ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสถาบันบำราศนราดูร

ผู้แต่ง

  • ศิริมา เทพสุภา สถาบันบำราศนราดูร
  • กิตติรัตน์ ไพจิตโรจนา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
  • ไกรณญา เมธานวกิจไพศาล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
  • มัญชุตา การย์กวินพงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

คำสำคัญ:

โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลัง (one-group pretest-posttest design) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสถาบันบำราศนราดูร กลุ่มตัวอย่างคือ บุคลากรสถาบันบำราศนราดูร จำนวน 36 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพตามแนวคิดการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ 1) อบรมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการรับรู้พฤติกรรมสุขภาพ เพื่อสร้างความคิดและอารมณ์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้เกิดการรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถของตน และการรับรู้ความรู้สึกต่อพฤติกรรม, การให้ความรู้ และเสริมสร้างทักษะเกี่ยวกับอาหาร ออกกำลังกาย และการจัดการอารมณ์ (3อ.) 2) แลกเปลี่ยนเรียนรู้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ เพื่อให้เกิดอิทธิพลระหว่างบุคคล และอิทธิพลจากสถานการณ์ 3) สนทนากลุ่ม เพื่อวิเคราะห์วิธีแก้ไข จัดการความชื่นชอบและความต้องการที่เข้ามาอย่างกะทันหัน โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษา 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพตามแนวคิดการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ และแบบสอบถามโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสถาบันบำราศนราดูรมี 3 ส่วน ได้แก่ 1) ข้อมูลทั่วไป 2) ข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งผู้วิจัยใช้แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพด้านอาหาร ออกกำลังกาย และการจัดการอารมณ์ (3อ.) จากแบบสอบถามของวราภรณ์ เลิศศิลป์ (2567) โดยมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.69 3) ข้อมูลองค์ประกอบร่างกายได้แก่ น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย ระดับไขมันช่องท้อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการทดสอบค่าที (Paired t-test) ผลการศึกษาพบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพก่อนและหลังการทดลอง 12 สัปดาห์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนพฤติกรรมหลังเข้าร่วมโปรแกรม (equation= 17.28, SD = 4.44) สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (equation= 15.14, SD = 3.83) 2) ดัชนีมวลกายก่อนและหลังการทดลอง 12 สัปดาห์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยดัชนีมวลกายหลังเข้าร่วมโปรแกรม (equation = 29.91, SD = 3.29) ต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (equation = 30.44, SD = 3.35) 3) ระดับไขมันช่องท้องก่อนและหลังการทดลอง 12 สัปดาห์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยระดับไขมันช่องท้องหลังเข้าร่วมโปรแกรม (equation = 14.28, SD = 4.83) ต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (equation= 14.86, SD = 4.72) จากผลการวิจัยควรนำโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรไปใช้กับบุคลากรกลุ่มอื่นให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อก่อให้เกิดพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ดีต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กุลพิมน เจริญดี และคณะ. (2566). รายงานประจำปี 2566 กองโรคไม่ติดต่อ. สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.

นันทกร ทองแตง. (2562). โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคNCDs). https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/admin/article_files/1371_1.pdf

กนกวรรณ สุวรรณปฏิกรณ์. (2564). พยาบาลกับการสร้างเสริมสุขภาพคนวัยทำงาน ยุค 4.0. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 13(2), 1-14.

วราภรณ์ เลิศศิลป์. (2567). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพบุคลากรกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะอ้วนลงพุง ของโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ในการควบคุมเรื่องอาหาร ออกกำลังกายและการจัดการกับอารมณ์. www.srth.go.th/home/research (Vol.1 NO.1 February-December, 2024)

วิชาญ มีเครือรอด. (2563). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพ ดัชนีมวลกาย และระดับความดันโลหิตของบุคลากรสาธารณสุขอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิจัยและวิชาการสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร, 1(1), 70-85.

นพพร ทัพอยู่. (2565). ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในบุคลากรที่มีระดับไขมันในช่องท้อง และดัชนีมวลกายเกินมาตรฐาน โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต, 2(2), 1-12.

ชุติภา แก้วลือ. (2567). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส. ของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเชียงเครือ ตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ. https://bkpho.moph.go.th/ssjweb/bkresearch/index.php?fn=detail&sid=307

เกรียงศักดิ์ สมบัติ สุรนาถวัชวงศ์ และคณะ. (2563). ประสิทธิผลของโปรแกรมสนับสนุน การจัดการตนเองต่อภาวะอ้วนของบุคลากรคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา. บูรพาเวชสาร, 7(2), 23-38.

ทองมี ผลาผล. (2560). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงโรคอ้วนลงพุง. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 29(1), 81-91.

อุดมศักดิ์ แก้วบังเกิด และสุภาพร แนวบุตร. (2564). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพด้วยคีตะมวยไทยต่อ ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และสมรรถภาพทางกายของบุคคลวัยทำงานที่มีภาวะน้ำหนักเกิน [วิทยานิพนธ์การพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สถาบันบำราศนราดูร. (2567). รายงานการตรวจสุขภาพประจำปีของบุคลากรสถาบันบำราศนราดูร ปี 2567.

ชุติกาญจน์ หฤทัย และคณะ. (2557). มาตรฐานการพยาบาลอาชีวอนามัย. ห้างหุ้นส่วนจำกัดเทพเพ็ญวานิสย์.

เบญจมาศ สุขศรีเพ็ง. รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ (Pender’s Health Promoting Model). สืบค้นจาก https://www.gotoknow.org/posts/115422

ฐาปนพร สิงหโกวินท์, สมศักดิ์ ปิ่นนาค, แรกขวัญ สระวาสี, มณฑล หวานวาจา, และนิริญา ธนธราธิคุณ. (2563). 7 สัปดาห์ สุขภาพดี หุ่นดี ที่บ้าน. ไซ-แอ็ม มีเดีย เพรส โปรดักส์ จำกัด.

Pender, N. J., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. A. (2011). Health promotion in nursing practice. (4rd ed). USA: Appleton & Lange.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-07-03

รูปแบบการอ้างอิง

เทพสุภา ศ. ., ไพจิตโรจนา ก., เมธานวกิจไพศาล ไ., & การย์กวินพงศ์ ม. (2025). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรสถาบันบำราศนราดูร. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 712–720. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/286409