ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนกันตังพิทยากร อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพ, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง, นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ระดับความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพ กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนกันตังพิทยากร อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง กลุ่มตัวอย่าง 260 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ได้แก่ 1.ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคล 2.ข้อมูลความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพ
3.ข้อมูลพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเอง มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความสัมพันธ์โดยใช้ค่าสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน กำหนดระดับนัยสำคัญ 0.01
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนกันตังพิทยากร อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อยู่ในช่วงอายุ 12-16 ปี มีความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (M = 3.66 S.D.= 0.62) และมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (M=3.21, S.D. = 0.30) โดยความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนกันตังพิทยากร อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ในระดับสูง (r=.584) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. แนวทางการดำเนินงานทันตสาธารณสุขสำหรับเด็กวัยเรียนอายุ 12 ปี. นนทบุรี : กรมอนามัย; 2561.
จิรารัตน์ เอมแย้ม. (2566). ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(1), 96-98
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2567). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
กลุ่มงานทันตสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง. (2566). OHSP ร้อยละเด็กอายุ 12 ปี มีฟันผุในฟันแท้ เขตสุขภาพที่ 12 จังหวัดตรัง ปีงบประมาณ 2566. สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2568 จาก https://trg.hdc.moph.go.th/hdc/main/index_ pk.php
ณัฐวุธ แก้วสุทธา อังศินันท์ อินทรกำแหง และพัชรี ดวงจันทร์. (2558). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมการดูแลอนามัยช่องปากและสภาวะอนามัยช่องปากของวัยรุ่นตอนต้น. วารสารพฤติกรรมศาสตร์. 20(2), 77 - 95.
อธิวัฒน์ หัสดาลอย สุรีย์จันทรโมลี ประภาเพ็ญ สุวรรณ และมยุนา ศรีสุภนันต์. ประสิทธิผลโปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ได้รับการจัดฟัน. วารสารทันตขอนแก่น 2560ก.ค.-ธ.ค. ;20(2). 37-51.
วัชรพล วิวรรศน์ เถาว์พันธ์, รัฐติภรณ์ ลีทองดี, นฤพร ชูเสน, ปุณยรัตน์ ลวดทอง, วิลาสินี ยุวชาติ, อภิญญา พูนสวัสดิ์. ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เขตอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารทันตาภิบาล. 2566;34(1):1–12.
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607–610.
รอซีกีน สาเร๊ะ, คันธมาทน์ กาญจนภูมิ และ กัลยา ตันสกุล. (2563). ความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพกับการดูแลสุขภาพช่องปากของวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดยะลา. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 3(3), 27-39.
กิตติยา ศรีมาฤทธิ์ และนิยม จันทร์นวล. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตชนบท จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 5(3), 38-39
ศิริภา คงศรี, สดใส ศรีสะอาด. องค์ประกอบของความรอบรู้ ด้านสุขภาพในการดูแลสุขภาพช่องปากของ ผู้สูงอายุจังหวัด ขอนแก่น. วารสารทันตาภิบาล 2561;29(2):56-68.
อนุพงษ์ สอดสี. (2563).ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากกับประสบการณ์รักษาทางทันตกรรมของนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4-6 จังหวัดสุพรรณบุรี.วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน.2(1): 18 -28

