ผลการพัฒนารูปแบบการวางแผนการจำหน่ายผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง โรงพยาบาลดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
คำสำคัญ:
การวางแผนการจำหน่าย, ผู้ป่วยระยะสุดท้าย, การดูแลแบบประคับประคองบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลรูปแบบการวางแผนการจำหน่ายผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลและเสริมสร้างความพร้อมของผู้ป่วย ครอบครัว และทีมสุขภาพในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ดำเนินการวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา 4 ระยะ ประกอบด้วย 1) การทบทวนแผนการจำหน่ายและเวชระเบียนเพื่อวิเคราะห์ช่องว่างของระบบ 2) การพัฒนาเครื่องมือวิจัย 3) การทดลองใช้รูปแบบการวางแผนการจำหน่าย และ 4) การประเมินผล กลุ่มตัวอย่างคือพยาบาลวิชาชีพในหอผู้ป่วยใน จำนวน 26 คน และผู้ดูแลหลักของผู้ป่วยระยะสุดท้าย จำนวน 34 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบประเมินความรู้และการปฏิบัติของพยาบาลวิชาชีพ และแบบประเมินการปฏิบัติของผู้ดูแลหลัก ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและความเชื่อมั่น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานแบบ Paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า พยาบาลวิชาชีพมีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นจาก 8.76 เป็น 9.34 คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 87.6 และ 93.4 ตามลำดับ) และคะแนนการปฏิบัติเพิ่มขึ้นจาก 7.96 เป็น 8.76 คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 79.6 และ 87.6 ตามลำดับ) แม้ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05) แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนการพัฒนาคุณภาพกระบวนการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผู้ดูแลหลักมีคะแนนการปฏิบัติตามแผนการจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 7.97 เป็น 9.06 คะแนน (คิดเป็นร้อยละ 79.7 และ 90.6 ตามลำดับ) (p < 0.001)
เอกสารอ้างอิง
แสงวรรณ ตั้งแสงสกุล, ปริญญา สัมพันธรัตน์, จุลจราพร สินสิริ.(2561). ความรู้ ทัศนคติ และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยระยะท้ายของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2561;38(1):77-89.
ยอดลักษ์ สัยลังกา, บุญมา สุนทราวิรัตน์, รัตติกรณ์ มูลเครือคำ, จีระนันท์ สาวิยะ.(2564). ผู้ป่วยระยะสุดท้าย “ความจริงกับความหวัง” มุมมองผู้ป่วย ผู้ดูแล และชุมชนอีสานตอนบน. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 2564;7(2):99-117.
Bunnag N.(2021). “การดูแลแบบประคับประคอง ถือเป็นสิทธิมนุษยชน” แต่มีผู้ป่วยระยะสุดท้าย 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่ได้รับบริการนี้. 2021. เข้าถึงได้จาก: https://www.sdgmove.com/2021/10/06/only-1-in-10-people-who-need-palliative-care-receive-it/
ทัศนีย์ บุญอริยเทพ, ธภัคนันท์ อินทราวุธ.(2566). ผลของโปรแกรมการดูแลแบบประคับประคองที่บ้านต่ออาการรบกวน ผลลัพธ์การดูแลของผู้ป่วยและภาวะเครียดของผู้ดูแล. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2566;31(1):99-113.
ศูนย์การุณรักษ์.(2564). คู่มือมาตรฐานคุณภาพการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง. พิมพ์ครั้งที่ 3. ขอนแก่น: โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2564.
เสริมสุข ธัญญะวัน, อุดมศักดิ์ บุญส่งทรัพย์, ปวีณา ใจชัย.(2566). การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเลย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(3):163-176.
Tan YY, Blackford J.(2020). The role of discharge planning in home-based palliative care: A qualitative study. BMC Palliat Care. 2020;19(1):1-10.
Anderson LW, Krathwohl DR, editors.(2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. New York: Longman; 2001.
Best JW, Kahn JV.(2006). Research in education. 10th ed. Boston: Pearson Education.

