การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกสำหรับการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรก ในห้องคลอด โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์
คำสำคัญ:
ตกเลือดหลังคลอด, แนวทางปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิก, ห้องคลอดบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลลัพธ์ของการปฏิบัติตามพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกสำหรับการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรกในห้องคลอด โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์ ดำเนินการระหว่างเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 – มีนาคม พ.ศ. 2568ดำเนินการเป็น 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย กลุ่มผู้คลอดที่มารับการคลอดที่ห้องคลอด โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์ จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบบันทึกเวชระเบียนผู้คลอดตกเลือดหลังคลอดตามแบบฟอร์ม Trigger Tool ของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล แนวทางปฏิบัติการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรก และแบบประเมินการใช้แนวทางปฏิบัติการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรก แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้คลอด วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย และร้อยละ
ผลการศึกษา พบว่าแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกฯ ประกอบด้วย การพิทักษ์สิทธิของผู้คลอดและการปฏิบัติตามหลักจริยธรรม การประเมินสภาพของผู้คลอดก่อนได้รับการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรก การจัดการเพื่อป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรกในผู้คลอด การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรกในผู้คลอด การดูแลต่อเนื่องเพื่อการป้องกันการตกเลือดหลังคลอดระยะแรกในผู้คลอด การพัฒนาคุณภาพบริการ ประเมินความเสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอดโดยใช้ 4Ts ผลลัพธ์การปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกฯ พบว่า ความเป็นไปได้ในการนำแนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกไปใช้โดยภาพรวม ร้อยละ 66.66 ผู้ทดลองใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกสามารถปฏิบัติได้ คิดเป็นร้อยละ 90.32 ผู้คลอดมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ = 5.00, S.D. = 4.03)
เอกสารอ้างอิง
World Health Organizatioin. (2006). MPS Technical Update Prevention of Postpartum Haemorrhage by Active Management of Third Stagr of Labour. Retrieved september 30, 2023, from http://www.who.int/makingpregnancysafer.
Wanitchapongpun P, Ratsameecharoen K, Lertbannaphong T, editors. Modern textbook of obstetrics. Bangkok: Department of obstetricsand gynecology, Faculty of medicine, Siriraj hospital; 2017. (in Thai)
Ratanapitak W. Nursing care in postpartum hemorrhage. Journalof Nursing,Siam University 2018; 19(36): 101-12. (in Thai)
สุสัณหา ยิ้มแย้ม. (2560). การพยาบาลสตรีที่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะหลังคลอด. ใน นันทพร แสนศิริพันธ์และ ฉวี เบาทรวง, บรรณาธิการ.การพยาบาลและการผดุงครรภ์:สตรีที่มีภาวะแทรกซ้อน. (หน้า 321-332). เชียงใหม่:สมาร์ทโคตรติ้ง แอนด์ เซอร์วิส.
กลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์. (2565), รายงานสถิติผู้คลอดประจำปี. ระยอง:โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์.
จิตร สิทธอมร, อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, สงวนสิน รัตนเลิศ, และ เกียรติศักดิ์ ราชบรีรักษ์. (2543).Clinical practice guideline: การจัดทำและการนำไปใช้. กรุงเทพฯ: ดีไซร์.
กรรณิการ์ ทุ่นศิริ. (2556). ผลการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการตกเลือดหลังคลอดในเครือข่ายงานอนามัยแม่และเด็กจังหวัดศรีสะเกษ, วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 31(4): 115-120
นฐนนท์ ศิริมาศ, ปิยรัตน์ โสมศรีแพง, สุพางค์พรรณ พาดกลาง และจีรพร จักษุจินดา. (2557). การพัฒนาระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ในการป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอดในโรงพยาบาลสกลนคร วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 32(2): 37-46.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (2556). คู่มือเวชปฏิบัติการคลอดมาตรฐาน. พรปวีณ์ อธิธัญชัยพงศ์ (กรมการแพทย์บรรณาธิการ), พิมพ์ครั้งที่ 2. ม.ป.พ.

