การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองที่บ้านที่เหมาะสมกับ บริบทสังคมวัฒนธรรมชุมชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอำนาจเจริญ
คำสำคัญ:
รูปแบบการดูแลช่วงท้ายชีวิต, การดูแลแบบประคับประคอง, ผู้ดูแลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองที่บ้านที่เหมาะสมกับบริบทสังคมวัฒนธรรมชุมชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอำนาจเจริญ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย แพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ นักโภชนาการ นักกายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย นักวิชาการสาธารณสุข ในการทำ Focus group จำนวน 11 คน ผู้ป่วยระยะสุดท้าย 8 คน ญาติผู้ดูแล จำนวน 47 คน ในการศึกษาเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือเชิงคุณภาพ ได้แก่ แนวคำถามปลายเปิด Focus group เครื่องมือเชิงปริมาณ ได้แก่ แบบเก็บข้อมูลทั่วไป, แบบประเมินกิจวัตรประจำวัน (ADL), แบบประเมินความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของผู้ป่วย (PPS), แบบประเมินความรุนแรงของความปวด (ESASr) แบบประเมินภาวะสุขภาพจิต(2Q9Q) และแบบประเมินความรู้ สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบก่อนหลังด้วยสถิติ Paired t test
ผลการศึกษา พบว่า จากการวิเคราะห์ปัญหาพบว่า ผู้ป่วยระยะสุดท้าย จำนวน 8 คน ส่วนมากเป็นเพศหญิง ร้อยละ 37.50 ระดับการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 50.00 การพัฒนารูปแบบประกอบด้วย 6 รูปแบบสำคัญ ดังนี้ 1) พัฒนาระบบการประเมินผู้ป่วย 2) พัฒนาระบบการทบทวนซ้ำ 3) พัฒนาการฝึกอบรมให้ความรู้ฝึกทักษะผู้ดูแล 4) สร้างการประเมินผลในบรรยากาศที่เป็นบ้านตนเองที่สงบคุ้นเคย 5) พัฒนาระบบการประสานงานกับสหวิชาชีพและทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง 6) ส่งเสริมการมีและใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในองค์กรและชุมชนให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน การทดสอบความแตกต่างทางสถิติภายหลังการพัฒนา พบว่า ความรู้ ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง (PPS) ความทุกข์ทรมานจากอาการ (ESASr) การดูแลแบบประคับประคอง (PCOS) มีค่าเฉลี่ยดีขึ้น อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ p <.05
เอกสารอ้างอิง
Cain CL, Surbone A, Elk R, Kagawa-Singer M. Culture and Palliative Care: Preferences, Communication, Meaning, and Mutual Decision Making. J Pain Symptom Manage, 2018 May;55(5):1408-1419. doi: 10.1016/j.jpainsymman.2018.01.007. Epub 2018 Jan 31. PMID:29366913.
จอนผะจง เพ็งจาด. (2562). บทบาทพยาบาลในการดูแลแบบประคับประคอง. วารสารวิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 30(1), 100-107.
ชุติกาญจน์ หฤทัย และคณะ. (2563). ระบบบริการพยาบาลแบบประคับประคอง. ประทุมธานี: สำนักพิมพ์สื่อตะวันจำกัด.
ปิยาวรรณ โภคพลากร. (2560), รูปแบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในประเทศไทย วารสารพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข, 26(3), 40-51.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2562) แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ศรีเวียง ไพโรจน์กุล. (2553). เกณฑ์การวินิจฉัยผู้ป่วยระยะสุดท้าย. ขอนแก่น: คณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ธีรพร สถิรอังกูร และคณะ. (2561). แนวทางการพัฒนาระบบบริการพยาบาล : Service Plan.ประทุมธานี: สำนักพิมพ์สื่อตะวันจำกัด.
นุชจรินทร์ ไชยสัจ. (2561). ผลของการเตรียมความพร้อมของผู้ดูแลต่อการปรับตัวในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชน. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 15(3), 45-54.
Kemmis, S & McTaggart, R. (1988). The Action Research Planer (mrd ed.). Victoria : Deakin University.
Widera E. Primary Palliative Care. Med Clin North Am. 2020 May;104(3):xvii-xviii. doi: 10.1016/j.mcna.2020.02.001. Epub 2020 Feb 20. PMID: 32312417
Alam S, Hannon B, Zimmermann C. Palliative Care for Family Caregivers. J Clin Oncol. 2020 Mar 20;38(9):926-936. doi: 10.1200/JCO.19.00018. Epub 2020 Feb 5. PMID: 32023152. 10.
กิตติกร นิลมานัต และคณะ. (2561). ผลของโปรแกรมการพยาบาลจัดการรายกรณีสำหรับผู้ป่วยระยะท้ายต่อความทุกข์ทรมานจากอาการและการรับรู้คุณภาพการดูแลของผู้ป่วยระยะท้าย. วารสารสภาการพยาบาล, 33(3), 51-66.
สุรีพร ศิริยะพันธุ์ และคณะ. (2564). การพัฒนารูปแบบการดูแลประคับประคองสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่ได้บำบัดทดแทนไตในโรงพยาบาลยะลา. วารสารสาธารณสุขและ วิทยาศาสตร์สุขภาพ, 4(2), 1-14.
ช่อทิพย์ พรหมมารัตน์. (2560). ผลของการพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน เครือข่ายสุขภาพ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน, วารสารสาธารณสุขล้านนา, 13(1), 25-36.

