https://so06.tci-thaijo.org/index.php/gajasara/issue/feed วารสารมหาจุฬาคชสาร 2026-01-22T21:46:07+07:00 พระมหาวิศิต ธีรวํโส, รศ.ดร. mcu.gajasa@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารมหาจุฬาคชสาร รับตีพิมพ์และเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในสาขาที่เกี่ยวกับด้านศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ การบริหาร การจัดการ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และศาสนา ปรัชญา บทความที่ได้รับตีพิมพ์จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ และได้ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Doubleblind Peer Review) ลักษณะของบทความที่จะนำลงตีพิมพ์ ได้แก่ บทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) บทความปริทรรศน์หรือบทวิจารณ์วรรณกรรม (Review Article) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมและการชำระค่าตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</strong></p> <p><strong> อัตราค่าตีพิมพ์</strong> ค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์เผยแพร่ <strong>จำนวน </strong><strong>3,500 บาท</strong>/บทความ </p> <p><strong> การชำระค่าธรรมเนียม</strong> การชำระค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์บทความ เจ้าของบทความจะสามารถชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความได้หลังจากได้รับการตอบกลับจากกองบรรณาธิการให้ชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งทางกองบรรณาธิการจักได้แจ้งรายละเอียดช่องทางการชำระแก่เจ้าของบทความได้ทราบทางอีเมล์ของท่าน</p> https://so06.tci-thaijo.org/index.php/gajasara/article/view/281113 พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน ในเขตพื้นที่ชายแดน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 2025-02-23T08:57:53+07:00 นันท์ปภัทร์ ศรีทองทา nanpapat777@gmail.com วิราสิริริ์ วสีวีรสิว์ nanpapat777@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชนในเขตพื้นที่ชายแดน 2) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน และ 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชนในเขตพื้นที่ชายแดน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 370 คน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ไควสแควร์ การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสหสัมพันธ์พหุคูณการถดถอยเชิงพหุแบบมีขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดของประชาชน ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 45.1 รองลงมาอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 42.4 และอยู่ในระดับน้อย ร้อยละ 12.4 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าทุกด้านมีพฤติกรรมอยู่ในระดับมาก เว้นด้านการควบคุมและกำจัดยุงทางชีวภาพซึ่งอยู่ในระดับน้อย โดยปัจจัย ที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-Value&lt;0.05) ได้แก่ รายได้ต่อเดือน แรงสนับสนุนทางสังคม ด้านการรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเป็นโรคด้านการรับรู้ความรุนแรงของโรค ด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาและป้องกันโรค ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชนโดยสามารถคาดทำนายพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชน ร้อยละ 23 ได้แก่ แรงสนับสนุนทางสังคม (Beta = 0.345, p-value &lt; 0.01) การรับรู้ความรุนแรงของโรค (Beta = 0.113, p-value &lt; 0.05) รายได้ต่อเดือน (Beta = -0.112, p-value &lt; 0.05) การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเป็นโรค (Beta = 0.108, p-value &lt; 0.05) และการรับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาและป้องกันโรค (Beta = 0.107, p-value &lt; 0.05) </p> 2026-02-12T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาจุฬาคชสาร https://so06.tci-thaijo.org/index.php/gajasara/article/view/275644 การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรไทย ในจังหวัดจังหวัดสุรินทร์ 2024-10-27T21:08:33+07:00 ภัฏชวัชร์ สุขเสน patchavat.suk@mcu.ac.th พระครูวิริยปัญญาภิวัฒน์ patchavat.suk@mcu.ac.th พระปรัชญา ชยวุฑฺโฒ patchavat.suk@mcu.ac.th พระมหาเอกพันธ์ วรธมฺมญฺญู patchavat.suk@mcu.ac.th พระครูเกษมอาจารสุนทร (ศุภกิตติ์ ชนุชรัมย์) patchavat.suk@mcu.ac.th วันชัย ชูศรีสุข wanchai.chusrisuk23@gmail.com อิสรพงษ์ ไกรสินธิ์ patchavat.suk@mcu.ac.th พระครูโกศลพัฒนาภรณ์ patchavat.suk@mcu.ac.th <p><strong> </strong>การวิจัยเรื่อง “การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์” โดยรวบรวมประเด็นที่สัมภาษณ์มานำเสนอ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1) เพื่อยกระดับมาตรฐานส่งเสริมผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์วิถีสู่ความยั่งยืนของเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์ 2) เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์วิถีสู่ความยั่งยืนของเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพภาคสนาม (Qualitative Research) โดยการศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพจากเอกสารและการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เจาะลึก จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์แล้วนำเสนอแบบพรรณนาวิเคราะห์</p> <p><strong> ผลการวิจัยพบว่า</strong></p> <p> การยกระดับมาตรฐานส่งเสริมผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์วิถีสู่ความยั่งยืนของเกษตรกรไทยในจังหวัดสุรินทร์ มีหลักการและวิธีดำเนินการดังต่อไปนี้ 1) การพัฒนาแนวคิด 2) การประเมินทางด้านธุรกิจ การเงิน และเทคโนโลยีที่ใช้เบื้องต้นจากข้อมูลที่มีอยู่ 3) การประเมินทางด้านธุรกิจ การเงิน และเทคโนโลยีที่ใช้อย่างละเอียด 4) การพัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และการทดสอบผลิตภัณฑ์ การทดสอบตลาด เป็นขั้นตอนภายหลัง และ 5) การวางผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด กลุ่มเกษตรกรต้องมีการทดสอบผลและนำผลมาปรึกษาหารือกัน ซึ่งถ้าพบปัญหาจะได้มีการปรับปรุงได้ทันท่วงทีก่อนผลิตอย่างเต็มกำลังการผลิต โดยในการยกระดับมาตรฐานส่งเสริมผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์วิถีสู่ความยั่งยืนของเกษตรกรไทยในจังหวัดสุรินทร์นี้ ได้คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายของโครงการจำนวน 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มปลูกผักอินทรีย์บ้านบัวขุนจง ตำบลบัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ 2) กลุ่มนาแปลงใหญ่ผู้ผลิตข้าวอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์: สหกรณ์การเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ จำกัด กลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์มีการสร้างเครือข่ายระหว่างกันและกัน สามารถสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจแก่ตลาดที่เข้ามารับซื้อผลผลิตของกลุ่มได้ ทำให้มีตลาดจำนวนมากเข้ามาติดต่อซื้อสินค้า กลุ่มเกษตรกรสามารถบริหารจัดการกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพและปรับตัวเข้ากับตลาดแต่ละแห่งได้เป็นอย่างดี</p> 2026-01-22T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาจุฬาคชสาร https://so06.tci-thaijo.org/index.php/gajasara/article/view/280208 การดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน เพื่อเตรียมรับ การประเมินภายนอกรอบ 5 ของระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2025-01-07T08:36:25+07:00 สิทธิชัย ดีล้น sittichai.d@siu.ac.th อลิษรา สร้อยเสนา Koy-devil.girl@hotmail.com <p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอหลักการและบทสรุป การดำเนินการประกันภายในสถานศึกษา เพื่อเตรียมรับการประเมินภายนอกรอบ 5 ของระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามแนวการประเมินการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จะได้เริ่มใช้การประเมินภายนอกรอบ 5 นี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 ถึง 2571 ได้มีการปรับปรุง วิธีการ มาตรฐาน ตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินใหม่ ในการดำเนินการประกันภายในสถานศึกษาจึงต้องเตรียมรับในด้านความเชื่อมโยงของความสอดคล้องระหว่างมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในกับมาตรฐานการประเมินภาพภายนอก ซึ่งมีมาตรฐาน เหมือนกัน สอดคล้องกัน และเท่ากัน แต่จำนวนตัวชี้วัดแตกต่างกัน ส่วนด้านการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา เป็นการปรับปรุงการปฏิบัติตามขั้นตอนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาทั้ง 6 ขั้นตอนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และด้านจัดทำเอกสารหลักฐานเพื่อนำเสนอเป็นข้อมูลดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของการประเมินภายนอกรอบ 5 โดยมาตรฐานด้านผลลัพธ์ของการเรียนรู้จำนวน 9 รายการ มาตรฐานด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ จำนวน 16 รายการ และมาตรฐานด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จำนวน 9 รายการ ดังนั้นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจึงต้องตระหนัก เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการประเมินภายนอกรอบ 5 นี้ อันจะนำไปสู่ความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาได้อย่างชัดเจน</p> 2026-02-19T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาจุฬาคชสาร