ผลของโปรแกรมการฝึกอบรมการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานต่อความรู้และพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อของพยาบาลวิชาชีพและเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพังโคน
คำสำคัญ:
โปรแกรมการฝึกอบรม, แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน, การป้องกันการติดเชื้อบทคัดย่อ
การศึกษากึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกอบรมการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานต่อความรู้และพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อของพยาบาลวิชาชีพและเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลพังโคน กลุ่มตัวอย่างคือ พยาบาลวิชาชีพและเจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉินที่ปฏิบัติงานแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน รวมทั้งหมด 16 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด ดำเนินการศึกษาระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2568 เครื่องมือในการเก็บข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามความรู้และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน เครื่องมือในการทดลองคือ โปรแกรมการฝึกอบรมการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์เปรียบเทียบใช้สถิติทดสอบ Paired t-test
ผลการศึกษาพบว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานหลังได้รับโปรแกรมการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (=10.31, S.D.=2.18 vs
=14.06, S.D.=0.93; t=-6.799, p<0.001) หลังได้รับโปรแกรมการฝึกอบรมคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานโดยภาพรวมสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (
=4.03, S.D.=0.41 vs
=4.79, S.D.=0.18; t=-7.739, p<0.001) ด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ด้านการป้องกันอุบัติเหตุจากเข็มหรือของมีคม (
=4.25, S.D.=0.84 vs
=4.69, S.D.=0.25; t=-3.737, p=0.002) ด้านการใช้อุปกรณ์ป้องกัน (
=3.82, S.D.=0.71 vs
=4.92, S.D.=0.15; t=-5.788, p<0.001) ด้านการล้างมือ (
=3.75, S.D.=0.49 vs
=4.79, S.D.=0.20; t=-8.644, p<0.001) ด้านการใช้เทคนิคปลอดเชื้อ (
=4.01, S.D.=0.50 vs
=4.70, S.D.=0.28; t=-4.863, p<0.001) และด้านการจัดเก็บและแยกมูลฝอย (
=4.22, S.D.=0.80 vs
=4.92, S.D.=0.12; t=-3.576, p=0.003) ส่วนด้านการดูแลสุขภาพตนเองก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการฝึกอบรมไม่พบความแตกต่างในทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
สำนักการพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. มาตรฐานการพยาบาลในโรงพยาบาล ปรับปรุงครั้งที่ 2 (พิมพ์ครั้งที่ 3). นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก;2551.
Liang SY, Riethman M, Fox J. Infection Prevention for the Emergency Department: Out of Reach or Standard of Care?. Emerg Med Clin N Am 2018,36(4),873-887.
Carter EJ, Pouch SM, Larson EL. Common infection control practices in the emergency department: a literature review. Am J Infect Control 2014,42,(9),957-962.
Liang SY, Theodoro DL, Schuur JD, Marschall J. Infection prevention in the emergency department. Ann Emerg Med 2014,64(3),299-313.
กมลวิช เลาประสพวัฒนา. โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล (Hospital-acquired infection). พิมพ์ครั้งที่ 1 สงขลา: ชานเมืองการพิมพ์;2552.
อนุชา อภิสารธนรักษ์. ตำราโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลและมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อฉบับพื้นฐาน(Textbook of basic nosocomial infections and infection control). กรุงเทพฯ: โครงการจัดตั้งภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์;2551.
จรัส สุวรรณมาลา. ความเสี่ยงในโรงพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล;2545.
อะเคื้อ อุณหเลขกะ. การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล (Prevention of nosocomial infections). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: เจ.ซี.ซี. การพิมพ์;2545.
สถาบันบำนาศนราดูร. แนวปฏิบัติของสถานพยาบาลในการดำเนินการป้องกันการติดเชื้อจากเข็มทิ่มตำ ของมีคม และการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง จากการปฏิบัติงานของบุคลากร [อินเตอร์เน็ต]. 2557 [สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2567]. แหล่งข้อมูล http://e-lib.ddc.moph.go.th/pdf/total/total.pdf
Hayden MK, Blom DW, Lyle EA, Moore CG, & Weinstein RA. Risk of hand or glove contamination after contact with patients colonized with Vancomycin-resistant Enterococcus or the colonized patients’ environment. Risk 2008,29(2),149-154.
Longtin Y, Schneider A, Tschopp C, Renzi G, Gayet-Ageron A, Schrenzel J, Pittet D. Contamination of Stethoscopes and Physicians’ Hands After a Physical Examination. Mayo Clinic Proceedings 2014,89(3),291-299.
Chhapola V, & Brar R. Impact of educational intervention on hand hygiene compliance and infection rate in developing country neonatal intensive care unit. International Journal of Nursing Practice 2015,21(5),486-492.
Nadler L. Corporate Human Resource Development: A Management Tool. Housto:Gulf;1980.
เตือนใจ ศีรชะฏาและณัฏฐพงษ์ ฉายแสงประทีป. การฝึกอบรมบุคลากรในธุรกิจบริการ เพื่อคุณภาพบริการที่ดีขึ้น. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชุปถัมภ์ 2561,13(1),228-235.
มงคล สุริเมืองและศรีสุดา อัศวพลังกูล. ประสิทธิผลของการอบรมเชิงปฏิบัติการต่อความรู้และสมรรถนะในการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติของพยาบาลวิชาชีพจบใหม่ โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก. วารสารการพยาบาล สุขภาพ และสาธารณสุข 2566,2(2),17-27.
วิลาสินี วิบูลย์วัฒนากุล. การวิจัยประเมินผลการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขด้านบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ยุคใหม่สำหรับวัยรุ่นและสตรี เขตสุขภาพที่ 7 ในรูปแบบของเคิร์กแพทริค (Kirkpatrick Model). วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2564,13(2),55-71.
สถาบันบำราศนราดูร. แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล. นนทบุรี: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์;2563.
Bloom, B.S. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill;1971.
Best JW. Research in Education. 3rd ed. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall, Inc.;1977.
รัตติยา แสดคง. ประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกอบรมการคัดกรองผู้ป่วยตามความเร่งด่วนสำหรับพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน 2567,9(3),88-97.
สุขุมาล หอมวิเศษวงศา, ชนิกา วรสิษฐ, อรวี ช่างเรือง, ดลวิวัฒน์ แสนโสม, มะลิวรรณ ศิลารัตน์, วาสนา รวยสูงเนิน และคณะ. ผลของโปรแกรมการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานต่อความรู้ ทัศนคติ ทักษะการปฏิบัติ และความพึงพอใจของทหาร ณ กรมทหารราบแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2568,48(3),44-54.
ศศิประภา ตันสุวัตน์. ผลของการใช้รูปแบบการส่งเสริมการปฏิบัติการป้องกันการติดเชื้อดื้อยาโดยความร่วมมือของพยาบาลวิชาชีพในแผนกหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลลำพูน. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา 2567,14,30-44.

