การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกที่มีโรคร่วมทางอายุรกรรม โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
คำสำคัญ:
การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก, โรคร่วมทางอายุรกรรม, การพัฒนารูปแบบ, การดูแลตนเองบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ร่วมกับกระบวนการ 3P (Purpose-Process-Performance) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหาการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกที่มีโรคร่วมทางอายุรกรรม พัฒนารูปแบบการพยาบาล และศึกษาผลการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกที่มีโรคร่วมทางอายุรกรรม โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ประชากรประกอบด้วย เชิงคุณภาพ ได้แก่ ทีมสหสาขาวิชาชีพ จำนวน 30 คน เชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกที่มีโรคร่วมทางอายุรกรรม อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 45 คน ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ คือ การวางแผนและเตรียมการ การพัฒนารูปแบบ การนำรูปแบบไปใช้ และการประเมินผล เก็บรวบรวมข้อมูลแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แนวทางการสนทนากลุ่ม แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกที่มีโรคร่วมทางอายุรกรรม แบบเก็บข้อมูลทั่วไป แบบเก็บข้อมูลทางคลินิก แบบประเมินความรู้ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ t-test ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการพยาบาลประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก คือ การคัดกรองและประเมินความพร้อมอย่างครอบคลุม การใช้กระบวนการพยาบาล การเสริมสร้างความรู้และทักษาการดูแลตนเองตามทฤษฎีของโอเร็ม การเสริมสร้างพลังอำนาจตามแนวคิดของ Gibson การติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง และการบูรณาการทีมสหสาขาวิชาชีพ ผลลัพธ์แสดงถึง EI3O พบว่า สมรรถนะพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 3.35 เป็น 4.72 อัตราการใส่เลนส์ผิดขนาดลดเป็นศูนย์ อัตราการเลื่อนผ่าตัดลดลงจากร้อยละ 1.89 เป็นร้อยละ 0.50 ระยะเวลารอคอยลดจาก 2.30 ชั่วโมงเป็น 25 นาที ความรู้เพิ่มขึ้นจาก 2.98 เป็น 4.36 พฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นจาก 3.08 เป็น 4.28 และความพึงพอใจเพิ่มขึ้นจาก 3.68 เป็น 4.74 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
Steinmetz, J. D., Bourne, R. R., Briant, P. S., Flaxman, S. R., Taylor, H. R., Jonas, J. B., ... & Vos, T. (2021). Causes of blindness and vision impairment in 2020 and trends over 30 years: Evaluating the prevalence of avoidable blindness in relation to VISION 2020. The Lancet Global Health, 9(2), e144-e160.
World Health Organization. (2019). World report on vision. Geneva: World Health Organization.
Liu, Y. C., Wilkins, M., Kim, T., Malyugin, B., & Mehta, J. S. (2017). Cataracts. The Lancet, 390(10094), 600-612.
Keay, L., Lindsley, K., Tielsch, J., Katz, J., & Schein, O. (2019). Routine preoperative medical testing for cataract surgery. Cochrane Database of Systematic Reviews, 1(1), CD007293.
Chen, X., Fu, Z., Yu, J., Ding, X., & Zhang, J. (2020). Prevalence of diabetic retinopathy in low and middle-income countries: A systematic review and meta-analysis. BMJ Open Ophthalmology, 5(1), e000418.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานสถิติประชากรสูงอายุของประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). รายงานสถานการณ์โรคตาและการผ่าตัดต้อกระจกในประเทศไทย ปี 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2567). สถิติการผ่าตัดต้อกระจกในประเทศไทย ปีงบประมาณ 2563-2566. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.
สมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติการผ่าตัดต้อกระจกในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย.
จิราภรณ์ บุญญานุรักษ์, ศิริพร ทองคำ, และสุภาพร วงศ์ใหญ่. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดต้อกระจกในผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวาน. วารสารพยาบาลทหารบก, 23(2), 45-56.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี. (2567). รายงานสถานการณ์สุขภาพจังหวัดอุดรธานี ปีงบประมาณ 2567. อุดรธานี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี.
สุนทรี ศรีสุข, จิดาภา ตั้งปัญญาวงศ์ และมณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์. (2565). การพัฒนาระบบการจัดการผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน, 41(2), 45-58.
Henderson, B. A., Liu, Y. C., & Chen, X. (2021). Preoperative care for cataract surgery: The Society for Ambulatory Anesthesia position statement. Anesthesia and Analgesia, 133(6), 1431-1443.
ปรัศนีย์ พันธุ์กสิกร และศิริลักษณ์ กิจศรีไพศาล. (2563). ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก. วารสภาการพยาบาล, 35(4), 84-98.
ละมิตร์ ปึกขาว, เพ็ญจันทร์ แสนประสาน และกาญจนา หัตถรังสี. (2563). การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกแบบมีส่วนร่วมอย่างเอื้ออาทรตามทฤษฎี Swanson โรงพยาบาลปทุมธานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(5), 864-875.
Machado, T. M. D., Santana, R. F., Vaqueiro, R. D., Santos, C. T. B., & Souza, P. A. (2020). Telephone follow-up of the elderly after cataract surgery. Sage Open Nursing, 6, 1-9.
พิมพ์ชนก วงศ์ประเสริฐ, สายฝน ตันติวิทยาพิทักษ์ และนิตยา แก้วมุกดา. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมการวางแผนจำหน่ายต่อความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลพระอาจารย์แบน ธนากโร จังหวัดสกลนคร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(3), 156-168.
อังคนา อัศวบุญญาเดช, ดุจดาว ศุภจิตกุลชัย และวริศนันท์ ปุรณะวิทย์. (2565). ผลการสอนสุขศึกษาโดยใช้สื่อวีดีทัศน์เรื่องการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดต้อกระจกให้กับผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก. บูรพาเวชสาร, 9(1), 13-27.
Zuo, K., Sun, Z., & Wen, K. (2024). Study on the impact and clinical effect of high-quality nursing intervention on the quality of life of elderly cataract patients. Pakistan Journal of Medical Sciences, 40(3), 499-504.
Wang, J. C., Zhang, Q., Yu, M. R., Yang, Y. X., & Jiang, H. M. (2024). Effect of sequential nursing care combined with communication intervention on visual recovery and pain after cataract ultrasound emulsification. World Journal of Clinical Cases, 12(27), 6087-6093.

