ผลของโปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของผู้ดูแลเด็กที่มีภาษาล่าช้า โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

ผู้แต่ง

  • วรรณนา อุทานิตย์ คลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

คำสำคัญ:

การรับรู้สมรรถนะแห่งตน, ส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา, เด็กที่มีภาษาล่าช้า

บทคัดย่อ

     การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดก่อนและหลังการทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของผู้ดูแล เด็กที่มีภาษาล่าช้า กลุ่มตัวอย่างผู้ดูแลที่มีเด็กอายุ 1-3 ปี ที่มีภาษาล่าช้าที่เข้ามารับบริการคลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างเดือนเมษายน – ตุลาคม 2567 คัดกรองด้วยคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามช่วงอายุ (DSPM) มีด้านภาษาล่าช้าในครั้งที่ 2 คัดเลือกอย่างเจาะจง จำนวน 30 ราย การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบ ถามและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วยการแจงแจงความถี่ ร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน Paired t-test
     ผลการวิจัย: พบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้ดูแลเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าด้านภาษา ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม การรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการส่งเสริพัฒนาการด้านภาษา มีคะแนนเพิ่มขึ้นจำนวน 30 คน (100%) อยู่ระดับสูง และพฤติกรรมต่อการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา  จำนวน  27 คน (90.00%) อยู่ในระดับสูง  ผลความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนน การรับรู้สมรรถนะแห่งตนและพฤติกรรมต่อการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา ก่อนและหลังการใช้โปรแกรม มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเท่ากับ 21.90 (p< 0.001) และ13.30 (p< 0.001) ตามลำดับ  ส่วนเด็กอายุ 1-3 ปีที่มีภาษาล่าช้า ก่อนและหลังเข้าโปรแกรม พัฒนาการด้านการเข้าใจภาษาและพัฒนาการด้านการใช้ภาษา พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เท่ากับ 3.26 (p < 0.001) และ4.30 (p < 0.001) ตามลำดับ มีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

อรพรรณ บัวอิ่น.การศึกษาปฐมวัยและพัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียน ในประเทศกำลังพัฒนา : หลักฐานเชิงประจักษ์จากประเทศไทย. 2560

กระทรวงสาธารณสุข.ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพัฒนาการเด็กปฐมวัย กระทรวงสาธารณสุข 2565 [อินเตอร์เน็ต][เข้าถึงเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2567]เข้าถึงได้จาก:https://nich.anamai.moph.go.th/th/kpr66/download?id=100241&mid=37540&mkey=m_document&lang=th&did=30983

ธีรชัย บุญยะลีพรรณ. ผลสำรวจล่าสุดกรมอนามัย สอดคล้องผลวิจัยกสศ.พบ 1 ใน 4 เด็กปฐมวัยพัฒนาการล่าช้า ชี้โจทย์สำคัญเปิดเทอมใหม่ 2/2565 [อินเตอร์เน็ต][เข้าถึงเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2567] เข้าถึงได้จาก https://www.eef.or.th /news-tsqp-011122/

สรุปผลการตรวจราชการและนิเทศ รอบที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 เขตสุขภาพที่7 กระทรวงสาธารณสุข, 2566

งานสถิติเวชระเบียน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ [สืบค้นเมือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567] สืบค้นจาก : ระบบรายงานข้อมูล Hos -xp โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

นาตยา สุดจ้อย, และธนัธ กนกเทศ.ความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการเลี้ยงดูเด็กของผู้ปกครองกับระดับพัฒนาการเด็ก 3–5 ปี อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย, 2561.

จีรภา ณ พัทลุง.ผลของโปรแกรมการกระตุ้นพูดต่อพัฒนาการด้านภาษาเด็กที่พูดช้าที่มารับบริการคลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลพัทลุง,2566

Bandura, A. (1997). Self- efficacy: The exercise of control. New Jersey: W.H. Freeman

ศิริบังอร นิลผาย.ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยของมารดาที่มีบุตรสงสัยพัฒนาการล่าช้าในโรงพยาบาลอาจสามารถ, 2567

ชรินทร์พร มะชะรา และคณะ. ความรู้และพฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของผู้ดูแลและพัฒนาการด้านภาษาของเด็กอายุ 2-5 ปี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เขตเทศบาลแห่งหนึ่งจังหวัดอุดรธานี.

วรรณริชฎา กิตติธงโสภณ การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาในเด็กอายุ 1- 3 ปี โดยผู้ปกครองผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น.2565

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

อุทานิตย์ ว. . . (2024). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของผู้ดูแลเด็กที่มีภาษาล่าช้า โรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 476–484. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/279846