ผลการเสริมสร้างแรงจูงใจในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อชะลอภาวะไตเสื่อม ในโรงเรียนเบาหวาน ของโรงพยาบาลเรณูนคร
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างแรงจูงใจ, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, ภาวะไตเสื่อม, โรงเรียนเบาหวานบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลอง (The Quasi-Experimental Research) ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการเสริมสร้างแรงจูงใจในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อชะลอภาวะไตเสื่อมในโรงเรียนเบาหวานของโรงพยาบาลเรณูนคร กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ได้รับการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 52 คน กลุ่มตัวอย่างเดียววัดผล ก่อน-หลัง (One-group, Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับความตระหนักรู้การบริโภคเกลือและโซเดียม, ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานกับภาวะไตเสื่อม และเครื่องวัดความเค็มในอาหารแบบพกพา (Chem Meter) การวิเคราะห์ข้อมูล: ข้อมูลทั่วไปใช้ค่าจำนวน ร้อยละ, ความรู้เกี่ยวกับตระหนักรู้การบริโภคเกลือและโซเดียมและโรคเบาหวานกับภาวะไตเสื่อม, ผลการบริโภคเกลือและโซเดียม, ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด,ระดับไขมันในเลือด และอัตราการกรองของไต วิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบก่อนหลังเข้าร่วมกิจกรรมโดยใช้สถิติ Pair t-test
ผลการศึกษาพบว่า ก่อน-หลังร่วมกิจกรรมพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เกี่ยวกับความตระหนักรู้การบริโภคเกลือและโซเดียมคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 5.23 (SD=1.19) เป็น 6.76 (SD=0.98) ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานกับภาวะไตเสื่อมคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 10.05 (SD=1.46) เป็น 12.03 (SD=1.18) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลลัพธ์ทางคลินิก ได้แก่ อัตราการกรองของไต (eGFR) ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (A1C) ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ (TG), ระดับไขมันเลว (LDL) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และการบริโภคเกลือและโซเดียมมีค่าเฉลี่ยลดลงจาก 0.84 (SD=.37) เป็น 0.73 (SD=.12) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
ศิริลักษณ์ ถุงทอง (2560). การชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้. วารสารพยาบาลทหารบก, 18(ฉบับพิเศษ), 17-24.
Alkerwi, A. a., Sauvageot, N., El Bahi, I., Delagardelle, C., Beissel, J., Noppe, S., … Stranges, S.(2017). Prevalence and related risk factors of chronic kidney disease among adults in Luxembourg: Evidence from the observation of cardiovascular risk factors (ORISCAV-LUX) study. BioMed Central Nephrology, 18(1), 1-10.
เกศริน บุญรอด. (2562) .ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนระยะโรคไตวายเรื้อรัง โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์ เขต 11, 33 (3); 367-378.
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2558). คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2558. สืบค้นจาก http://www.nephro thai.org/images/10-11-2016/Final_%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%AD_CKD_2015.pdf.
อนุสรณ์ พยัคฆาคมและอัจฉรา ภักดีพินิจ. (2559). หลักสูตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับพยาบาลผู้จัดการรายกรณีโรคเรื้อรัง. กรุงเทพมหานคร: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อและสาขาไต [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 8 มีนาคม 2566] เข้าถึงได้จาก https://npm.moph.go.th/HDC.
อัมพร จันทชาติ, มาลี มีแป้น และเพ็ญศรี จาบประไพ. (2560). การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไตเรื้อรังระยะที่ 3 โดยใช้แนวคิดการจัดการตนเอง. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย, 7(3), 280-291.
สุพัตรา พงษ์อิศรานุพร, ศศรส หลายพูนสวัสดิ์ และระทุม สุภชัยพานิชพงศ์. (2561). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลดำเนินสะดวก. วารสารแพทย์เขต 4-5, 37(2), 148-159.
อรวรรณ เหมนวล. (2566). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองร่วมกับการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3 (3); 366-376.
พิชยา จันทร์อบ. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างระดับไขมันในเลือด (Triglyceride, Cholesterol, LDL, HDL) กับค่า GFR เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคไตในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 9(4); 497-560.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2565). รายงานการสำรวจปริมาณโซเดียมในอาหารด้วยเครื่องวัดความเค็ม (Chem Meter) จังหวัดนครพนม พ.ศ. 2565. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1308920220905030102.pdf

