ผลของการใช้นวัตกรรม DelCare Package ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่มีภาวะสับสนเฉียบพลัน ตามหลักฐานเชิงประจักษ์ : ศึกษากรณี

ผู้แต่ง

  • เย็นจิตต์ พิพัฒน์พงษ์ พย.บ.นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • พิเชษฐ เรืองสุขสุด ปร.ด.อาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น Corresponding author
  • นงลักษณ์ เมธากาญจนศักดิ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

ภาวะสับสนเฉียบพลัน, ผู้ป่วยวิกฤต, การพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์ , หอผู้ป่วยหนัก, นวัตกรรมการดูแล

บทคัดย่อ

     บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรม DelCare Package ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่มีภาวะสับสนเฉียบพลัน เพื่อออกแบบการดูแลที่ครอบคลุม ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงของภาวะสับสนเฉียบพลัน ไปจนถึงการประเมินการฟื้นฟูการรับรู้และการรู้คิดในผู้ป่วย มีการพัฒนารูปแบบการดูแลโดยใช้แนวทาง Soukup (2000) ซึ่งประกอบด้วย 4องค์ประกอบหลักได้แก่1)การค้นหาประเด็นปัญหา เป็นการก าหนดปัญหาซึ่งได้จากหลักฐาน 2 แหล่ง คือ ตัวกระตุ้นจากการปฏิบัติ (practice triggers) และตัวกระตุ้นจากแหล่งเรียนรู้ (knowledge triggers) 2) การทบทวนและสืบค้นหลักฐานเชิงประจักษ์ เป็นการ กำหนดเกณฑ์ในการสืบค้นหลักฐานเชิงประจักษ์ตามกรอบของ PICOT 3) การนำแนวปฏิบัติไปทดลองใช้ มีการยกตัวอย่างวิเคราะห์กรณีศึกษารวมถึงการให้กิจกรรมการพยาบาลในแต่ละประเภทของการเกิดภาวะสับสนเฉียบพลันที่เกิดขึ้นในระบบการดูแลผู้ป่วยเพื่อเป็นแนวทางและประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่เกิดภาวะสับสนเฉียบพลัน และ 4) การนำแนวปฏิบัติที่ปรับปรุงไปใช้จริงในหน่วยงาน ผลลัพธ์ทางคลินิก เช่น ผู้ป่วยได้รับการประเมินและป้องกันภาวะ Delirium มากกว่าร้อยละ 80 การพัฒนานวัตกรรมการดูแลนี้ช่วยให้พยาบาลสามารถวินิจฉัยภาวะสับสนเฉียบพลันได้รวดเร็วและแม่นยำลดความเสี่ยงของผู้ป่วยและเพิ่มคุณภาพการดูแลในหอผู้ป่วย

เอกสารอ้างอิง

ประเสริฐ อัสสันตชัย.(2558). หลักพื้นฐานทางเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ.ใน: ประเสริฐ อัสสันตชัย, บรรณาธิการ. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุและการป้องกัน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: ยูเนี่ยนครีเอชั่น จำากัด; 2558. หน้า 1-14.

กรมการแพทย์, สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. แนวทางการดูแลรักษากลุ่มอาการสูงอายุ (Geriatric syndromes). พิมพ์ครั้งที่ 3. นนทบุรี: อิส ออกัส จำากัด; 2560.

Wan M, Chase JM.(2017). Delirium in older adults: diagnosis, prevention, and treatment. B C Med J. 2017;59:165-70.

ศรีสรลักษ์ สุมงคล, นัยนา พิพัฒน์วณิชชา, พรชัย จูลเมตต์.(2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสับสนเฉียบพลัน หลังผ่าตัดในผู้สูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง. เอกสารในการประชุม: การประชุมวิชาการและนำาเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 3 “นวัตกรรมที่พลิกโฉมสังคมโลก”; 25 พ.ค. 2561; มหาวิทยาลัยราชธานี. อุบลราชธานี. 2561. หน้า 364-76.

ทิพยเนตร งามกาละ, พรทิพย์ มาลาธรรม, อรพิชญา ไกรฤทธิ์.(2561). อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงของภาวะสับสน เฉียบพลันในผู้สูงอายุที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 2561;24:138-49.

กัญจนา ปุกคำา, กุสุมา คุววัฒนสัมฤทธิ์, ธารทิพย์ วิเศษธาร.(2563). การประเมินความเป็นไปได้และผลลัพธ์ ทางคลินิกของการใช้โปรแกรมการประเมินการป้องกันและการจัดการภาวะสับสนเฉียบพลันในหอผู้สูงอายุวิกฤต ศัลยกรรม. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย. 2562;6:68-86.

Oh ES, Fong TG, Hshieh TT, Inouye SK.(2017). Delirium in older persons: advance in diagnosis and treatment. JAMA. 2017;318:1161-74.

Inouye SK.(2006). Delirium in older persons. N Engl J Med. 2006;354:1157-65.

Srinonprasert V, Pakdeewongse S, Assanasen J, Eiamjinnasuwat W, Sirisuwat A, Limmathuroskul D, et al.(2011). Risk factors for developing delirium in older patients admitted to general medical wards. J Med Assoc Thai. 2011;94 Suppl 1:S99-104.

วีรศักดิ์ เมืองไพศาล, อรุโณทัย ศิริอัศวกุล.(2565). แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและการดูแลภาวะซึมสับสนเฉียบพลัน ในผู้สูงอายุที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลศิริราช = Clinical practice guidelines for prevention and management of delirium in hospitalized older patients.--กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565.

วีรศักดิ์ เมืองไพศาล.(2558). ภาวะซึมสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุและการป้องกัน. ใน:ประเสริฐ อัสสันตชัย, บรรณาธิการ. ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุและการป้องกัน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: ยูเนี่ยนครีเอชั่น จำกัด; 2558. หน้า 113-27.

Limpawattana P, Sutra S, Thavornpitak Y, Sawanyawisuth K, Chindaprasirt J, Mairieng P.(2012). Delirium in hospitalized elderly patients of Thailand; is the figure underrecognized? J Med Assoc Thai. 2012;95 Suppl 7:S224-8.

Saczynski JS, Marcantonio ER, Quach L, Fong TG, Gross A, Inouye SK, et al.(2012). Cognitive trajectories after postoperative delirium. N Engl J Med. 2012;367:30-9.

Inouye SK, Marcantonio ER, Metzger ED.(2014). Doing damage in delirium: the hazards of antipsychotic treatment in elderly persons. Lancet Psychiatry. 2014;1:312-15.

สุนันทา ครองยุทธ.(2558). การจัดการภาวะสับสนเฉียบพลันของผู้ป่วยไอ ซี ยู (Managing of Delirium in ICU Patients). วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2558;23:89-99.

Marcantonio ER.(2017). Delirium in hospitalized older adults. N Engl J Med. 2017;377:1456-66.

Ali S, Patel M, Jabeen S, Bailey RK, Patel T, Shahid M, et al.(2011). Insight into delirium. Innov Clin Neurosci. 2011;8:25-34.

Vasilevskis EE, Han JH, Hughes CG, Ely EW.(2012). Epidemiology and risk factors for delirium across hospital settings. Best Pract Res Clin Anaesthesiol. 2012;26:277-87.

Inouye SK, Westendorp RG, Saczynski JS.(2014). Delirium in elderly people. Lancet. 2014;383:911-22.

นิติกุล บุญแก้ว.(2561). การพยาบาลผู้สูงอายุภาวะซึมสับสนเฉียบพลันที่เข้ารับการดูแลแบบผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด และผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์น เอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2561;12:38-47.

กรมสุขภาพจิต, สำานักวิชาการสุขภาพจิต.(2562). ICD-11 บัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโรคและ ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องฉบับที่ 11 โรคจิตเวช: ความผิดปกติทางพฤติกรรมหรือความผิดปกติพัฒนาการระบบ ประสาทและโรคในหมวดอื่นที่เกี่ยวข้อง. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2562.

ผ่องพรรณ อรุณแสง.(2555). การพยาบาลปัญหาสำคัญของผู้สูงอายุ: การนำใช้. พิมพ์ครั้งที่ 3. ขอนแก่น:โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา; 2555.

Flacker JM, Lipsitz LA.(1999). Neural mechanisms of delirium: current hypotheses and evolving concepts. J Gerontol A Biol Sci Med Sci. 1999;54:B239–46.

Kazmierski J, Kowman M, Banach M, Fendler W, Okonski P, Banys A, et al.(2010). Incidence and predictors of delirium after cardiac surgery: Results from The IPDACS Study. J Psychosom Res. 2010;69:179–85.

Mendez FM, Gershfield DN.(2004). Delirium. In: Bradley GW, Daroff RB, FenichelGM, Jankovic J eds. Neurology in clinical practice: The neurological dis-orders, fourth edition. Philadelphia, PA: Elsevier Inc; 2004.p29-42.

Fong TG, Davis D, Growdon ME, Albuquerque A, Inouye SK.(2015). The interface between delirium and dementia in elderly adults. Lancet Neurol. 2015;14:823-32.

Schub TB.(2018). Delirium: an overview. Ipswich, Massachusetts: EBSCO Publishing; 2018.

Fong TG, Tulebaev SR, Inouye SK.(2009). Delirium in elderly adults: diagnosis, prevention and treatment. Nat Rev Neurol. 2009;5:210–20.

Soukup, S. M. (2000). The Center for Advanced Nursing Practice evidence-based practice model: Promoting the scholarship of practice. Nursing Clinics of North America, 35(2), 301–309. https://doi.org/10.1016/S0029-6465(22)02468-9

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

พิพัฒน์พงษ์ เ., เรืองสุขสุด พ., & เมธากาญจนศักดิ์ น. (2026). ผลของการใช้นวัตกรรม DelCare Package ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตที่มีภาวะสับสนเฉียบพลัน ตามหลักฐานเชิงประจักษ์ : ศึกษากรณี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 1475–1487. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/291721