การพัฒนาโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจในการจัดการตนเองต่อความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อเข้าสู่เบาหวานระยะสงบของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการเตรียมจำหน่ายก่อนกลับบ้าน
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างพลังอำนาจ, การจัดการตนเอง, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจในการจัดการตนเองสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการเตรียมจำหน่ายก่อนกลับบ้าน (2) ศึกษาผลของโปรแกรมต่อความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และ (3) ศึกษาผลของโปรแกรมต่อการเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบของผู้ป่วยหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล การวิจัยเป็นแบบ วิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกับ การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) โดยใช้ แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง (One-group pretest–posttest design) กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสิงหนคร จังหวัดสงขลา จำนวน 34 ราย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) ตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย (1) โปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจในการจัดการตนเอง ครอบคลุม 4 ระยะ ได้แก่ ระยะแรกรับ ระยะพักรักษา ระยะเตรียมจำหน่าย และระยะติดตามผล 3 เดือน (2) แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลและตัวชี้วัดทางคลินิก (3) แบบสอบถามพฤติกรรมการจัดการตนเอง และ (4) แบบประเมินการเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบสมมติฐานด้วย Dependent t-test
ผลการวิจัยพบว่า หลังได้รับโปรแกรม คะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -17.43, p < .001) จากเฉลี่ย 34.88±9.85 คะแนน เป็น 62.24±3.54 คะแนน เพิ่มขึ้นร้อยละ 78.4 โดยเฉพาะด้านการตรวจระดับน้ำตาลด้วยตนเองเพิ่มขึ้นมากที่สุด (ร้อยละ 226.8) นอกจากนี้ ค่าตัวชี้วัดทางคลินิก ได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (FBS) ลดลงจาก 222.79±67.35 มก./ดล. เป็น 179.79±45.62 มก./ดล. (ลดลงร้อยละ 19.3, p < .001) และค่า HbA1c ลดลงจาก 10.72±2.18 เป็น 10.24±1.89 (ลดลงร้อยละ 4.5, p = .039) ค่า BMI และความดันโลหิตทั้งสองค่า ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผู้ป่วยรายใดเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบภายในระยะเวลา 3 เดือน เนื่องจากยังคงต้องใช้ยาลดน้ำตาลและมีระดับ HbA1c สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
เอกสารอ้างอิง
พวงเงิน พานทอง.(2567). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2567;42(1):112–25.
American Diabetes Association.(2010). Standards of medical care in diabetes—2010. Diabetes Care. 2010;33(Suppl 1):S11–61. doi:10.2337/dc10-S011
ฐานข้อมูลกลางสาธารณสุข (HDC) จังหวัดสงขลา.(2567). รายงานสถานการณ์โรคเบาหวานจังหวัดสงขลา ปี 2567. สงขลา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา.
กวินทร์ พิมจันนา.(2562). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างพลังอำนาจในการจัดการตนเองของผู้สูงอายุเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลทหารบก. 2562;20(2):45–54.
อโณทัย งามวิชัยกิจ.(2564). การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2: ความสำคัญและแนวทางปฏิบัติ. วารสารเบาหวานและต่อมไร้ท่อไทย. 2564;18(2):56–68.
ศุลีพร ช่วยชูวงศ์.(2563). การเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ: แนวคิดและการประยุกต์ใช้ในการพยาบาล. วารสารสภาการพยาบาล. 2563;35(3):78–92.
Cohen J.(1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates.
Funnell MM, Anderson RM.(2004). Empowerment and self-management of diabetes. Clin Diabetes. 2004;22(3):123–7. doi:10.2337/diaclin.22.3.123
McKeehan KM, Coulton CJ. A systems approach to program development for continuity of care in hospital. In: Continuity: Advanced concepts of discharge planning. St. Louis: Mosby; 1985.
Orem DE. Nursing: Concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.
รัตนา นิลเลื่อม, ดวงกมล วัตราดุลย์, พรทิพย์ สินประเสริฐ, กรองแก้ว ทรัพย์ประเสริฐ, ธิดารัตน์ ขาวเงินยวง, อรทัย บุญชูวงศ์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายต่อความรู้ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลราชบุรี จังหวัดราชบุรี. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2564;32(2):202-15.
MacKay D, Chan C, Dasgupta K, Dominy C, Gagner M, Jin S, et al. Remission of Type 2 Diabetes. Can J Diabetes. 2022;46(8).

