https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/issue/feed
วารสารสหวิทยาการ
2025-12-29T14:27:41+07:00
Asst. Prof. Yingluck Kanchanaroek, Ph.D.
ci.journal@tu.ac.th
Open Journal Systems
<p>วารสารสหวิทยาการเป็นวารสารที่จัดทำโดยวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วารสารนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะเผยแพร่บทความเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับสาขาสหวิทยาการและสังคมศาสตร์ อาทิ รัฐศาสตร์ กฎหมาย การจัดการ บริหารและเศรษฐศาสตร์ และการท่องเที่ยว โดยตีพิมพ์ 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p>
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/article/view/287789
อิทธิพลของการบริหารคุณภาพโดยรวมที่มีต่อประสิทธิภาพของการบัญชีบริหารและความสำเร็จขององค์กร: หลักฐานเชิงประจักษ์จากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2025-09-25T09:36:11+07:00
ขจิต ณ กาฬสินธุ์
khajit.nk@npu.ac.th
จิตอุษา ขันทอง
jitusa@g.swu.ac.th
ชินกร ชัยดา
ci.journal@tu.ac.th
พิมพ์นารา รามางกูร
ci.journal@tu.ac.th
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารคุณภาพโดยรวมกับประสิทธิภาพของการบัญชีบริหารและความสำเร็จขององค์กรโดยใช้สถิติการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่าการบริหารคุณภาพโดยรวมมีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อประสิทธิภาพของการบัญชีบริหารและความสำเร็จขององค์กร เช่นเดียวกับที่ประสิทธิภาพของการบัญชีบริหารมีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเช่นกัน จากการศึกษาพบว่าการบริหารคุณภาพโดยรวมส่งผลให้ระบบบัญชีบริหารสามารถวิเคราะห์ต้นทุนและประเมินผลได้อย่างแม่นยำ ตอบสนองการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารและส่งเสริมการกำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความสำคัญเชิงทฤษฎีในการขยายองค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของการบริหารคุณภาพโดยรวมที่เชื่อมโยงกับระบบบัญชีบริหารอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ผู้บริหารยังสามารถนำหลักการของการบริหารคุณภาพโดยรวมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและการควบคุมต้นทุน นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการ
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/article/view/286928
ดนตรีกับการจัดระเบียบทางสังคม
2025-09-11T10:10:12+07:00
ณัฐพล วิสุทธิแพทย์
nwisutti@tu.ac.th
<p>งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพี่อศึกษาบทบาทของดนตรีต่อการสร้างกระบวนการและสภาวะทางสังคม โดยเน้นไปที่การแสดงรถแห่ และพิจารณาถึงเงื่อนไขและบริบททางวัฒนธรรม สังคม ที่ส่งผลต่อการประกอบสร้างและการต่อรองกระบวนการทางสังคมในการแสดงดังกล่าว งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การค้นคว้าเอกสารและการลงภาคสนามผ่านชาติพันธุ์วรรณนา ผู้วิจัยได้สังเกตแบบมีส่วนร่วมกับคณะรถแห่กังสดาลมิวสิคในกรุงเทพมหานคร และใช้กรอบแนวคิดดนตรีในเชิงสังคมวิทยาของ เทีย เดอนอรา เป็นหลัก ผลการวิจัยพบว่าการแสดงรถแห่เป็นพื้นที่ของเหตุการณ์หนาแน่นสูง ประกอบไปด้วยการเล่นดนตรี การเต้น และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ลักษณะของดนตรีที่มีจังหวะรวดเร็ว มีความเร้าใจ และเน้นการมีส่วนร่วมในการแสดงรถแห่ก่อให้เกิดการจัดระเบียบทางสังคมรูปแบบหนึ่งที่ผู้คนแปลกหน้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน การแสดงดนตรีในรถแห่ยังเหนี่ยวนำความสามารถกระทำการและสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างคนแปลกหน้าในขบวนแห่ และเป็นต้นเหตุของกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์ที่ทั้งสอดคล้องและขัดแย้งกับบรรทัดฐานทางสังคม ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของดนตรีในการประกอบสร้างและกำหนดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างผู้คน</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการ
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/article/view/284190
เงารุ่งโรจน์และร่วงโรยในนิราศภูเขาทอง: การปรากฏของโลกธรรม 8 ในชีวิตและวรรณกรรมของสุนทรภู่
2025-07-29T09:39:29+07:00
ณัฐพงษ์ แก้วสีสด
s65121109002@ssru.ac.th
วิลาสิณี ดือราแม
ci.journal@tu.ac.th
สุภัคธัช สุธนภิญโญ
Suphakkhathat.su@ssru.ac.th
<p>บทความวิจัยฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการปรากฏของหลักธรรมในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะ “โลกธรรม 8” ภายในวรรณกรรมนิราศภูเขาทองประกอบกับชีวประวัติของสุนทรภู่ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนสภาวะชีวิตและจิตใจของกวีเอกในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของชีวิต ใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) จากต้นฉบับนิราศภูเขาทองฉบับตรวจชำระของกรมศิลปากร พ.ศ. 2510 และเอกสารทุติยภูมิที่เกี่ยวข้อง ผลการวิเคราะห์พบว่า โลกธรรม 8 ปรากฏในตัวบทอย่างเด่นชัดและสัมพันธ์กับชีวิตจริงของสุนทรภู่ โดย มีลาภ–เสื่อมลาภ สะท้อนผ่านโอกาสที่กวีได้รับราชการเป็นอาลักษณ์จากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และการเสื่อมสูญเกียรติยศเมื่อสิ้นรัชกาลนั้น มียศ–เสื่อมยศ ปรากฏจากการได้รับแต่งตั้งเป็นขุนสุนทรโวหาร และการตกจากสถานะกวีหลวงสู่สามัญชนในรัชกาลถัดมา สรรเสริญ–นินทา แสดงผ่านการได้รับการยกย่องเชิดชูจากพระมหากษัตริย์และราชสำนัก ตลอดจนการเผชิญคำครหาหลังบวชเป็นพระภิกษุแต่ยังคงแต่งนิราศ สุข–ทุกข์ สะท้อนผ่านความปีติเมื่อได้รับพระเมตตาจากพระมหากษัตริย์และความทุกข์โศกจากการสูญเสียที่พึ่งพิงและการพลัดพราก นิราศภูเขาทองมิได้เป็นเพียงวรรณกรรมพรรณนาเส้นทาง หากยังสะท้อน สัจธรรมทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะ “โลกธรรม 8” ที่สุนทรภู่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของชีวิต การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า สุนทรภู่มิได้ใช้โลกธรรม 8 เพียงเพื่อแสดงอารมณ์ส่วนตัว แต่ยังเจตนาสื่อสารหลักธรรมแก่ผู้อ่าน เพื่อให้ตระหนักถึงความไม่เที่ยงและการวางใจอย่างรู้เท่าทันในความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ผลวิจัยจึงช่วยเสริมความเข้าใจเชิงลึกทั้งด้านวรรณคดีและด้านปรัชญาธรรม ทำให้นิราศภูเขาทองมีคุณค่าทั้งเชิงสุนทรียศาสตร์และเชิงศีลธรรม</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการ
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/article/view/276213
ปัจจัยและระดับความวิตกกังวลในการพูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ
2025-10-09T15:00:00+07:00
พรเทพ เจริญกิจ
porntep.c@dru.ac.th
<p>การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยและระดับความวิตกกังวลในการพูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ โดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการเลือกตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็นในลักษณะหลายขั้นตอน (Multi-stage non-probability sampling) กล่าวคือ ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบกำหนดโควตา (Quota sampling) ตามสัดส่วนคณะ และตามด้วยการเลือกตัวอย่างตามความสะดวก (Convenience sampling) ผลการวิจัยเผยให้เห็นข้อค้นพบหลักที่น่าสนใจ คือความขัดแย้งระหว่างปัจจัยสนับสนุนที่อยู่ในระดับต่ำ (ด้านผู้เรียน การสอน และครอบครัว) กับระดับความวิตกกังวลที่อยู่ในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณยืนยันประเด็นนี้ โดยพบว่าปัจจัยที่ศึกษาสามารถอธิบายความผันแปรของความวิตกกังวลได้เพียงร้อยละ 5.0 (R2=.050) ซึ่งข้อค้นพบนี้ได้ชี้ชัดว่า ความวิตกกังวลของนักศึกษากลุ่มนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยแวดล้อมภายนอกเป็นหลัก แต่มีรากฐานมาจากปัจจัยทางจิตวิทยาภายในที่ทรงพลัง เช่น ความกลัวที่จะถูกประเมินในทางลบและความไม่มั่นใจในการสื่อสาร ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีความวิตกกังวลในภาษาต่างประเทศ ดังนั้น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจึงควรมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจของผู้เรียนโดยตรง เช่น การสร้างความเชื่อมั่น การปรับทัศนคติต่อความผิดพลาด และการให้คำปรึกษา ควบคู่ไปกับการปรับปรุงปัจจัยภายนอก เพื่อลดอุปสรรคทางจิตวิทยาและส่งเสริมทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการ
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/article/view/283745
การจัดการศึกษาไทยในยุคหลังสมัยใหม่: การวิเคราะห์อำนาจและความรู้ผ่านกรอบแนวคิดของ Michel Foucault
2025-08-08T11:20:41+07:00
สุพรรณิการ์ ชนะนิล
supannika@reru.ac.th
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ระบบการศึกษาไทยภายใต้บริบทของยุคหลังโควิด-19 โดยใช้กรอบแนวคิดเรื่องอำนาจและความรู้ของ Michel Foucault เพื่อศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ที่มีต่อการจัดการศึกษาในระดับนโยบาย หลักสูตร และห้องเรียน แนวคิดหลักของบทความชี้ให้เห็นว่าระบบการศึกษาไทยยังคงถูกครอบงำด้วยกลไกอำนาจกลาง การผลิตซ้ำความรู้ที่จำกัด และระเบียบวินัยแบบสมัยใหม่ที่ฝังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้และการประเมิน ผลการศึกษาแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อระบบการศึกษาไทย 2) การวิพากษ์นโยบายและหลักสูตรในฐานะเครื่องมือของอำนาจ 3) การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนภายใต้ระเบียบวินัยแบบสมัยใหม่ และ 4) แนวทางการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมความรู้ทางเลือกและเสียงชายขอบ ข้อค้นพบสำคัญชี้ว่า การเปิดพื้นที่ให้กับความหลากหลายของอัตลักษณ์และชุดความรู้ที่แตกต่าง จะช่วยปลดเปลื้องการศึกษาจากการควบคุมเชิงอำนาจ และนำไปสู่ระบบที่ยืดหยุ่นเป็นพหุนิยม และตอบสนองต่อพลวัตของโลกยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง บทความเสนอให้มีการออกแบบนโยบายและหลักสูตรใหม่ที่เปิดกว้างต่อความรู้หลายชุด และสร้างการศึกษาในฐานะพื้นที่แห่งความหมายของทุกคน</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการ
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/citujournal/article/view/284216
บทเรียนและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แบบบูรณาการ
2025-09-11T16:34:40+07:00
ยุวดี วงศ์วีระประเสริฐ
yuwadeesocio.tu@gmail.com
<p>การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้นการสร้างคุณค่า (Value creation) บนฐานอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเอื้อต่อการรื้อฟื้นและตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมของชุมชนในการศึกษานี้ ผู้วิจัยมุ่งวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในภูมิภาคเอเชียโดยเปรียบเทียบ แนวทางแบบขับเคลื่อนโดยรัฐแบบบนลงล่าง (Top-down) กับ แนวทางแบบขับเคลื่อนโดยชุมชน (Bottom-up) แบบล่างขึ้นบน โดยใช้การวิเคราะห์เอกสารและกรณีตัวอย่างเชิงเปรียบเทียบผลการศึกษาพบว่า แนวทางการขับเคลื่อนโดยรัฐ ช่วยกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์และสร้างความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่แนวทางการขับเคลื่อนโดยชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความเป็นเจ้าของและการ คงอยู่ของอัตลักษณ์ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแนวทางต่างมีข้อจำกัด จึงจำเป็นต้องบูรณาการให้เกิด ระบบการท่องเที่ยวที่สมดุลระหว่างพลังเชิงนโยบายและพลังจากฐานราก เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย ควบคู่กับการเสริมพลังชุมชนและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในระยะยาว</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการ