ประสิทธิผลของของการใช้แนวปฏิบัติในการดูแลหญิงที่มีภาวะโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลวาปีปทุม

ผู้แต่ง

  • วัศพล ทองสมบูรณ์ พ.บ กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ประเทศไทย

คำสำคัญ:

รูปแบบการติดตามระดับน้ำตาลด้วยตนเอง, ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, ภาวะแทรกซ้อนทารก

บทคัดย่อ

     งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์โดยเปรียบเทียบแนวปฏิบัติรูปแบบเดิมกับแนวปฏิบัติรูปแบบใหม่ และศึกษาความสัมพันธ์ของแนวปฏิบัติดังกล่าวกับภาวะแทรกซ้อนของมารดาและทารก การศึกษานี้เป็นการศึกษาย้อนหลังจากเหตุไปหาผล (retrospective cohort study) โดยใช้ข้อมูลจากเวชระเบียนหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการวินิจฉัยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด จากระบบ HosXP ของโรงพยาบาลวาปีปทุม ระหว่างปี พ.ศ. 2563–2567 กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็นกลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติรูปแบบเดิม 38 ราย และแนวปฏิบัติรูปแบบใหม่ 42 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม Stata version 17.0 กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

     ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติรูปแบบใหม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ากลุ่มรูปแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 83.3 และ 52.6 ตามลำดับ, p = 0.003) และลดภาวะแทรกซ้อนของทารกอย่างมีนัยสำคัญ (RR = 0.72, 95%CI: 0.55–0.94, p = 0.016)

เอกสารอ้างอิง

Melchior H, Kurch-Bek D, Mund M.(2017). The prevalence of gestational diabetes. Dtsch Arztebl Int. 2017;114(24):412–8.

Ayele AD, Azeze GG, Alemu BK, Wang Y, Wang CC.(2022). Evaluating the performance of maternal risk factors in predicting gestational diabetes mellitus: a systematic review and meta-analysis. BMJ Evid Based Med. 2025 Dec 23. doi: 10.1136/bmjebm-2025-114065.

Committee on Practice Bulletins—Obstetrics. ACOG Practice Bulletin No. 190: Gestational Diabetes Mellitus. Obstet Gynecol. 2018;131(2):e49–64.

International Diabetes Federation.(2025). IDF Diabetes Atlas. 11th ed. Brussels: IDF; 2025. Available from: https://diabetesatlas.org

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ.(2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์.

Muche AA, Olayemi OO, Gete YK.(2020). Effects of gestational diabetes mellitus on risk of adverse maternal outcomes: A prospective cohort study in Northwest Ethiopia. BMC Pregnancy Childbirth. 2020;20(1):73.

Werner EF, Romano ME, Rouse DJ, Sandoval G, Gyamfi-Bannerman G, Blackwell S, et al.(2019). Association of gestational diabetes mellitus with neonatal respiratory morbidity. Obstetrics & Gynecology. 2019;133(2):349-53.

กรมอนามัย.(2561). แนวทางการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (Health Promoting Hospital: HPH) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2561 [เข้าถึงเมื่อ 30 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://mwi.anamai.moph.go.th/.

อารีรัตน์ วิเชียรประภา.(2564). การจัดการตนเองเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2564;32(1).

Creer LT.(2000). Self-management of chronic illness. In: Boekaerts M, Pintrich PR, Zeidner M, editors. Handbook of self-regulation. San Diego: Academic Press; 2000. p. 601-29.

Panmuang S, Sutthiprapa A, Phuakphan W.(2566). The development of self- care program for pregnant women with gestational diabetes mellitus. Journal of Health Research and Development. Journal of Health Research and Development, Nakhon Ratchasima Provincial Public Health Office. 2566;9(1):130-44.

พรรณีย์ โอษคลัง.(2567). รูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน. 2567;9(4):416-22.

บุญสืบ โสโสม, ตรีชฎา ปุ่นสำเริง, กมลรัตน์ เทอร์เนอร์, จุฬารัตน์ ห้าวหาญ, บำเพ็ญ คำดี, พรทิพา ศุภราศรี และคณะ.(2567). ความรอบรู้ทางสุขภาพ และปัจจัยทำนายการควบคุมน้ำตาลของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานร่วมกับตั้งครรภ์. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2567;16(1):168-85.

Pirdehghan A, Eslahchi M, Esna-Ashari F, Borzouei S.(2020). Health literacy and diabetes control in pregnant women. J Family Med Prim Care. 2020;9(2):1048-52.

กฤษณี สุวรรณรัตน์, ตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศรี, สุพิศ ศิริอรุณรัตน์.(2561). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการภาวะเบาหวานด้วยตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของหญิงที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2561;30(2):1–13.

Cohen J.(1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.

Wubetu AD, Amare YE, Haile AB, Degu MW.(2021). Newborn birth weight and associated factors among mother-neonate pairs in public hospitals, North Wollo, Ethiopia. Pediatr Health Med Ther. 2021;12:111-8.

ภาณุมาศ คุณยศยิ่ง, ปานจันทร์ อิ่มหนำ, รุ่งกาญจน์ วุฒิ.(2568). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพในหญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัวของหญิงตั้งครรภ์และภาวะสุขภาพทารกแรกเกิด. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2568;8(1):50-66.

Chahed S, Lassouad L, Dardouri M, Mtiraoui A, Maaroufi A, Khairi H.(2022). Impact of a tailored-care education programme on maternal and neonatal outcomes in pregnant women with gestational diabetes: A randomized controlled trial. The Pan African Medical Journal. 2022;43:128.

Thompson-Branch A, Havranek T.(2017). Neonatal hypoglycemia. Pediatrics in Review. 2017;38(4):147-157.

Akalpler O, Bagriacik E.(2023). Education programs for gestational diabetes mellitus: Systematic review. Human Nutrition & Metabolism. 2023;33:200195.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ทองสมบูรณ์ ว. (2026). ประสิทธิผลของของการใช้แนวปฏิบัติในการดูแลหญิงที่มีภาวะโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลวาปีปทุม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 72–81. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/291387