึกเวชระเบียนผู้ป่วยนอกที่เข้ารับการรักษา ในปี พ.ศ. 2562 - พ.ศ. 2564 จำนวน 675 ราย นำเสนอข้อมูลแบบร้อยละ เปรียบเทียบข้อมูลตามประเด็นทางนิติเวช 2) สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง และ 3) นำผลลัพธ์มาสังเคราะห์ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการปฎิบัติงาน ผลการศึกษา พบว่า การบันทึกบาดแผลที่ถูกทำร้ายร่างกาย 5 ด้าน คือ 1) การบันทึกชนิด 2) การบันทึกขนาด 3) การบันทึกตำแหน่ง 4) การบันทึกจำนวน และ 5) การบันทึกภาพถ่าย บันทึกข้อมูลครบถ้วน คิดเป็นร้อยละ 77.0, 60.6, 76.7, 76.6, และ75.0 ตามลำดับ สอดคล้องกับการสัมภาษณ์แพทย์ พยาบาล ที่การดำเนินงานตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาแต่ขาดความใส่ใจในการบันทึกข้อมูล เนื่องจากให้ความสำคัญในการช่วยชีวิต เมื่อมีการแจ้งความ พนักงานสอบสวนประสานงานกับโรงพยาบาล และติดตามใบชันสูตรบาดแผล ดังนั้นควรจัดอบรม สร้างความตระหนักและความใส่ใจของมาตรฐานการบันทึกการตรวจบาดแผล</p> ศศิธร บุตรจันทร์ วรธัช วิชชุวาณิชย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ศศิธร บุตรจันทร์, วรธัช วิชชุวาณิชย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 84 96 การสืบสวนคดีด้านสัตว์ป่าของด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานดอนเมือง https://so06.tci-thaijo.org/index.php/apheit-ss/article/view/288930 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสืบสวนคดีด้านสัตว์ป่าของด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานดอนเมือง และเสนอแนะการพัฒนาแนวทางการสืบสวนคดีด้วยการใช้เทคนิค เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานดอนเมือง โดยการรวบรวมความรู้พื้นฐานจากการศึกษาในพื้นที่จริง จากเอกสาร บทความ งานวิจัย รวมทั้งสถิติข้อมูลจากหน่วยงานทางด้านอาชญวิทยาสัตว์ป่า การสืบสวนคดี กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าในประเทศไทย บทบาทภารกิจของด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานดอนเมืองในการดำเนินคดีสัตว์ป่าภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 นำเสนอกระบวนการดำเนินคดีในปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ รวมทั้งรวบรวมขั้นตอนการสืบสวนในระหว่างเกิดเหตุ และชี้แนะให้เห็นความแตกต่างของการค้าในสนามบินเทียบกับการค้าสัตว์ป่าตามแนวชายแดน ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้ นำวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานดอนเมืองจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการสืบสวนคดีในด้านการใช้เทคนิค เครื่องมือ และเทคโนโลยี ให้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าส่งออกไปนอกราชอาณาจักรไทยต่อไป</p> กนกวรรณ แก้วปกาศิต วรธัช วิชชุวาณิชย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 กนกวรรณ แก้วปกาศิต, วรธัช วิชชุวาณิชย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-24 2025-12-24 31 2 97 109