ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองของหญิงที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ งานส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
โรคเบาหวาน, ภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์, การดูแลตนเองของหญิงที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์, โปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองของหญิงที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีแบบแผนการวิจัยเป็นแบบวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลตนเองของหญิงที่มีภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ งานส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม คือ กลุ่มตัวอย่างหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการฝากครรภ์ที่คลินิกฝากครรภ์ งานส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ชนิด A1 จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป, แบบสอบถามความรู้,แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน และแบบประเมินความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลทั่วไป,ความรู้,พฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเอง,ความพึงพอใจ ของกลุ่มตัวอย่าง ใช้สถิติเชิงพรรณนา หาค่าเฉลี่ย ร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Paired T-test
ผลการศึกษา : พบว่า 1) คะแนนความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มตัวอย่างมากกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) คะแนนความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่าง มากกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเช่นกัน 3) ดัชนีชี้วัดสุขภาพ ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารตลอดการตั้งครรภ์ของกลุ่มตัวอย่าง อยู่ที่ 82.59 mg/dl และค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชั่วโมง ตลอดการตั้งครรภ์ของกลุ่มตัวอย่าง อยู่ที่ 107.98 mg/dl
เอกสารอ้างอิง
Netgrajang C.(2019). Strengthening Multidisciplinary Approachto Prevent and Control Complications of DiabetesMellitus in Pregnant Women. The Journal of Prapokklao Hospital Clinical Medication Education Center; 36(2):168-177.
กรมอนามัย (2565).คู่มือการฝากครรภ์ สำหรับบุคลากรสาธารณสุข.พิมพ์ครั้งที่ 1.สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; นนทบุรี.
กาญจนา ศรีสวัสดิ์และอรพินท์ สีขา.(2557). การดูแลหญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์.บทความวิชาการวารสารพยาบาลทหารบก;
ปีที่ 15 ฉบับที่ 2 (พ.ค. - ส.ค.): 50 – 59.
สุภาวดี เนติเมธีและสุเนตร บุบผามาลา.(2565). บทความสิชาการเรื่องการดูแลสตรีที่เป็นเบาหวานในขณะตั้งครรภ์.วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล.ฉบับปีที่ 28 ฉบับที่ 1 (2022): มกราคม – มิถุนายน.
สิวาพร พานเมือง,อักษราณัฐ สุทธิประภา และวิไลลักษณ์ เผือกพันธ์. (2565). ได้มีการพัฒนาโปรแกรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน.วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมา; ปีที่ 9 ฉบับที่ 1(มกราคม-มิถุนายน): 130 – 144.
กฤษณี สุวรรณรัตน์. (2561).ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการ จัดการภาวะเบาหวานด้วยตนเองและระดับน้ำตาล ในเลือดของหญิงที่มีภาวะเบาหวาน จากการตั้งครรภ์ [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตร มหาบัณฑิต].วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปก เกล้า จันทบุรี ; ปีที่ 30 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม): 1 – 13.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้าม.(2560). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.เชียงใหม่: โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้าม.
อดิณา ศรีสมบูรณ์, สุเพียร โภคทิพย์, และจรูญศรี มีหนองหว้า. (2564). ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมอาหาร และระดับน้ำตาลในเลือดของหญิงที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพวิทยาลัยพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์, 5(1), 34-43.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี.(2566). หนังสือแนวทางเวชปฏิบัติโรคเบาหวาน 2566. ร่มเย็นมีเดียจำกัด.
American Diabetes Association (ADA). (2012). Standards of Medical Care in Diabetes-2012. Diabetes Care,35(1), 11-63.
สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาสยามบรมราชกุมารี. สถิติเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์. (2565). [สืบค้น เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565]. เข้าถึงได้ จาก https://www.idf.org/our-activities/care-prevention/gdm.html

