Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu <p>&nbsp;</p> <div id="vg_gray_ov" style="position: fixed; width: 100%; height: 100%; inset: 0px; display: none; background-color: rgba(0, 0, 0, 0.3); z-index: 9999999; cursor: pointer;">&nbsp;</div> <div id="vg_gray_ov" style="position: fixed; width: 100%; height: 100%; inset: 0px; display: none; background-color: rgba(0, 0, 0, 0.3); z-index: 9999999; cursor: pointer;">&nbsp;</div> <div id="vg_gray_ov" style="position: fixed; width: 100%; height: 100%; inset: 0px; display: none; background-color: rgba(0, 0, 0, 0.3); z-index: 9999999; cursor: pointer;">&nbsp;</div> en-US <p><strong>ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ</strong></p> <p>1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES<br>2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)<br>3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind<br>4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก<br>5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน</p> joeedu@rmu.ac.th (อาจารย์ ดร.รุ่งลาวัลย์ ละอำคา) vannasa.s@rmu.ac.th (นางสาววรรณษา โสภานะ) Thu, 12 May 2022 18:55:40 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 เชื่อใจในตัวครู : กุญแจสู่การศึกษาชั้นนำฉบับฟินแลนด์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256512 <p>ฟินแลนด์ได้รับความสนใจจากนักการศึกษา นักวิจัย และนักข่าวนานาประเทศ หลังจากแสดงให้เห็นผลสัมฤทธิ์อันโดดเด่นผ่านคะแนนสอบ PISA สิ่งที่พวกเขาพบคือ ฟินแลนด์มีคาบเรียนสั้น มีช่วงพักระหว่างวันเยอะ ไม่มีการสอบวัดมาตรฐานระดับชาติ ไม่มีการตรวจสอบจากภายนอก ไม่มีภาระรับผิดชอบเชิงลงโทษสำหรับครู ทั้งยังให้การสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และครูเป็นอาชีพที่มีสถานะทางสังคมสูง &nbsp;ฟินแลนด์คือประเทศที่มีระบบการศึกษาแข็งแกร่งและมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในอันดับต้น ๆ ของโลก ความสำเร็จนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากกำลังสำคัญที่คอยขับเคลื่อนอย่าง “ครู” ผู้เปิดประตูแห่งความรู้ให้ผู้เรียน และกุญแจสำคัญที่จะไขประตูบานนี้ได้คือ ความเชื่อใจ พจนานุกรมเคมบริดจ์นิยามว่า การเชื่อใจ (ใครสักคนหรืออะไร สักอย่าง) คือ “การเชื่อว่าคนคนนั้นเป็นคนดี ซื่อสัตย์ และเขาจะไม่ทำร้ายคุณ หรือสิ่งนั้นปลอดภัยและไว้ใจได้” โดยการ “เชื่อใจครู”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ในฟินแลนด์นั้นมีลักษณะสำคัญ คือ การเชื่อใจครูไม่ใช่การปล่อยให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ตามต้องการในโรงเรียน … การเชื่อใจในโรงเรียนก็มีมากกว่าการหยิบยื่นงบประมาณจากภาษีให้ แล้วสั่งให้พวกเขาจัดการตัวเองตามปรารถนา เมื่อ 16 มีนาคม 2020 รัฐบาลฟินแลนด์ตัดสินใจปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั้งหมดภายในสองวัน โรงเรียนได้รับคำแนะนำให้จัดการเรียนการสอนทางไกลโดยใช้วิธีการทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งมีทั้งแบบดิจิทัลและการเรียนด้วยตนเอง ครูมีเวลาหนึ่งวันเต็มในการคิดแผนต่าง ๆ เพื่อไม่ให้มีเด็กถูกทิ้งและได้รับผลกระทบ ในขณะที่หน่วยงานรัฐกำลังวุ่นวายกับการจัดการความตื่นตระหนกด้านสุขภาพและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเพราะโรคระบาด เจ้าหน้าที่การศึกษาและโรงเรียนในท้องถิ่นก็ได้รับการสนับสนุนให้ใช้ภูมิปัญญาในวิชาชีพอย่างดีที่สุดเพื่อจัดการเรียนการสอนให้ดีที่สุด ความเชื่อใจแสดงให้เห็นพลังที่แท้จริงในสถานการณ์ใหม่ ๆ อันคาดไม่ถึง สถานการณ์ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าควรทำอะไรต่อไป ความเชื่อใจต้องเกิดจากทั้งสองฝั่ง นั่นคือรัฐเชื่อใจครู และครูเชื่อใจรัฐในการทำสิ่ง&nbsp;&nbsp; ที่ต้องทำ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หนังสือ เชื่อใจในตัวครู : กุญแจสู่การศึกษาชั้นนำฉบับฟินแลนด์ ของ ปาสิ ซอลห์เบิร์ก เป็นศาสตราจารย์ด้านนโยบายการศึกษาที่มหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ซิดนีย์ เขามีประสบการณ์ยาวนานในการเป็นครูโรงเรียน อาจารย์ฝึกหัดครูและผู้กำหนดนโยบายในประเทศฟินแลนด์ และ ทิโมธี ดี. วอล์กเกอร์ เป็นครูชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในเมืองเอสโป ประเทศฟินแลนด์ ที่เชื่อในวิถีการสอนแบบฟินแลนด์ นำเสนอระบบการศึกษาอันแข็งแกร่งบนรากฐานของความเชื่อใจ ซึ่งสนับสนุนให้ครูมีบทบาทกำหนดทิศทางการศึกษา มีสถานะทางอาชีพที่มั่นคง ไม่ถูกตีกรอบทางความคิด หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสองภาค ภาคหนึ่ง ดินแดนแห่งความเชื่อใจ ว่าด้วยการพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อใจแบบองค์รวม แนวทางการศึกษาแบบฟินแลนด์และวิวัฒนาการความเชื่อใจต่อครูชาวฟินแลนด์ ภาคสอง หลักเจ็ดประการ พร้อมตัวอย่างการนำไปใช้จริง อาทิ กระบวนการบ่มเพาะ “อำนาจตัดสินใจ” ของครู วิธีส่งต่อความเชื่อใจและสร้างผู้เรียนที่รู้จักรับผิดชอบ&nbsp; การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ให้ครูและนักเรียน และระบบช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการเฉพาะ ตามแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”&nbsp; ซึ่งจะสำรวจผ่านหลัก 7 ประการ สำหรับสร้างวัฒนธรรมความเชื่อใจในโรงเรียนประกอบด้วย</p> <p>1) สอนครูให้คิด กลยุทธ์ฝึกครูให้คิด จึงหมายถึงหลักสูตรวิชาชีพครูสมัยใหม่ที่มักสอนให้ครูคิดอย่างลึกซึ้ง และเข้าใจพฤติกรรมกับอารมณ์ของตนเมื่ออยู่ในโรงเรียนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ วิชาศึกษาศาสตร์ในฟินแลนด์ยังมีอุดมคติเรื่อง “ครูที่คิดเชิงการสอน” ซึ่งการคิดเชิงการสอน (Pedagogical thinking) หมายถึง กระบวนการทางความคิดที่อธิบายว่าครูตัดสินใจอย่างหลากหลายในระหว่างการสอนได้อย่างไร และหากเราต้องการสนับสนุนให้ครูคิดเพื่อตัวเองมากขึ้น ก็ต้องให้เวลาและพื้นที่สำหรับคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของตนแก่ครู โดยในทางปฏิบัติคือ เมื่อเริ่มปีการศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนจะมอบสมุดบันทึกซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังแก่ครู เป็นการแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนมุ่งเน้นการทบทวนและสะท้อนการปฏิบัติงาน หรืออาจเป็นเรื่องง่าย ๆ อย่างการเริ่มต้นการประชุมแต่ละสัปดาห์ด้วยการสะท้อนคิด (Reflection) แล้วแลกเปลี่ยนกันในคณะครูและผู้อำนวยการ</p> <p>&nbsp;2) บ่มเพาะคนรุ่นต่อไป &nbsp;กลยุทธ์บ่มเพาะคนรุ่นต่อไป เริ่มต้นด้วยการที่อาจารย์ผู้ดูแลนักศึกษาฝึกสอนใช้เวลาบรรยายเกี่ยวกับเด็กนักเรียนให้นักศึกษาฟังเป็นส่วนใหญ่ในช่วงแรกเริ่ม จากนั้นบทสนทนาแบบเห็นหน้าจะช่วยให้นักศึกษาค้นหาหนทางบ่มเพาะความเชื่อใจในหมู่เด็กนักเรียน และรับมือกับความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละคนได้ อีกสิ่งที่มีค่ายิ่งซึ่งทุกโรงเรียนทำได้คือ การให้ครูได้แลกเปลี่ยนข้อค้นพบจากเด็กนักเรียนของตน ครูสามารถสร้างบทสนทนาที่มีเด็กเป็นศูนย์กลางได้โดยพูดคุยเกี่ยวกับเด็กแต่ละคนใน 4 ด้าน ได้แก่ ความสนใจ ศักยภาพ ความท้าทาย และกลยุทธ์ เกี่ยวกับนักเรียน</p> <p>&nbsp;3) อิสระภายในกรอบ &nbsp;ฟินแลนด์ไม่เพียงมอบอิสระและอำนาจตัดสินใจแก่ครู แต่ระบบการศึกษาฟินแลนด์เชื่อว่าห้องเรียนก็เป็นของเด็กด้วย ในชุดการเรียนสหวิชา เด็กจะแบ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ตั้งคำถามวิจัย พัฒนาคำถาม และสมมติฐาน จากนั้นก็ลงมือเก็บข้อมูล อาจมีการนำเสนองานอันหลากหลาย</p> <p>4) สร้างผู้เรียนที่รับผิดชอบเป็น &nbsp;กลยุทธ์การบ่มเพาะผู้เรียนที่รับผิดชอบเป็น มีวิธีปฏิบัติอันเรียบง่ายอย่างหนึ่งที่เห็นได้ทั่วไปในฟินแลนด์ ซึ่งครูจะจับคู่กับครูต่างระดับชั้นอีกคนหนึ่งเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองชั้นเรียนเป็นเวลาหนึ่งปี วิธีนี้เรียกว่า กุมมิต (kummit&nbsp; แปลว่า พ่อแม่ทูนหัว) วิธีนี้เป็นการผูกพันชั้นเรียนทั้งสองนานสิบเดือน ประกอบด้วยนักเรียนที่จับคู่กันและคอยช่วยเหลือกันในด้านต่าง ๆ และยังผนึกกำลังครูซึ่งมีภารกิจร่วมกันในการทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่เด็ก ๆ โดยไม่เป็นการเพิ่มภาระของครู แม้แนวทางนี้จะมุ่งให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนเป็นหลัก แต่ครูมือใหม่ก็ได้รับคำแนะนำที่สำคัญและเป็นธรรมชาติจากครูที่มีประสบการณ์มากกว่าด้วย</p> <p>5) เล่นเป็นทีม &nbsp;ทุนทางสังคมคือเครือข่ายความสัมพันธ์ที่บุคคล กลุ่ม หรือหน่วยบางอย่างสร้างขึ้นและใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น ในโรงเรียนที่มีทุนทางสังคมดี เราจะเห็นครูพูดถึงงานของตนในฐานะวิถีปฏิบัติแบบร่วมมือร่วมแรง พวกเขาเข้าถึงชั้นเรียนของครูคนอื่นได้เป็นปกติ ประชุมกันเป็นประจำ และร่วมกันวางแผน โรงเรียนเช่นนี้มีความเชื่อใจในตัวครูสูงกว่าโรงเรียนที่มีทุนทางสังคมต่ำ โดยการสร้างทุนทางสังคมนั้นมีวัตถุดิบสามอย่างได้แก่ ตารางสอนที่ยืดหยุ่น ศูนย์ความร่วมมือ และวิธีคิดแบบอิงกลุ่ม</p> <p>6) แบ่งปันความเป็นผู้นำ ในฟินแลนด์ ผู้อำนวยการเป็นครูที่ผ่านการฝึกฝนและมักใช้เวลาหลายปีในชั้นเรียนก่อนจะไปเป็นผู้บริหารโรงเรียน ผู้อำนวยการจำนวนมากยังคงมีวิชาสอนในแต่ละสัปดาห์ สำหรับที่นี่แล้ว มีความคาดหวังโดยทั่วไปว่าผู้อำนวยการต้องวางเท้าอย่างน้อยข้างหนึ่งไว้ในห้องเรียนเสมอ</p> <p>7) เชื่อใจกระบวนการ &nbsp;ระบบการศึกษาของฟินแลนด์เข้าใจดีว่า “เด็กทุกคนมีความต้องการเฉพาะ” และเด็กทุกคนเรียนรู้สิ่งที่จำเป็นต้องเรียนได้หากมีเงื่อนไขการเรียนรู้ที่เหมาะสม ทำให้ฟินแลนด์ต่างจากประเทศตรงที่ 1) ครูทั้งหมดต้องเรียนวิชาการศึกษาพิเศษ 2) นักการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาวะทำงานกันเป็นทีมเพื่อเข้าช่วยเหลือเด็ก ๆ ให้เร็วที่สุด รวมถึงมีมาตรการเชิงป้องกันก่อนเกิดปัญหาด้วย 3) ระบบสาธารณสุขทำงานร่วมกับนักการศึกษา และในส่วนการประเมินการศึกษาของฟินแลนด์ประกอบด้วย 1) โรงเรียนใช้การประเมินโดยสุ่มตัวอย่าง การประเมินเนื้อหาการสอน การประเมินตนเอง และรายงานจากองค์การบริหารท้องถิ่น 2) นักเรียนจะได้รับการประเมินจากครูเป็นหลัก ครูมีอิสระในการออกแบบการทดสอบตามที่เห็นสมควร</p> <p>บทเรียนที่น่าสนใจจากทั่วโลกอีกประการหนึ่งคือ เราได้เห็นว่าการปิดโรงเรียนในระหว่างมีโรคระบาดส่งผลกระทบต่อเด็ก ๆ อย่างไรในประเทศที่คาดหวังให้นักเรียนดูแลตัวเองและรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง การเปลี่ยนไปเรียนทางไกลเป็นไปได้อย่างราบรื่นกว่า เป็นที่ทราบกันว่าโรงเรียนในฟินแลนด์เป็นสถานที่ที่นักเรียนได้รับแรงกระตุ้นและเรียนรู้ที่จะจัดการเรียนรู้ของตนเอง ความเชื่อใจทั้งต่อตัวครูและนักเรียนจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเองในโรงเรียนฟินแลนด์&nbsp; เพราะระบบการศึกษาที่แข็งแกร่งไม่อาจพัฒนาได้ด้วยนวัตกรรมวิเศษหรือครูยอดมนุษย์ไม่กี่คน แต่ต้องอาศัยความเชื่อใจที่เชื่อมร้อยครู ผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าด้วยกัน นี่คืออิฐก้อนแรกที่เป็นรากฐานสำคัญ เพื่อปูทางสู่อนาคตอันเปี่ยมความหวังของคนรุ่นต่อไป ความเชื่อใจดังกล่าวมีองค์ประกอบห้าประการดังนี้ 1) ความเมตตา (Benevolence) 2) ความซื่อสัตย์ (Honesty) 3) ความเปิดกว้าง (Openness) 4) ความน่าเชื่อถือ (Reliability) และ 5) ศักยภาพ (Competence) &nbsp;ซอลห์เบิร์กกับวอล์กเกอร์ยังเขียนถึงประโยชน์ของความเชื่อใจไว้ว่า</p> <ul> <li>เป็นกาวประสานที่ส่งเสริมการพึ่งพาอาศัยกันทางสังคมเชิงบวกและความกลมเกลียวในระบบการศึกษา</li> <li>เป็นองค์ประกอบสำคัญของการร่วมมือกันในโรงเรียน</li> <li>ช่วยเพิ่มระดับความซื่อสัตย์และโปร่งใสระหว่างครู กระตุ้นครูให้ส่งเสียงและรับฟังเสียงสะท้อนทางวิชาการ</li> <li>เกิดความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ระหว่างครูกับนักเรียน เมื่อครูเชื่อใจนักเรียนโดยมอบหมายความรับผิดชอบและ</li> </ul> <p>&nbsp; ให้อำนาจในการดูแลตัวเองอย่างสมเหตุสมผลให้</p> <ul> <li>ความเชื่อใจมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน</li> </ul> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หนังสือเล่มนี้ออกเผยแพร่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งต่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศเรา สาระในหนังสือจะช่วยสนับสนุนการดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบาย ซึ่งได้กล่าวถึงกระบวนการสร้างความเชื่อใจให้เกิดขึ้นในห้องเรียนฟินแลนด์&nbsp; แสดงให้เห็นว่าการเชื่อใจครูเป็นส่วนประกอบสำคัญของความเป็นเลิศด้านการศึกษาและ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สุขภาวะ สังคมแห่งความเชื่อใจเป็นสังคมแห่งสุขภาวะ ความเชื่อใจเป็นสุขภาวะทางสังคม โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่สร้างสุขภาวะทางสังคม และรับผิดชอบการบ่มเพาะพลเมืองที่เชื่อใจได้ รวมทั้งหลักเจ็ดประการที่จะช่วยให้โรงเรียนและครูนำมาประยุกต์ใช้ได้ ระบบการศึกษาและโรงเรียนที่ดีไม่อาจสร้างได้ด้วย “ครูยอดมนุษย์” ไม่กี่คน เพราะนี่เป็นกีฬาประเภททีม และต้องเป็นทีมที่เชื่อใจกัน &nbsp;นอกจากเชื่อใจในตัวครูแล้ว ยังต้องถักทอความสัมพันธ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างโรงเรียน ผู้บริหาร ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปกครอง ครู ตลอดจนเด็กนักเรียน เพื่อให้การเรียนการสอนในห้องเรียนไทยมีความเชื่อใจกันมากขึ้นและนำไปสู่การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้จะช่วยชี้แนะแนวทางการพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งของการศึกษาที่มีคุณภาพ</p> Jeeranan Senajak Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256512 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Study of the correlation of Mathematics Self – Efficacy Metacognition and Mathematical Problem-Solving of Lower Secondary School Students https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256442 <p>The research aimed to (1) study the correlation of mathematics self-efficacy with mathematical problem solving of lower secondary students (2) study the correlation of metacognition and mathematical problem solving of lower secondary students and (3) study mathematical problem solving of lower secondary students with different levels of mathematical self-efficacy. The sample was 224 lower secondary students from cluster random sampling technique of Yasothon Primary Educational Service Area Office 2. Research instruments were (1) a mathematics self-efficacy test (2) a metacognition test (3) a mathematical problems-solving test and (4) the interview form of mathematical problems-solving. Statistical data analysis were percentage, mean, standard deviation and multiple correlation.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results revealed that (1) students’ mathematical self-efficacy and metacognition was significantly correlated with problems solving mathematical at the .01 level (2) the high, moderate and low level mathematics self-efficacy had a very good, well, and fair mathematical problem-solving at respectively.</p> Jarinya Samutkhet , Yuthapong Thipchart Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256442 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Co-operative Learning with Web support Learning to Promote Team Working for Four-Grade Students Anubandaraneethabo School https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256443 <p>The action research study aimed to 1) To team work promoting Operation with Cooperative learning with web support learning. 2) To study team work with Operating in Cooperative Learning with web support learning to promote team working 3) To study the achievement in Computing Science subject after teaching. 4) To study the students’ satisfaction in cooperative learning management with web support learning. The target group was 33 Pratomsuksa 4/3 students at Anubandaraneethabo School. The research instruments were: 1) The cooperative learning with web support learning’s lesson plans 2) The situational assessment form of team work skills 3) The behavior assessment form of teamwork skills 4) The achievement test 5) The student’s learning journals 6) The student satisfaction questionnaire. There were two types of data analysis. that were 1) The qualitative data analysis by lecture report writing 2) The quantitative data analysis by using the average and standard deviation (S.D). this research, the researcher used an action research model based on the concept of Kemmis and McTaggart</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The findings indicated that 1) Learning management in cooperative learning with web support learning to promote team working had 6 steps, were as follows: (1.1) warm up/lead in (1.2) presentation (1.3) teamwork skills practice (1.4) individual post- test (1.5) team’s score calculation (1.6) reward 2) The study result of cooperative learning with web support learning to promote team working, increased in the highest level, which passed the provided criterion. 3) The study results of learning achievement in Computing Science subject, the average was passing and corresponding with provided criterion. 4) The study result of student satisfaction was in high level.</p> <p>&nbsp;</p> Anucha Pinkratok; Prawit Simmatun; Khajonpong Ruamkaew Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256443 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 The Development of Learning Achievement and Critical Thinking Ability in Buddhist Subject under the Topic of Buddhist Holidays and Buddhist Principles of 9th Grade Students by Using Storyline Approach https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256447 <p>The purposes of this research were 1) to develop the storyline approach in Buddhist subject for ninth grade students, 2) to compare the students’ learning achievement with the criterion of 75%, 3) to investigate the critical thinking ability of ninth grade students after using storyline approach, and 4) to examine the students’ satisfaction towards learning by using storyline approach. Samples, acquired by cluster random sampling, were 38 of ninth grade students in the academic year 1/2021. The study instruments used in the research were <br>1) 12 lesson plans, 2) a thirty-item learning achievement test, 3) a fifteen-item test based on the critical thinking ability, and 4) a fifteen-item test based on students’ satisfaction. The statistics used in this research were percentage, mean, One Sample t-test compared to the criterion of 75%. The findings revealed that 1) the development of the storyline approach in Buddhist subject for ninth grade students evaluated by experts was at a high level (4.50). 2) Students’ learning achievement was at 77.89 % and was higher than the criterion of 75% at the 0.05 significant level. 3) Critical thinking ability among the students was respectively divided to the analysis of relation at the average of 4.63, the analysis of importance at the average of 4.47, and the analysis of principles at the average of 4.24. 4) Students’ satisfaction was totally at the highest level (=4.60).</p> Saisunee Thepsing, Wanida Pharanut Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256447 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 ผลการฝึกด้วยน้ำหนักที่มีต่อความเร็วในระยะ 20 เมตร ของนักกีฬาฟุตซอลชาย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256449 <p>The purpose of this research was to study the effect of weight training on running speed at 20 meters of male futsal athletes of Rajabhat Maha Sarakham University. The sample was male futsal players of Rajabhat Maha Sarakham University. The age of population was between 18-23 years old, 10 people were selected by purposive sampling, divided into 2 groups of 5 students each. The duration of training was 6 weeks, 3 days per week included every Monday, Wednesday, and Thursday from 5:00 P.M. to 6:00 P.M. The Data were analyzed by mean, standard deviation and the T-value with statistically significant at the .05 level.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results found that the effect of weight training at 20 meters of the running time, comparing before and after training between the two groups, was statistically significant difference at the .05 level.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; In conclusion, the effect of weight training at 20 maters distance was able to develop and increase running speed at the 20 meters of male futsal athlete of Rajabhat Maha Sarakham University.</p> Tanawanaphorn Srimuang1, Tanawanaphorn Srimuang, Anawat Saelim Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256449 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 A Study of Online Gaming Behavior of Lower Secondary School Students Under Mahasarakham Municipality https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256453 <p>The research aimed to (1) study online gaming behavior of students<sup>,</sup> 2) to examine the effect of online gaming of students ,and 3) to compare the effect of online gaming of lower secondary school students under Mahasarakham Municipality. &nbsp;The sample, collected by stratified random sampling according to school size, was 264 lower secondary school students (Grade 7 - 9) under Mahasarakham Municipality. The research instrument was a questionnaire on online gaming behavior. Data were analyzed in terms of percentage, average, standard deviation, t-test, F-test and Double test with LSD method.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The research showed that the highest of online gaming behavior of lower secondary school students was MMORPG games. The total effect of online gaming behavior of lower secondary school students were at low level (&nbsp;= 2.39, S.D. = 0.58) and each aspect was at high level according to emotion (&nbsp;= 2.64, S.D. = 0.73). The Comparison of impact levels from online gaming of students found that the classification of total and each aspect was different with statistically significant level of .05 on the basis of the school context, gender, educational level, and parental income per week respectively. However, the overall of living conditions were not different, but different in the classified each aspect.</p> Charinpron chomkhamsing, Chanachai Uanwung, Tatchawat laosuwan Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256453 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 The Development of Mathematical Problem-Solving AbilityUsing Discovery Learning for Mathayom Suksa 5 Students https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256454 <p>This study was action research, and the purpose of this study was to improve mathematical problem-solving ability using the discovery learning method to achieve the average score of 60% for MathayomSuksa 5 Students. The participants were 31 students from Mathayom Suksa 5 in a classroom of 5/5 at Mahasarakham University Demonstration School (Secondary).The research tools were lesson plans focused on the discovery learning method with a total of 12 plans, a mathematical problem-solving test with 5 questions, and semi-structured interview with five items concerning basic counting principle for Mathayom Suksa 5 students. Percentage, mean, and standard deviation were used to analyze the data.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results of the research revealed that (1)the students’ overall mathematics ability in problem-solving was at “Good Level”. According to the interviews after math problem-solving activities in each operating cycle, the findings indicated that students were able to identify the questions and the answers, devise a problem-solving plan, solve the math problems with fewer errors, and recheck the answers accurately.Furthermore,&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(2) after the instruction by using the discovery learning approach, the student’s ability on mathematical problem-solving was exceeded the standard of 60%.</p> Jutatip Sripanlum, Navapon Nontapa Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256454 Sat, 14 May 2022 00:00:00 +0700 Development of the Analytical Thinking Ability and Learning Achievement by Using the 5E Inquiry-Based Learning Activities and Kahoot Application in Geography Course for Grade 10 Students https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256455 <p>This research aimed to (1) develop the lesson plan by using the 5Es Inquiry-based learning model and Kahoot application in the Geography Course for Grade 10 to be effective according to the criteria of 80/80, (2) to compare students’ critical thinking ability before and after learning, (3) to compare students’ learning achievement before and after learning, and (4) explore students’ satisfaction with the 5Es Inquiry-based learning model and Kahoot application in the Geography Course for Grade 10. The samples included 36 students from Class 4/1 (Grade 10). Participants were selected based on the cluster sampling method. This study revealed four findings. First of all, the effectiveness of the lesson plans was 83.13/82.01, which is higher than the predetermined criteria. Secondly, the critical thinking ability after learning ( &nbsp;&nbsp;= 24.14) was higher than before learning ( &nbsp;&nbsp;= 11.81) at a statistically significant level of .05. Thirdly, learning achievement after learning ( &nbsp;= 29.86) was higher than before learning ( &nbsp;= 11.69) at a statistically significant level of .05. Lastly, student’s overall satisfaction was at the highest level ( &nbsp;&nbsp;= 4.51, S.D. = 0.60). The research instruments included (1) 12 lesson plans, (2) the critical thinking ability evaluation test with 30 items, (3) academic achievement evaluation test with 40 items, and (4) students’ satisfaction questionnaire with 12 items. Statistics used in this study included percentage, mean, and <em>t</em>-test dependent.</p> Warunee Matsongkram, Warunee Matsongkram Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256455 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 The Development of Learning Activities by Applying Inquiry with Phenomenal Based Learning to Promote Analytical Thinking Ability of Mathayomsuksa 2 Students https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256456 <p>The purpose of this research was to compare students' analytical thinking ability before and after <br>the application of inquiry with Phenomenal Based Learning after the application of inquiry with Phenomenal Based Learning. The target group was Mathayomsuksa 2 students at Phrapariyattidhamma Watsrinakararam school in the first semester of academic year 2020 by purposive sampling, consisted of 10 students. The research tools were 1) 7 lesson plans of inquiry with Phenomenal Based Learning, totally 13 hours and&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;2) analytical thinking ability test with 4 multiple choices for 9 items. The data analysis statistics were mean, standard deviation and the Wilcoxon signed rank test.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Research results revealed that after the application of inquiry with Phenomenal Based Learning, students had analytical thinking ability higher than before the learning at statistical significance level of .05</p> Panida Tachaphol , Somsanguan Passage , Kronrawee Nantachad Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256456 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 The Development Of Learning Achievement on Parallel Lines By Group Learning Activity With TAI Technique of Mathayomsuksa 2 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256457 <p>The&nbsp; objectives&nbsp; of&nbsp; this&nbsp; research&nbsp; were 1) to develop the&nbsp; group learning activities by using TAI technique on the parallel lines of Mathayomsuksa 2 students to be effective in accordance criteria &nbsp;70/70 , 2) to compare the mathematics learning achievement on the parallel lines of Mathayomsuksa 2 students before and after learning ,and 3) to study the students’ satisfaction toward &nbsp;the group learning activities using&nbsp;TAI technique on the parallel lines of Mathayomsuksa 2 .The sample group in this research &nbsp;consisted of 25 MathayomSuksa students under the Secondary Educational Service Area Office 25, in the 2nd Semester of Academic Year 2019. &nbsp;The research instruments were&nbsp;1) 12 learning management plan ,2) learning achievement test, &nbsp;and 3) satisfaction questionnaire. The statistics used for data analysis were mean, standard deviation, and hypothesis testing by t-test (Dependent sample). The result of the research found that 1) the learning &nbsp;activity by using group learning activities with TAI Technique of Mathayomsuksa 2 students was 80.53/74.40 meeting the specified criteria, 2) The learning achievement using group learning activity with TAI Technique had higher score than before learning at the statistically significant level of .01 and <strong>3) </strong><strong>the students' satisfaction towards the learning activities using group learning activities with TAI</strong><strong> technique</strong><strong> overall was at the highest level</strong> ( = 4.52 , S.D. = 0.52 ) .</p> Piyanut Donpudsa, Thanyaluck Khechornphak Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256457 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Administrative Strategies to Promote Entrepreneurial Skills Among Students in the Saint Gabriel's Foundation, Thailand https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256459 <p>The purposes of the research were to 1) analyze the administrative conditions to promote entrepreneurial skills among students and 2) formulate administrative strategies to promote entrepreneurial skills among students in the Saint Gabriel's Foundation, Thailand. The research was divided into 2 steps - Step 1: The data was collected from 390 the administrators and teachers under 13 the Saint Gabriel’s Foundation of Thailand. The research instruments were the questionnaires. The reliability of research instrument was at 0.984 in current condition and 0.987 in desirable condition. The data were analyzed using&nbsp;the frequency, percentage, mean, standard deviation. Step 2: the formulation of administrative strategies to promote entrepreneurial skills among students in the Saint Gabriel's Foundation, Thailand.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The research results found that the overview of current condition of internal environment was in medium average and the overview of desirable condition of internal environment was in high average. The overview of current condition of external environment was in high average and the overview of desirable condition of external environment was in the highest average. The strategies comprise 3 master strategies, 8 minor strategies, 30 measures, and 17 indicators. The master strategies are Strategy 1: The enhancement of learning management quality leading to the development of students’ entrepreneurial skills, Strategy 2: The promotion and development of students’ entrepreneurial skills to build up a business and Strategy 3: Building collaborative networks to develop entrepreneurial skills. The assessment results of administrative strategies found that the strategies are able to be led to practice forwards.</p> <p>&nbsp;</p> Phongtorn Kaewyongphang, Ganratchakan Lertamornsak Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256459 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 The Development of Exercises for Remedial Teaching on Writing Skills and Expressing Meaning of Words with Multiforms of Vowels through Online Program for Grade 3 Students of Ban Nong Waeng Khu Pa Chat School https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256460 <p>The objectives of this research were: 1)to find efficiency of exercises for remedial teaching of reading -writing skills and expressing meanings of words with multiple vowels according to the efficiency as the standard criterion 80/80; 2) to compare the pretest-posttest of achievement through remedial teaching of reading - writing skills; 3) to study the index of effectiveness of exercises for remedial teaching of reading - writing skills; and 4) to study the satisfaction of Grade 3 students towards learning by using the remedial exercises for reading - writing skills. The sample of this research consisted of 15 Grade 3 students at Nong Waeng Khu Pachart School, Kranuan District, Khon Kaen Province. The research instruments were 1) 8 Lesson plans for remedial teaching of reading - writing skills and expressing meanings of words with multiple vowels, 2) 8 sets of exercises on reading - writing skills, 3) 30 items learning achievement test on reading - writing, and 4) Questionnaire on students’ satisfaction. The findings were as follows: 1) Remedial exercises for reading - writing skills and expressing meanings of words with multiple vowels gained the effectiveness as 82.43/83.89, which is higher than 80/80the criteria standardized. 2) Learning achievement of the students after following the lessons was higher with statistical significance 3) The effectiveness index of the exercises for remedial teaching of reading - writing skills was 0.6310. 4) Grade 3 students had satisfaction towards the remedial exercises on reading - writing skills at the highest level</p> Phra Niwat Mahachotiwatthano, Phramaha Paijit Uttamadhammo, Phramaha Ampol Chaisaree , Yupaporn Polyeam Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256460 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Digital Skills of Teachers Affecting the 21st Century Classroom Management of Schools under Nakhon Phanom Secondary Educational Service Area Office https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256461 <p>The purposes of this research were (1) to study and compare the digital skills of teachers classified by status and school size, (2) to study and compare the 21st-century&nbsp;classroom management of schools classified by status and school size and (3) to study the predictive power of digital skills of teachers affecting the 21st-century classroom management under the secondary educational service area office Nakhon Phanom.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;The samples were administrators and teachers under Nakhon Phanom Secondary Educational Service Area Office, totally 319 schools. A five-rating scales questionnaire was conducted for data collection. The data analysis were percentage, mean, standard deviation, t-test (Independent Samples), one-way analysis of variance analysis, and multiple regression stepwise.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results were found that 1) the digital skills of teachers in overall were at a high level. In comparison, the digital skills of teachers classified by status were statistically significantly different at the .05 level and the digital skills of teachers classified by school-sizes were statistically significantly different at the .01 level. 2) The 21st-century classroom management of schools in overall were at a high level. In comparison, the 21st-century classroom management of schools classified by status were not different and the comparison of school sizes were revealed a statistically significant difference at the .01 level. And (3) There were variables digital skills of teachers affecting the 21st century classroom management of schools. could be predicted up to 84 percent, and the equation was written as follows.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Y' =&nbsp;&nbsp;&nbsp; 0.44 + .30 X<sub>3</sub> + .20 X<sub>6</sub> + .16 X<sub>5 </sub>+ .12 X<sub>1 </sub>+.08 X<sub>2</sub></p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; Zy'&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; =&nbsp;&nbsp;&nbsp; .40 Z<sub>3</sub> + .22 Z<sub>6</sub> + .18 Z<sub>5 </sub>+ .13 Z<sub>1 </sub>+.09 Z<sub>2</sub></p> Amnat Chaisong, Tatsana Prasantree, Sumalee Sriputtarin Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256461 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Administrative Factors Affecting Eaching and Learning Management in the Situation of the Coronavirus Covid -19 Epidermic of Shools Under Nakhonphanom Primary Educational Service Area office 2 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256462 <p>The purposes of this research study were: 1) to examine and compare administrative factors of school administrators under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 2 classified by status and school size, 2) to examine and compare the teaching and learning management in the Coronavirus (COVID-19) pandemic of schools classified by status and school size, and 3) to examine the prediction power of administrative factors affecting teaching and learning management in the Coronavirus (COVID-19) pandemic of schools under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 2. The samples were school administrators and teachers, totaling 447 people. The research instruments were rating scale questionnaire. The statistics were percentage, mean, standard deviation, t-test (Independent Samples), one-way ANOVA, and multiple regression stepwise. The research found that: 1) overall administrative factors affecting of school were at the high level. In comparison, overall administrative factors affecting of school classified by status no different and classified by school-size, statistically significant different at the .01 level; 2) overall teaching and learning management in the Coronavirus pandemic of schools was at the high level. In comparison, classified by status and school-size no different and 3) there were 5 variables for administrative factors of school administrators affecting the teaching and learning management in the Coronavirus (COVID-19) pandemic of schools. could be predicted up to 65 percent. The equation was written as follows.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; Y' =&nbsp;&nbsp;&nbsp; .32 + .33X<sub>2</sub>+ .28X<sub>6</sub>+ .74X<sub>5</sub>+ .11X<sub>3</sub>+ .07X<sub>1</sub></p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp; Z' =&nbsp;&nbsp; .38Z<sub>2</sub>+ .26Z<sub>6</sub>+ .19Z<sub>5</sub>+ .11Z<sub>3</sub>+.07Z<sub>1</sub></p> Tussanee Uthaisan, Sumalee Sriputtarin, Jaruwan Kheawnamchum Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256462 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Influence of Technological Leadership of School Administrators on Teachers' Ability to use Technology to Learning Management of Teacher in Surat thani Province under the Secondary Educational Service Area Office Suratthani Chumphon https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256504 <p>The objectives of this research were (1) to study the level of technological leadership of school administrators; (2) to study the level of ability to use technology for learning management of teachers; (3) to study the relationship between technological leadership of school administrators and ability to use technology for learning management of teachers; and (4) to study the influence of technological leadership of school administrators on ability to use technology for learning management of teachers.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The research results were as follows: (1) both the overall and specific aspects of&nbsp; technological leadership of the school administrators were rated at the high level (2) the overall ability to use technology for learning management of the teachers was rated at the high level (3) the school administrators’ technological leadership and the teachers’ ability to use technology for learning management correlated positively at the high level, which was significant at the .01 level; and (4) the aspects of school administrators’ technological leadership affecting the teachers’ ability to use technology for learning management were the aspect of supporting and encouraging teachers to use technology in instructional management, the aspect of&nbsp; knowledge and ability of educational technology, and the aspect of legal and ethical knowledge of technology;&nbsp; all of these &nbsp;could be combined to predict the teachers’ ability to use technology for learning management by 48.5 %, which was statistically significant&nbsp; at .01 level</p> Chulaluk Phrom-ubol, Koolchalee Chongcharoen, Suttiwan Tuntirojanawong Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256504 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Self-Coaching Program for Self-Esteem in Students of Faculty of Education, Rajabhat Maha Sarakham University https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256505 <p>The objectives of this research were to 1) create a life coaching program for students' self-esteem and 2) to study the effect of the life coaching program for students' self-esteem. The research was divided into 2 phases: Phase 1, created a life coaching program for students' self-esteem. The program was evaluated by 5 experts from purposive sampling. Phase 2, studied the effect of the life coaching program for self-esteem among students. The target group was 15 students from the Faculty of Education in the second semester of Academic Year 2020, who voluntarily participated in the development program. The data collection tools were the self-esteem assessment form and the satisfaction assessment form.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results showed that;</p> <ol> <li class="show">The life coaching program for students’ self-esteem consisted of 5 components: 1) Principle, 2) Objective, 3) Content, 4) Development Activities and 5) Measurement and Evaluation. There were 6 modules: Module 1 Fundamentals of Mind, Module 2 Self-Awareness, Module 3 Self-Analysis, Module 4 Setting Goals in Life, Module 5 Life Actions for Self Transformation and Module 6 Life Coaching. These were indicated at &nbsp;high appropriateness level.</li> <li class="show">The results of using the life coaching program for students’ self-esteem from the comparing of before and after the program implementation found that after the program, the students had higher self-esteem than before the program and the student satisfaction with the self-esteem life coaching program &nbsp;in overall was at the highest level.</li> </ol> U-rasa Promta Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256505 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 The Study of Volleyball Skill Levels of Undergraduate Students, Faculty of Education, Thailand National Sports University, Northeastern Region https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256506 <p>This research was to study the level and set the criteria of volleyball skills of the students in the Thailand National Sports University. Northeastern Region, Udon Thani, Mahasarakham, Chaiyaphum and Sisaket. The population were 382 first-year students enrolled in Volleyball Skills and Instruction course in the academic year 2019, 280 males and 102 females. The research tools &nbsp;was Hellman's Volleyball Skills Quiz on digging,setting and slapping. The data analysis statistics &nbsp;were Average, Standard Deviation, Maximum Value, Minimum Value, Median, Mode, Range and T-score.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results of the research revealed that;</p> <ol> <li class="show">The male students had the volleyball skill ondigging at moderate level,the average score was 49.18. The setting skill was at moderate level, the average score was 51.04 and the slapping skill was at high level, the average score was 37.12. Whereas the female students had digging skill at moderate level, the average score was 41.09. The setting skill was at moderate level, the average score was 42.34 and &nbsp;the slapping skill was at low level, the average score was 29.98.</li> <li class="show">The criteria of volleyball skills weredivided into 5 levels: very high, high, medium, low and very low. 2.1) The digging skills for Male students were 73, 62 – 72, 39 - 61, 28 – 38, 37 and female students were 66, 53 – 65, 40 -52, 27 – 39, 26. 2.2) The setting skill for male students were 75, 62 – 74, 49 -61, 37 – 48, 36 and female students were 78, 64 – 77, 37 - 63, 24 – 36, 27 And 2.3) The slapping skill for male students were 73, 62 – 72, 39 -61, 22 – 38, 21and female students were 67, 56 – 66, 43 -55, 30 – 42, 29.</li> </ol> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; This could be concluded that both male and female students had moderate digging and setting skills. Whereas the slapping skill &nbsp;of male students was l higher than the females which was at low level.</p> Pornchai Thathisa Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256506 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Development of Analytical Thinking Skills of Social Policy in the Coronavirus (COVID–19) Pandemic Situation to Reflect the Learning Activities on Graphic Organizers for Students in the Social Administration Program https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256508 <p>This research aimed to reflect on learning activities with graphic organizers and develop the analytical thinking skills of social policy in the coronavirus (Covid-19) pandemic situation for students in the social administration program. The key informants were graduated students of the Faculty of Humanities and Social Sciences of Prince of Songkla University, Pattani Campus. The purposive sampling of 5 students enrolled in an online classroom of the Administration Theory and Social Management Application course in the first semester of the 2021 academic year. The research equipments included 5 planned learning activities and totaling 15 hours in the social policy analysis process, an analytical thinking skills assessment form and a reflective note on learning activities with graphic organizers. The data analysis was content analysis for creating inductive conclusions and descriptions.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results showed that the reflection on learning activities with graphic organizers &nbsp;wererelated to social policy analysis process for enhancing the learning efficiency and enable analytical thinking skills development in comparison and forecasting the impacts of social policy on social-economic solutions of government projects in the COVID-19 pandemic.</p> Nat Luxhaigul Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256508 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Effects of Chemistry Teaching Emphasizing Conceptual Development with Polya’s Technique on Acid-Base for Eleventh Grade Students https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256509 <p>The purposes of the research were as follows ; (1) to compare the conceptual understanding of students who learned through the chemistry teaching emphasizing the conceptual development with Polya's technique-oriented pretest and posttest results along with the posttest results and the criteria of 60 percent and (2) to compare the problem solving ability in chemistry of students who learned through the chemistry teaching emphasizing the conceptual development with Polya's technique-oriented pretest and posttest results along with the posttest results and the criteria of 60 percent. The research samples included 30 eleventh grade students in the second semester of the 2020 academic year at Wangkhoi Pittaya School. The research instruments consisted of (1) lesson plans, (2) the conceptual understanding test and (3) the problem solving ability in chemistry test. The hypotheses were tested by t-test for Dependent Samples and t-test for One-Sample.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results were as follows; (1) students who learned through the chemistry teaching emphasizing the conceptual development with Polya's technique-oriented had post conceptual understanding higher than pre conceptual understanding and the criteria of 60 percent at the .01 level of significance and (2) the students who learned through the chemistry teaching emphasizing the conceptual development with Polya's technique-oriented had post problem solving ability in chemistry higher than pre problem solving ability in chemistry and the criteria of 60 percent at the .01 level of significance.</p> Chatsuda Khunpeng, Wanphen Pratoomtong, Wanphen Pratoomtong Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256509 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Effects of 5E Inquiry Model with SSCS Technique on Chemistry Problem Solving Ability and the Learning Achievement Entitled Stoichiometry of the Tenth Grade Students https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256510 <p>The purposes of this research were to: (1) compare the students’ pretest and post-test results on the problem-solving ability in chemistry by using the 5E inquiry model with the SSCS technique as the criteria of 60 percent, and (2) compare the students’ pretest and posttest learning achievement results by using the model and the technique. The samples of the research consisted of 25, tenth-grade students who studied at Nongmaikaen Wittaya School. The samples for the research used cluster sampling. The research instruments consisted of (1) lesson plans, (2) Chemistry problem-solving ability tests, and (3) learning achievement tests. <br>The research used a Dependent Samples t-test and a One-Sample t-test.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results of the research were as follows:&nbsp; 1) After learning the model and the technique, the Chemistry problem-solving ability of the students’ post-test scores were higher than their pretest scores at the significance level of .05 but it was similar to the criteria as 60 percent. 2) The students’ learning achievement post-test scores were higher than their pretest scores at the significance level of .05, but it was lower than the criteria at a similar level.<br><br></p> Chotirod Habsomboon, Wanphen Pratoomtong Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256510 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Cotton Rope for Binding Wrist: Discourses, Roles and Significations in Isan Society https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256511 <p>This research aimed to: 1) study discourses, blessings speech in Isarn binding wrist ritual 2) study the role of the cotton thread for binding wrist or Fai Pook Khaen 3) to study the symbolism of the cotton thread in the northeastern society. The results found as follow;<br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. There were 2 types of discourses for binding the wrists; 1) the discourse of teachings in Isarn blessing in binding wrist ceremony, and 2) the discourse of the greeting in the ceremony. <br>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. There were 3 characteristics of the roles of the cotton thread in Isan society; 1) the role of the solution to relieve the grievances, 2) the role of explaining the origin and importance of rituals, and 3) the role in the society norms preservative.</p> <ol start="3"> <li class="show">There were 3 characteristics for the cotton thread symbolism; 1) creating the sacred symbol, 2) creating sacred symbols through rituals, and 3) creating sacred symbols through the actions of the binders and participants in the ritual.<br>Cotton thread is a product of Buddhism, Brahmanism and belief in spirits, which affected to Isan society deeply. It is an inheritance of the thinking system, and the beliefs inherited from the past until the present.</li> </ol> Kritsana Srikokpho, Anuchsagoon Tubseang, Anantasak Ponkaewkes, Phacharakrit Sribunrueang, Phrakrukampeedharammanuwat Phrakrukampeedharammanuwat, Chinda Ngamsutdi Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256511 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 About the Jounal https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256432 <p>About the Journal</p> Editor Journal Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256432 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Editorial Note https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256433 <p>Editorial Note</p> Editor Journal Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256433 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 Table of Contents https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256434 <p>Table of Contents</p> Editor Journal Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256434 Thu, 12 May 2022 00:00:00 +0700 The Writing of Composition and Essay : Similarity and Difference https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256436 <p>The objectiveof this academic article is to present definitions and technique of Composition and Essay, the types of literary works which are similar in definitions, contents and structures. However when considering deeper in details, there are some differences for these two types of writing. That is, a composition is framed on content by topic whereas an essay focuses on “issue” of the presentation. Therefore, the principles of these two types of writing are somewhat different in details. In summary, for the&nbsp; techniques of writing a composition, there are 10 steps; interpretation of topic, outlining, introduction, arrangement of series of argumentation, point elaboration, discussion, connection of current events, coherence and cohesion, reinforcement of ideas and conclusion. For the techniques of writing an &nbsp;essay, there are also 10 steps; analysis of the issue, setting a background, presentation of reasons, providing examples, clear argumentation, adding information and knowledge, guiding ideas, answering questions and clear conclusion.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> Suthas Vongkrabakthaworn, Saowakon Sukrak Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256436 Sat, 14 May 2022 00:00:00 +0700 Teaching Chinese via/ through Social Media in Thailand https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256438 <p>This article seeks to present how social media platforms are used in Chinese language teaching, along with their benefits and limitations. Several social media platforms are being used for teaching Chinese, such as Facebook, Line, and Google Meet. Regarding the benefits, these social media platforms are convenient, user-friendly, and serving various needs of users. Social media facilitate data sharing between learners and instructors online, making the instruction possible from anywhere and at any time. They promote the learning objectives and enhance writing, speaking, reading, and listening skills in Chinese. In addition, social media also develop a positive relationship between learners and instructors. However, there are some drawbacks in using social media for teaching Chinese. For instance, privacy issues should be taken more seriously when sharing data while learning and teaching Chinese. Copyright in the content is another controversial issue when using social media for teaching Chinese. Learners and instructors in some areas also experience poor internet connection. Lastly, learners and instructors alike should use their discretion in choosing the appropriate social media platforms.</p> Phalphan Keasornkul Copyright (c) 2022 ๋Journal of Education Rajabhat Maha Sarakham University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/256438 Sat, 14 May 2022 00:00:00 +0700