ประสิทธิผลของการใช้แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง โรงพยาบาลในเครือข่ายจังหวัดอุดรธานี

ผู้แต่ง

  • อำพร หินแสงใส โรงพยาบาลอุดรธานี
  • รัตนา สังฆสอน โรงพยาบาลอุดรธานี

คำสำคัญ:

แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วย, ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง, ครือข่ายโรงพยาบาล, จังหวัดอุดรธานี

บทคัดย่อ

      การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง โรงพยาบาลในเครือข่ายจังหวัดอุดรธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง ที่ได้รับการส่งต่อด้วยรถพยาบาลและมีพยาบาลนำส่ง จำนวน 60 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ 1) แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง 2) แบบสอบถามสำหรับพยาบาลวิชาชีพ ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยฯ แบบสอบถามการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลและส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง ที่ได้รับการส่งต่อมาที่โรงพยาบาลอุดรธานีที่ควรรายงานเมื่อมีการส่งต่อ และแบบสอบถามความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพต่อการใช้แนวทางการดูแลและส่งต่อฯ แบบสอบถามสำหรับผู้ป่วยหรือญาติ ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วยหรือญาติ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วยหรือญาติ ผลลัพธ์คุณภาพการดูแลของการใช้แนวทางการดูแลและส่งต่อฯ วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา

      ผลการวิจัยพบว่า ข้อมูลทั่วไปของพยาบาลวิชาชีพ พบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุอยู่ในช่วง    30-39 ปี มากที่สุด ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 6-10 ปี หลังพัฒนาแนวทางฯ ระดับคะแนนการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง โรงพยาบาลเครือข่ายจังหวัดอุดรธานี ระดับคะแนนการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง อยู่ในระดับสูงมากที่สุด (12-15 คะแนน) คิดเป็น ร้อยละ100 (equation=14.6, S.D.= 0.6) ระดับคะแนนการปฏิบัติตามแนวทางฯ อยู่ในระดับสูงมากที่สุด (48-60 คะแนน) คิดเป็น ร้อยละ 100 (equation= 58.9, S.D.= 1.4) ความพึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพหลังใช้แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วย ฯ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation= 4.64, S.D.= 0.51) ผลลัพธ์ของการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจ ตายเฉียบพลันชนิดเอสที ยกสูง หลังการใช้แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วย ฯ มีคุณภาพดีขึ้นในภาพรวม เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการใช้แนวทาง อย่างไรก็ตามจำนวนวันนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยก่อนและหลังการใช้ แนวทางไม่แตกต่างกัน โดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 3 วัน

เอกสารอ้างอิง

Ibanez B, James S, Agewall S, Antunes MJ, Bucciarelli-Ducci C, Bueno H, et al. 2017 ESC Guidelines for the management of acute myocardial infarction in patients presenting with ST-segment elevation. Eur Heart J. 2018;39(2):119–177. doi:10.1093/eurheartj/ehx393

World Health Organization. Cardiovascular diseases (CVDs) [Internet]. 2022 [cited 2025 Aug 21]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)

Ahmed T, Shkullaku M. A rare ST-elevation myocardial infarction mimic or a true event? Cureus. 2020; 12(4): e7569. doi:10.7759/cureus.7569

Khan MTI, Hassan M, Bhowmick K, Naznen F, Alam MA. Percutaneous coronary intervention in ST-elevation myocardial infarction: Clinical profile and outcomes. ARC J Cardiol. 2024; 9(1): 16–22. doi:10.20431/2455-5991.0901004

ศูนย์รับส่งต่อ โรงพยาบาลอุดรธานี. ข้อมูลระบบการดูแลผู้ป่วย STEMI เขตสุขภาพที่ 8. อุดรธานี: โรงพยาบาลอุดรธานี; 2565.

ศูนย์ส่งต่อ โรงพยาบาลอุดรธานี. สถิติการส่งต่อผู้ป่วยโรค STEMI โรงพยาบาลอุดรธานี ปี 2565–2567. อุดรธานี: โรงพยาบาลอุดรธานี; 2567.

Hou AC, Hou J, Zhou WN, Wei YJ, Ou ZH, Liu CF. Association of serum gamma-glutamyltransferase with in-hospital heart failure in patients with ST-segment elevation myocardial infarction. 2025. [Epub ahead of print].

Gaur U, Gadkari C, Pundkar A. Navigating the risk landscape in ST-elevation myocardial infarction patients post percutaneous coronary intervention: A narrative review. J Clin Diagn Res. 2025; 19(1): OE01–OE06. doi:10.7860/JCDR/2025/76111.20528

บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น; 2554.

อรุณ จิรวัฒน์กุล. ชีวสถิติสำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 3. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2551.

Bloom BS, Hastings JT, Madaus GF. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1986.

Best JW. Research in education. 3rd ed. New Jersey: Prentice Hall; 1977.

บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น; 2545.

World Health Organization. WHO handbook for guideline development. 2nd ed. Geneva: World Health Organization; 2016. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789241549950

ทิพวัลย์ ไชยวงศ์, นิตยา ขอนพิกุล, สัณหวัช ไชยวงศ์. ประสิทธิผลของแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลดอกคำใต้. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย. 2564; 81(1): 57–74.

จรรฎา ยาฟ้า. การจัดการทางการพยาบาลสำหรับผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด STEMI ที่แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย.2565; 2(2): 169–175. doi:10.14456/jemst.2022.16

อมรรัตน์ ปานะโปย, บุหลัน เปลี่ยนไธสง. การพัฒนาเครือข่ายการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน STEMI โรงพยาบาลบุรีรัมย์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2561; 33(2): 154–163.

นิยดา อกนิษฐ์, สุชาตา วิภวกานต์, สุภาณี สิทธิสาร. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI โรงพยาบาลกระบี่. วารสารกองการพยาบาล. 2558; 40(3): 70–84.

World Health Organization. Consolidated guidelines on HIV, viral hepatitis and STI prevention, diagnosis, treatment and care. Geneva: World Health Organization; 2022.

Kruk ME, Gage AD, Arsenault C, Jordan K, Leslie HH, Roder-DeWan S, et al. High-quality health systems in the Sustainable Development Goals era: Time for a revolution. Lancet Glob Health. 2018;6(11):e1196–e1252. doi:10.1016/S2214-109X(18)30386-3

สถาบันโรคทรวงอก. รายงานผลการพัฒนาระบบการดูแลและการส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง (STEMI) ในโรงพยาบาลชุมชน. นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2562.

World Health Organization. Telemedicine: Opportunities and developments in Member States. Geneva: World Health Organization; 2022.

Johnson M, Sanchez P, Zheng C. Interprofessional communication and patient safety in emergency care: A systematic review. J Nurs Manag. 2020; 28(4): 786–798. doi:10.1111/jonm.12996

โสน เรืองมันคง, ทองเปลว ชมจันทร์, สัญญา โพธิ์งาม. การพัฒนาระบบบริการช่องทางด่วนผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (STEMI) ในโรงพยาบาลสิงห์บุรีและโรงพยาบาลชุมชนในเครือข่าย. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2562; 12(3): 240–250.

ศศิธร กระจายกลาง. ศึกษาประสิทธิผลของการพัฒนารูปแบบบริการทางด่วนในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2563; 35(3): 619–633.

ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. อุบัติการณ์ผู้ป่วย STEMI และการเข้าถึง primary PCI ประจำปี [รายงานข้อมูล]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2566 [cited 2025 Apr 22]. Available from: https://heart.kku.ac.th/

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

หินแสงใส อ. ., & สังฆสอน ร. . (2025). ประสิทธิผลของการใช้แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง โรงพยาบาลในเครือข่ายจังหวัดอุดรธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(4), 1011–1027. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/291306