ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดภูเก็ต
คำสำคัญ:
โรคเบาหวานชนิดที่ 2, การควบคุมระดับน้ำตาล, การรับรู้ด้านสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางมีวัตถุประสงค์เพื่อปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ประชากรคือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์โดยมีผลการตรวจระดับน้ำตาลในพลาสมาจากหลอดเลือดดำหลังอดอาหาร มากกว่า 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรยืนยัน จำนวน 1,769 คน ที่มารับบริการในคลินิกโรคเบาหวานของสถานบริการสาธารณสุขเขตโรงพยาบาลุชมชน จังหวัดภูเก็ต การคำนวณกลุ่มตัวอย่างที่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอนของ Daniel จำนวน 302 ราย ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ แบบสอบถาม ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล พฤติกรรมสุขภาพ การรับรู้ด้านสุขภาพ และผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ทดสอบคุณภาพของแบบสอบถามโดยแบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน และนำไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาคได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยโรคเบาหวาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ประกอบด้วย พฤติกรรมสุขภาพ (r=0.127, P-value=0.035) และการรับรู้ด้านสุขภาพ (r=0.121, P-value=0.004) ตามลำดับ ปัจจัยที่สามารถทำนายการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ประกอบด้วย การรับประทานอาหาร การป้องกันภาวะแทรกซ้อน การออกกำลังกาย การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์ของการรักษา ทำนายได้ร้อยละ 71.6
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization (WHO). (2009). Diabetes : Cost. Retrieved November 12, 2026,http://WWW.who.int/dietphysicalactivity/publications/facts/
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แผนยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีไทย พ.ศ.2554-2563. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2565 จาก http://bps.ops.moph.go.th/THLSP2011-2020/index.html
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ข้อมูลและสถิติ. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2560. จาก http://thaincd.com/information-statistic/non-communicable-disease-data.php.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต. (2559). เอกสารประกอบการตรวจราชการและนิเทศงานกรณีปกติรอบที่ 1 ปีงบประมาณ 2558 (28-30 มกราคม 2558).สืบค้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 จาก Website: http://www.pkto.moph.go.th/
Rosenstock. (1974). History origins of the health belief model: Health Education Monograph.
Best, John W. (1977).Research is Evaluation. (3rded). Englewod cliffs: N.J. Prentice Hall.
Daniel W.W. (2010). Biostatistics: Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences. (9thed). New York: John Wiley & Sons.
Becker, Marshall H. (1974). The Health Belief Model and Preventive Behavior. Health Education Monographs.
Pender. NJ, Walker SN, Sechrist KR, Strombory MF. (1990). Predicting Health-Promotion Lifestyle In the Workplace. Nurs Res 1990 Nov – Dec; 39(6): 326-32.
Orem, D. E. (1991). Nursing: Concepts of practice (4th ed.). St. Louis: Mosby Year Book.

