การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังวัณโรคปอดเชิงรุกในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบ้านโนนรัง ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
ระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก, การค้นหาผู้ป่วยวัณโรค, วัณโรคปอดบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโนนรัง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เป็นผู้ป่วยวัณโรคและผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรค จำนวน 24 คน และกลุ่มเครือข่ายสุขภาพชุมชน จำนวน 28 คน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดระบบ 4S Model มาใช้ในการค้นหาผู้ป่วยวัณโรค ในประชากรกลุ่มเสี่ยงและประชากรทั่วไป เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่ากระบวนการดำเนินงานตามรูปแบบการเฝ้าระวังวัณโรคปอดเชิงรุก โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนครั้งนี้ มี 6 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและบริบท พื้นที่ 2) วางแผนเชิงปฏิบัติการ 3) อนุมัติแผนปฏิบัติการ 4) ปฏิบัติตามแผน 5) นิเทศติดตามการดำเนินงาน 6) ประชุมสรุปผล โดยระบบการเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุกที่ค้นพบ ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่ 1) กิจกรรมที่ 1 ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการเฝ้าระวังวัณโรค 2) พัฒนาระบบการค้นหาผู้ป่วยวัณโรค โดยใช้หลักการของระบบ 4S Model 3) กิจกรรมเยี่ยมบ้านผู้ดูแลผู้ป่วยวัณโรคปอด และผู้ป่วยวัณโรคปอด 4) กิจกรรมเชิงรุกในพื้นที่เพื่อเก็บเสมหะผู้ที่มีอาการสงสัยเข้าข่ายการเป็นวัณโรคปอด 5) กิจกรรมการสื่อสารประชาสัมพันธ์ 6) กิจกรรมเผยแพร่ข่าวสารเชิงรุกในชุมชน ผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในผู้เข้าร่วมการวิจัย กลุ่มผู้ดูแลและผู้ป่วยวัณโรคปอดมีการเปลี่ยนแปลง ความรู้ พฤติกรรมการปฏิบัติตัว และความพึงพอใจต่อกิจกรรม เพิ่มขึ้นภายหลังการเข้าร่วมดำเนินการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ กลุ่มเครือข่ายสุขภาพ มีการเปลี่ยนแปลง ด้านความรู้ พฤติกรรมการปฏิบัติตัว และความพึงพอใจต่อกิจกรรม เพิ่มขึ้นภายหลังการเข้าร่วมดำเนินการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ในด้านผลการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน พบผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้นจำนวน 2 ราย และ ไม่พบผู้ป่วยวัณโรคปอดกลับเป็นซ้ำ
เอกสารอ้างอิง
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานกิจกรรมการรณรงค์ วันวัณโรคสากล ประจำปี 2565. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
กรมควบคุมโรค. รายละเอียดตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการหน่วยงาน กรมควบคุมโรค ประจำปีงบประมาณ 2566 องค์ประกอบที่ 2: Agenda Base. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
เขตสุขภาพที่ 7. การแก้ไขปัญหาวัณโรค เขตสุขภาพที่ 7 ประเด็นที่ Area based : วัณโรค. ขอนแก่น: เขตสุขภาพที่ 7 กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
Kemmis, S. & McTaggart, R.The Action Research Planer. 3rd ed. Victoria: Deakin University; 1988.
นิรุวรรณ เทิร์นโบล์. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้านสาธารณสุขและการเขียนรายงานการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. ขอนแก่น: หจก.โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา; 2561
Becker, M. H. (1977). The Health Belief Model and Prediction of Dietary Compliance: A field Experiment. Journal of Health and Social Behavior. 1977; 18(4): 348-366.
สุทธิดา อิสระ และอรสา กงตาล. การพัฒนาแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมวัณโรคในชุมชนเขตเมือง กรณีศึกษาในชุมชนของเทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2563; 40(2): 148-162.
วีระวุธ แก่นจันทร์ใบ. ผลของโปรแกรมการสร้างการรับรู้ต่อการป้องกันวัณโรคปอดของผู้สัมผัสร่วมบ้าน อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว. สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น. 2561; 25(1): 79-90.
พิชิต แสนเสนา. (2023). การพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อวัณโรคในกลุ่มผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านโดยชุมชนมีส่วนร่วม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจระเข้ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. 2566; 4(2): 291-304.
สิริหญิง ทิพศรีราช, ทรงยศ คำชัย, กชมน ซำหา และภัสรา ชาลิซส์. (2665). การพัฒนารููปแบบการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในพื้นที่เขตเมือง โดยการประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี. 2565; 20(2): 83-96.
มนตรี หนองคาย. การพัฒนาแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม เพื่อยุติการแพร่กระจายของวัณโรคในจังหวัดชัยนาท. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2566; 9(2): 28-35.
ศศิธร ศรีโพธิ์ทอง, สิริพรรณ ธีระกาญจน์ และวิโรจน์ วรรณภีระ. การพัฒนาระบบการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยอาศัย การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายชุมชนเมืองในคลินิกหมอครอบครัว. พุทธชินราชเวชสาร. 2563; 37(3): 336-346.

