รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ไม่ได้บำบัดทดแทนไต
คำสำคัญ:
การพัฒนาคุณภาพชีวิต, ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย, การดูแลแบบประคับประคอง, การวางแผนการดูแลล่วงหน้าบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้ายที่ไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไต และประเมินผลต่อผลลัพธ์ทางคลินิกและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนาร่วมกับแนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม แบ่งเป็นสามระยะ ได้แก่ การวิเคราะห์สถานการณ์ การพัฒนารูปแบบการวางแผนการดูแลล่วงหน้าและการทดลองใช้รูปแบบกับกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 และญาติผู้ดูแลจำนวน 30 ราย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับทางเลือกการรักษา แบบประเมินคุณภาพชีวิต แบบฟอร์มการวางแผนการดูแลล่วงหน้า และแบบบันทึกตัวชี้วัดทางคลินิก การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณดำเนินการก่อนและหลังการใช้รูปแบบ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพเก็บจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ประกอบด้วยการให้ความรู้เฉพาะราย การสื่อสารเป้าหมายการรักษา การสนับสนุนการตัดสินใจ และการติดตามต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความรู้เกี่ยวกับทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมมากขึ้น สามารถกำหนดเป้าหมายการรักษาในระยะท้ายได้ชัดเจน คุณภาพชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้นหลังทดลองใช้รูปแบบ และตัวชี้วัดทางคลินิกหลายรายการ เช่น ความดันโลหิตและอาการรบกวนจากโรค มีแนวโน้มดีขึ้น นอกจากนี้การสัมภาษณ์เชิงลึกสะท้อนว่าผู้ป่วยรู้สึกมีพลังในการใช้ชีวิตมากขึ้น ลดความกังวลเกี่ยวกับการรักษา และได้รับการดูแลแบบมีส่วนร่วมจากทีมสหวิชาชีพ
เอกสารอ้างอิง
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.(2567). รายงานสถานการณ์โรคไตเรื้อรังในประเทศไทย ปีงบประมาณ 2567. กรุงเทพฯ. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.
กุมาลีพร ตรีสอน.(2561). คุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2561;15(1):13-20.
สุวารีวรรณ จิระเสวกดิลก.(2563). การดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. ใน: ปฐมพร ศิรประภาศิร, เดือนเพ็ญ ห่อรัตนาเรือง, บรรณาธิการ. คู่มือการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2563. p.125-33.
ทินเทวัญ พุทธลา.(2567). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่รักษาแบบไม่ฟอกไต อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. 2567;20(2):39–52.
WHOQOL Group.(1998). Development of the World Health Organization WHOQOL-BREF quality of life assessment. Psychol Med. 1998;28(3):551–558.
Hays RD, Kallich J, Mapes D, et al. Kidney Disease Quality of Life Short Form (KDQOL-SF), Version 1.3. Santa Monica, CA: RAND.
Sudore RL, Lum HD, You JJ, et al.(2017). Defining Advance Care Planning for Adults: A Consensus Definition From a Multidisciplinary Delphi Panel. J Pain Symptom Manage. 2017;53(5):821–32.
อดิศร อุดรทักษ์, สุลาวัณย์ วรรณโคตร, วิชชุนี ละม้ายศรี, ธัญญลักษณ์ ไชยสุข มอลเลอร์.(2566). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไตแบบประคับประคองโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหสาขาวิชาชีพและเครือข่าย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2566;8(2):532-44.
World Health Organization.(2020). Palliative care: Key facts. WHO.
สุรีพร ศิริยะพันธุ์, นิฮูดา ชายเกตุ, เนตรชนก สันตรัตติ.(2564). การพัฒนาแบบแผนการดูแลแบบประคับประคองสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่ได้รับการบำบัดทดแทนไตในโรงพยาบาล. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2564;4(2):1-15.
ช่อทิพย์ พรหมมารัตน์.(2560). ผลของการพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน เครือข่ายสุขภาพอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน. วารสารสาธารณสุขล้านนา. 2560;13(1):25-36.
บงกชรัตน์ ยานะรมย์.(2563). การพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองระยะสุดท้าย โรงพยาบาลยโสธร. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2563;5(4):195-200.

