ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพ เพื่อการป้องกันหลอดเลือดดำอักเสบในผู้ป่วยที่ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • นิ่มนวล อิ้งชัยภูมิ นักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาวะผู้นำและนวัตกรรมการจัดการสุขภาพ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
  • จุฬาภรณ์ โสตะ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย

คำสำคัญ:

สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพ, หลอดเลือดดำอักเสบ, โปรแกรม

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการป้องกันหลอดเลือดดำอักเสบในผู้ป่วยที่ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย ภายใต้กรอบแนวคิดองค์ประกอบสมรรถนะของ McClelland (1973) และทฤษฎีการเรียนรู้ของกาเย่ โดยมุ่งเน้นพัฒนาสมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ รวมทั้งศึกษาระดับความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพที่เข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างคือพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งให้บริการผู้ป่วยที่ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลายจำนวน 30 คน ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน พ.ศ. 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะ แบบสอบถาม แบบทดสอบ และแบบประเมินทักษะปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ Paired Samples t-test

     ผลการวิจัยพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรม พยาบาลวิชาชีพมีคะแนนสมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการป้องกันหลอดเลือดดำอักเสบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p-value < 0.001) และมีระดับความพึงพอใจต่อโปรแกรมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation= 3.00, S.D. = 0.00)

เอกสารอ้างอิง

ไสว นรนสาร. (2549). หลอดเลือดดำส่วนปลายอักเสบจากการได้รับสารน้ำความเสี่ยงทางคลินิกที่ป้องกันได้.https://www.rama.mahidol.ac.th/nursing/sites/default/files/public/journal/2549/issue.pdf

Marrelli, A. F.,Tondora, J., & Hoge, M. A. (2005). Straegies for developing competency models. Administration and Policy in Mental Health, 32(5/6), 533-561.

Spencer, L.M. and Spencer, S.M. (1993). Competence at Work Models for Superior Performance. John Wiley & Sons: New York. Pp.9.

บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2550). ภาวะผู้นำและกลยุทธ์การจัดการองค์การพยาบาลในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เพ็ญจันทร์ แสนประสาน, และคณะ. (2549). เส้นทางสู่การพยาบาลยอดเยี่ยม. กรุงเทพฯ: สุขุมวิท

การพิมพ์.

บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. (2555). การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย : คุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Cronbach, Lee. J. (1990). Essentials of psychological testing. 5 th ed. New York: Harper & Row.

กฤษณา จันทร์เมือง. (2566). การพัฒนาสมรรถนะด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงในพยาบาลวิชาชีพกองวิศวกรรมการแพทย์. (มปป.). เรื่องการใช้หลอดเลือดดําในการฉีดยาหรือให้สารละลาย. https://medi.moph.go.th/km/iv/04.pdf

ลัดดาวัลย์ ทองเกลี้ยง. (2564). ผลการพัฒนาสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพยุค 4.0 ในการดูแลผู้ป่วยใช้เครื่องช่วย หายใจชนิดควบคุมด้วยปริมาตร หอผู้ป่วยไอซียูอายุรกรรม 4 โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ, 4(2): 54-64.

วรลักษณ์ เต็มรัตน์, ประภาพร ชูกำเนิด และปราโมทย์ ทองสุข. (2565). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการจัดการภาวะเร่งด่วนของผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองระยะวิกฤต โดยการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จำลอง. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ, 23(2); 40-54.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

อิ้งชัยภูมิ น. ., & โสตะ จ. . . (2025). ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพ เพื่อการป้องกันหลอดเลือดดำอักเสบในผู้ป่วยที่ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลขอนแก่น. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 322–329. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/285075