การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 กับอุบัติการณ์โรคระบบทางเดินหายใจในผู้ป่วยนอกที่เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลสตูล จังหวัดสตูล พ.ศ. 2562

ผู้แต่ง

  • นาท ครูอ้น โรงพยาบาลสตูล จังหวัดสตูล
  • โฉมศรี ชูช่วย โรงพยาบาลสตูล จังหวัดสตูล

คำสำคัญ:

ความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เฉลี่ยรายวัน, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง(COPD), โรคหอบหืด, โรคจมูกอักเสบ

บทคัดย่อ

     งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบย้อนหลัง (Survey Research by Retrospective Study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) กับกับจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายแบบผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลสตูล จังหวัดสตูล พ.ศ. 2562โดยใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ ณ ศาลากลางจังหวัดสตูล ข้อมูลอุตินิยมวิทยาจากสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสตูล และข้อมูลผู้ป่วยนอกกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง(COPD),โรคหอบหืดและโรคจมูกอักเสบรวมทั้งสิ้น 1,869 คน

     ผลการศึกษาสหสัมพันธ์เพียรสัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 พบว่า ในปี พ.ศ. 2562 จังหวัดสตูลมีจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยรายวันเกินมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษ (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) จำนวน 10 วันและเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) จำนวน 22 วัน โดยค่าฝุ่นเฉลี่ยรายวันสูงสุด 69 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร พบในเดือนสิงหาคมถึงกันยายนซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่เกิดหมอกควันข้ามแดนสำหรับผู้ป่วยนอกพบว่ากลุ่มโรคที่มารับการรักษามากที่สุดคือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง(COPD) จำนวน 1,005 คน รองลงมาคือโรคจมูกอักเสบ จำนวน 620 คน และโรคหอบหืด จำนวน 244 คน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์แสดงให้เห็นว่าระดับความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับจำนวนผู้ป่วยโรคหอบหืดและโรคจมูกอักเสบอย่างมีนัยสำคัญ (r=0.260, p < 0.001) และ(r=0.209, p < 0.001) ตามลำดับโดยเฉพาะกลุ่มเด็ก (อายุน้อยว่า12) ซึ่งไม่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่พบความสัมพันธ์เชิงบวกที่ ((r=0.205, p < 0.001) และ (r=0.157, p < 0.001) ตามลำดับ ขณะที่ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้น (COPD) พบความสัมพันธ์เชิงลบในเพศชายและอยู่ในกลุ่มสูงอายุ (อายุตั้งแต่ 60ปีขึ้นไป) ที่ไม่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ (r=-0.243, p < 0.001)

เอกสารอ้างอิง

International Agency for Research on Cancer.(2025). List of classifications, agents classified by the IARC Monographs, (Vol 1–124) 2019. [cited 2025 Feb 14]:109. Available from: https://monographs.iarc.fr/list-of- classifications

Apichai SUNCHINDAH.(2015). Transboundary haze pollution problem in southeast asia reframing ASEAN’s response 2015: 4-6.

กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.(2564). ความสัมพันธ์ระหว่างฝุ่นละอองขนาดเล็กกับการเข้ารับการรักษาพยาบาลในแผนกผู้ป่วยนอก และการเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกประเทศไทย. 2564 ;24-36.

A Lee Mitchell, Kyle Chapman, Kerry Farris, Pooya Naderi, Ashley Hansen.(2024). A case-crossover analysis to quantify the impact of wildfire smoke on hospital respiratory admissions in the Rogue Valley, Oregon. 2024 ;2-6.

ปิยาณี กษิรวัฒน์, ระชา เดชชาญชัยวงศ์, ธรรมสินธ์ อิงวิยะ.(2565). ผลกระทบของหมอกควันข้ามแดนต่อการเข้ารับการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนกเนื่องจากโรคระบบทางเดินหายใจและโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดในเขตสุขภาพที่ 12. 2565 ;607

นายสุทธิศักดิ์ เด่นดวงใจ.(2563). ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 รายวันในอากาศกับการมารับการรักษาด้วยโรคกลุ่ม ระบบทางเดินหายใจและระบบหลอดเลือด ณ โรงพยาบาลราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี. 2563;54-61.

Gabriel Okello, Rebecca Nantanda, Lambed Tatah, Richard Sserunjogi, Olatunji Johnson, Babatunde Awokola, et al.(2024). Association between ambient air pollution and respiratory health in Kampala, Uganda: Implications for policy and practice. 2024; 6-11.

ภัทราภรณ์ ภู่พงษา. ความสัมพันธ์ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน และ 2.5 ไมครอน กับข้อมูลสุขภาพของประชาชนจังหวัดสระบุรี.2565 ;131-132

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

ครูอ้น . น. ., & ชูช่วย โ. . . (2025). การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 กับอุบัติการณ์โรคระบบทางเดินหายใจในผู้ป่วยนอกที่เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลสตูล จังหวัดสตูล พ.ศ. 2562. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(4), 1163–1171. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/290713