ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายต่อความรู้และความวิตกกังวลของมารดาในการดูแลทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดป่วย โรงพยาบาลชลบุรี

ผู้แต่ง

  • ดวงแก้ว ไตรแดง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานการพยาบาลกุมาร โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี ผู้รับผิดชอบหลัก, Email: kaew_2298@hotmail.com
  • ปิยะนุช จันทร์คูณ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานการพยาบาลกุมาร โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี
  • พนิตนาฏ รัศมีธรรมกุล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ กลุ่มงานการพยาบาลกุมาร โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี

คำสำคัญ:

วางแผนจำหน่าย, มารดาทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม, ความรู้, ความวิตกกังวล

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบทดลองเบื้องต้น (Pre-Experiment Research) เปรียบเทียบกลุ่มเดียววัดผลก่อน - หลัง (One group Pre - Posttest design) เพื่อเปรียบเทียบความรู้ ความวิตกกังวล และความพึงพอใจของมารดาในการดูแลทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ก่อนและหลังการใช้โปรแกรมการวางแผนจำหน่าย กลุ่มตัวอย่างคือ มารดาที่มีบุตรน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดป่วย โรงพยาบาลชลบุรี จำนวน 35 ราย การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยผู้วิจัยเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเข้าศึกษา (Inclusion criteria) ระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการวางแผนจำหน่ายของมารดาที่มีทารกคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,000 กรัม แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความรู้ แบบประเมินความวิตกกังวล และแบบประเมินความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .774 , 0.837และ 0.901 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและการทดสอบที

     ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้ของมารดาในการดูแลทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม หลังเข้าโปรแกรมวางแผนจำหน่ายเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คะแนนเฉลี่ยความวิตกกังวลของมารดาในการดูแลทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม หลังเข้าโปรแกรมวางแผนจำหน่ายลดลงเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการบริการของมารดาที่มีทารกน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ระดับมาก 2 ลำดับแรก คือ ท่านสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปดูแลทารกต่อเนื่องที่บ้านได้ เท่ากับ 4.77 และเจ้าหน้าที่มีความรู้ ความสามารถในการให้บริการ การตอบคำถาม เท่ากับ 4.74

เอกสารอ้างอิง

กัญญาณัฐ สิทธิภา, ฉวี เบาทรวง, และนันทพร แสนศิริพันธ์. (2560). ความวิตกกังวล การสนับสนุนทางสังคม และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ในระยะหลังคลอดของผู้เป็นมารดาครั้งแรก. พยาบาลสาร 44(3), 30-40.

ปราณี ผลอนันต์ (2556) การมีส่วนร่วมของมารดาในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดในหอภิบาลทารกแรกเกิด และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. พยาบาลสาร 40(3) , 89-101.

สกลสุภา อภิชัจบุญโชค (2557) การเตรียมบิดามารดาทารกคลอดก่อนกำหนดในการส่งเสริมพัฒนาการต่อที่บ้าน วชิรเวชสาร. 57(1) , 65-72.

กิติยาพร สังฆศรีสมบัติ และชรินทร์พร มะชะรา. (2563 ). ผลของรูปแบบการวางแผนจำหน่ายแบบผสมผสานต่อความรู้และทักษะมารดาของทารกคลอดก่อนกำหนด. วารสารการแพทย์ โรงพยาบาลอุดรธานี. 8(2), 89-104.

กันทิมา ขาวเหลือง, ปรีย์กมล รัชนกุล และเรณู พุกบุญมี (2555) ศึกษาเรื่องการพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายทารกคลอดก่อนกำหนดที่ส่งเสริมการดูแลอย่างต่อเนื่อง. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 6(1), 27–39.

สุธิศา ล่ามช้าง และคณะ .(2560). ความวิตกกังวล การสื่อสารระหว่างผู้ดูแลและพยาบาล และการปฏิบัติป้องกันอาการชักจากไข้ของผู้ดูแลเด็กป่วยเฉียบพลัน. พยาบาลสาร ปีที่ 44 (ฉบับที่ 1). มกราคม-มีนาคม พ.ศ. 2560 หน้า 74-85.

นิตยา ไกรวงศ์,รัตนา หลีนุ่ม.(2563) ความพึงพอใจในงานของพยาบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ปี 12(2) พฤษภาค

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ไตรแดง ด., จันทร์คูณ ป. . ., & รัศมีธรรมกุล พ. . (2025). ผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายต่อความรู้และความวิตกกังวลของมารดาในการดูแลทารกที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดป่วย โรงพยาบาลชลบุรี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(1), 891–899. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/283345