การเปรียบเทียบผลการพอกเข่ากับการนวดกดจุดประคบเข่าในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม

ผู้แต่ง

  • วิภาวีร์ ฤทธิ์แก้ว แพทย์แผนไทยชำนาญการ กลุ่มงานแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ภารกิจงานด้านเศรษฐกิจสุขภาพและเครือข่ายสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ

คำสำคัญ:

โรคข้อเข่าเสื่อม, การพอกสมุนไพรเข่า, และการนวดกดจุด

บทคัดย่อ

      การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินผลของยาพอกสมุนไพรในการลดอาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม 2) เพื่อประเมินผลของการนวดกดจุด การประคบสมุนไพรในการลดอาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม และ 3) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้ยาพอกสมุนไพรกับการนวดกดจุดประคบสมุนไพรต่ออาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) แบบก่อนและหลังการทดลอง (The Pretest-Posttest with two groups design) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 266 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยกลุ่มทดลองได้รับการพอกสมุนไพรเข่า จำนวน 133 คน ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลด้วยการนวดประคบเข่า จำนวน 133 คน ใช้แบบประเมิน WOMAC (Western Ontario and McMaster Universities steoarthritis Index) เป็นเครื่องมือประเมินผลก่อนและหลังการทดลอง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา, สถิติ Paired t-test, Independent t-test

      ผลการศึกษา: การพอกสมุนไพรเข่า มีประสิทธิผลทำให้ความปวด อาการข้อฝืด ข้อยึด และความสามารถในการใช้งานของข้อลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<.001 การนวดประคบสมุนไพร มีประสิทธิผลทำให้ความปวด อาการข้อฝืด ข้อยึด และความสามารถในการใช้งานของข้อลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p<.001 โดยเมื่อเปรียบเทียบการพอกสมุนไพรเข่า และการนวดประคบสมุนไพร พบว่าทั้ง 2 วิธี มีประสิทธิผลทำให้ความปวด อาการข้อฝืด ข้อยึด และความสามารถในการใช้งานของข้อลดลง มีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

เอกสารอ้างอิง

ดลยา ถมโพธิ์, ลัดมะณี ศรีชา, สุนิษา ชูแสง. (2564). การศึกษาประสิทธิของการนวดกดจุด ประคบ และพอกสมุนไพรเพื่อบำบัดอาการปวดในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีโรคข้อเข่าเสื่อมของโรงพยาบาลบัวใหญ่. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 36(2), 391-401. สืบค้นจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MJSSBH/ article/view/252859/172022

รศ.นายแพทย์ธีระ กลลดาเรืองไกร,นิตยสารจีเจ อี-แมกซีน.2568). ผู้สูงอายุ.รายปักษ์ ปีที่ 9 ฉบับที่ 31 เดือนเมษายน 2568

ธนวัฒน์ งามศรี, (2567). การศึกษาการลดอาการปวดเข่าในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมโดยใช้สมุนไพรพอกเข่า

สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. (2560) คู่มือการดูแลผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน(หน้า 26-27)

Auw Yang. (2007). Validation of the short-form WOMAC function scale for the evalution of osteoarthritis of the knee. J Bone Joint Surg Br.29(1) : 50-6.

พรรธน์ชญมน เกตุรุ่ง, (2568). การศึกษาผลของยาพอกสมุนไพรลดอาการปวดเข่าในผู้งสูงอายุ หมู่บ้านคลองนุ้ย ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เจริญ วันวาน, (2568). การศึกษาประสิทธิผลการรักษาภาวะข้อเข่าเสื่อมด้วยการนวดไทยแบบราชสำนักร่วมกับการประคบสมุนไพร โรงพยาบาลหนองบัวระเหว

Chanthong et al., 2020;Tantisiriwat et al., 2019

ปิยาภรณ์ พงษ์เกิดลาภ, (2565). ประสิทธิผลการรักษาอาการปวดข้อเข่า โดยใช้การนวดรักษาแบบราชสำนักร่วมกับการประคบ และพอกเข่าด้วยสมุนไพร ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่าหรือข้อเข่าเสื่อม อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี

อังสนาภรณ์ พาณิชอนุเคราะห์กุล, (2565). ประสิทธิผลโปรแกรมการดูแลผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยโดยผู้ดูแลในครอบครัว ตำบลยางสีสุราช อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

ฤทธิ์แก้ว ว. . . (2025). การเปรียบเทียบผลการพอกเข่ากับการนวดกดจุดประคบเข่าในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(4), 1222–1230. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/291236