การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้รับบริการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ ด้วยระบบการแพทย์วิธีใหม่แบบดิจิตอลไร้รอยต่อ โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • มุทิตา เรืองเศรษฐี โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

คำสำคัญ:

การคัดกรองมะเร็งลำไส้, ระบบดิจิทัลไร้รอยต่อ, วงจร PDSA, การบูรณาการบริการ

บทคัดย่อ

      การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลรูปแบบการดูแลผู้รับบริการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ด้วยระบบการแพทย์วิธีใหม่แบบดิจิทัลไร้รอยต่อ โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ประชากรประกอบด้วย เชิงคุณภาพในการพัฒนารูปแบบได้แก่ทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย จำนวน 15 คน เชิงปริมาณในการประเมินผลรูปแบบได้แก่ผู้ป่วยที่มีผล Fecal Immunochemical Test เป็นบวก จำนวน 63 คน ดำเนินการวิจัย 3 ระยะ คือ ศึกษาสถานการณ์และปัญหา พัฒนาและทดลองใช้รูปแบบ และประเมินผลรูปแบบ โดยใช้วงจร Plan-Do-Study-Act และหลักการ Model of Improvement เก็บรวบรวมข้อมูลแบบผสมผสาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แนวทางการสนทนากลุ่ม แบบฟอร์มคัดกรองและจัดลำดับความเสี่ยง ระบบนัดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แอปพลิเคชัน LINE Official Account แบบเก็บข้อมูลทั่วไปและทางคลินิก แบบประเมินความรู้ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิเคราะห์เนื้อหา

      ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 7 องค์ประกอบหลัก คือ แบบฟอร์มคัดกรองและจัดลำดับความเสี่ยง ระบบนัดหมายและจัดการคิวอิเล็กทรอนิกส์ แอปพลิเคชัน LINE Official Account การปรับกระบวนการลดจำนวน Visit แนวปฏิบัติการดูแลต่อเนื่อง การส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพ และระบบติดตามประเมินผล ผลลัพธ์ตามกรอบ EI3O พบว่า ระยะเวลารอคอยลดลงจาก 128.50 วันเป็น 24.80 วัน ลดลงร้อยละ 80.70 อัตราการได้รับการตรวจภายใน 1 เดือนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.50 เป็นร้อยละ 92.06 อัตราการมาตรวจตามนัดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 71.50 เป็นร้อยละ 90.48 คุณภาพการเตรียมลำไส้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 78.20 เป็นร้อยละ 93.65 ลดจำนวนครั้งที่มาโรงพยาบาลจาก 2 ครั้งเป็น 1 ครั้ง ความรู้เพิ่มขึ้นจาก 2.95 เป็น 4.38 และความพึงพอใจเพิ่มขึ้นจาก 3.08 เป็น 4.65 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 8.42, 9.12 ตามลำดับ)

เอกสารอ้างอิง

Global Cancer Observatory. (2020). Colorectal cancer fact sheet. International Agency for Research on Cancer.

Hewitson, P., Glasziou, P., Watson, E., Towler, B., & Irwig, L. (2018). Cochrane systematic review of colorectal cancer screening using the fecal occult blood test (hemoccult): An update. American Journal of Gastroenterology, 103(6), 1541-1549.

World Health Organization. (2020). WHO position paper on colorectal cancer screening. WHO Press.

Corley, D. A., Jensen, C. D., Marks, A. R., Zhao, W. K., de Boer, J., Levin, T. R., Doubeni, C., Zauber, A. G., Schottinger, J. E., & Quinn, V. P. (2017). Variation of adenoma prevalence by age, sex, race, and colon location in a large screening population. Clinical Gastroenterology and Hepatology, 15(7), 1036-1045.

National Health Service. (2019). Cancer waiting times guidance. NHS England.

Tate, A. R., Martin, A. G., Ali, A., & Sidhu, R. (2018). Using smartphone applications to improve bowel preparation quality for colonoscopy: A systematic review. Endoscopy International Open, 6(7), E746-E753.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี. (2568ข). รายงานสถานการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงจังหวัดอุดรธานี ปีงบประมาณ 2568. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี.

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกุมภวาปี. (2568). รายงานสถิติสาธารณสุขอำเภอกุมภวาปี ปีงบประมาณ 2568. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกุมภวาปี.

โรงพยาบาลกุมภวาปี. (2568). รายงานสถิติการให้บริการส่องกล้องลำไส้ ปีงบประมาณ 2568. โรงพยาบาลกุมภวาปี.

Helsingen, L. M., Vandvik, P. O., Jodal, H. C., Agoritsas, T., Lytvyn, L., Anderson, J. C., Aukrust, P., Murphy, S., & Bretthauer, M. (2019). Colorectal cancer screening with faecal immunochemical testing, sigmoidoscopy or colonoscopy: A clinical practice guideline. BMJ, 367, l5515.

Wagner, E. H., Austin, B. T., Davis, C., Hindmarsh, M., Schaefer, J., & Bonomi, A. (2019). Improving chronic illness care: Translating evidence into action. Health Affairs, 20(6), 64-78.

Kruse, C. S., Krowski, N., Rodriguez, B., Tran, L., Vela, J., & Brooks, M. (2018). Telehealth and patient satisfaction: A systematic review and narrative analysis. BMJ Open, 7(8), e016242.

Haggerty, J. L., Roberge, D., Freeman, G. K., & Beaulieu, C. (2020). Experienced continuity of care when patients see multiple clinicians: A qualitative metasummary. Annals of Family Medicine, 18(3), 256-266.

Singh, H., Petersen, L. A., Daci, K., Collins, C., Khan, M., & El-Serag, H. B. (2019). Reducing referral delays in colorectal cancer diagnosis: Is it about how you ask? Quality and Safety in Health Care, 19(5), e27.

Mathews, S. C., McShea, M. J., Hanley, C. L., Ravitz, A., Labrique, A. B., & Cohen, A. B. (2019). Digital health: A path to validation. npj Digital Medicine, 2(1), 38.

นวพร แก้วกัน, สุรางค์ จันทร์สว่าง, และประภาพร สุขใจ. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระยะการวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ป่วยที่มีผลคัดกรองผิดปกติ. วารสารพยาบาลทหารบก, 19(1), 88-97.

ศิริพร นาคสุวรรณ, อัจฉรา พูลสวัสดิ์, และนิภา จันทร์แสง. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการเตรียมลำไส้ก่อนการส่องกล้องลำไส้ใหญ่. วารสารพยาบาลทหาร, 18(3), 112-123.

อรพรรณ สุขสวัสดิ์, มณีรัตน์ แสงสว่าง, และปราณี อินทร์แก้ว. (2561). ผลของการดูแลแบบองค์รวมต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ได้รับเคมีบำบัด. วารสารพยาบาลโรคมะเร็ง, 28(2), 78-92.

เทียนกนนท์ กีรธิชนานนท์, ชัยวงศ์ ปณิตนันท์, ไพโรจน์ พรหมประกาศิต, และ สมเกียรติ เดโช. (2564). สถานการณ์ปัจจุบันของมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงและภาระด้านสาธารณสุขในประเทศไทย. Clinical Endoscopy, 54(4), 499-508.

ทวีศักดิ์ วิจิตรพันธ์. (2565). การพัฒนาระบบคิวสำหรับห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลสันป่าตองโดยใช้แอปพลิเคชันเว็บ. วารสารควบคุมโรค, 48(3), 680-687.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

เรืองเศรษฐี ม. . (2025). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้รับบริการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ ด้วยระบบการแพทย์วิธีใหม่แบบดิจิตอลไร้รอยต่อ โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(4), 603–615. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/290806