การพัฒนาและการประเมินประสิทธิผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลเชิงหลักฐานในการป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยนอนติดเตียง

ผู้แต่ง

  • จิรวรรณ ชาประดิษฐ์ อาจารย์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ศรีสุดา เสริมกล้า อาจารย์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ Corresponding author: Srisuda Sermkla Email: Nangsrisudaserimkla @gmail.com.

คำสำคัญ:

แนวปฏิบัติการพยาบาลเชิงหลักฐาน, แผลกดทับ, ผู้ป่วยนอนติดเตียง, การประเมินประสิทธิผล

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ตรวจสอบคุณภาพ ประเมินความเป็นไปได้ และประเมินประสิทธิผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลเชิงหลักฐานในการป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยนอนติดเตียง การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง โดยอิงกรอบแนวคิด Iowa Model of Evidence-Based Practice และแนวปฏิบัติทางคลินิกที่เป็นเลิศ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่ง จำนวน 21 คน และพยาบาลวิชาชีพ 2 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับด้วย Braden Scale แบบประเมินภาวะโภชนาการ Mini Nutritional Assessment และแบบประเมินการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการพยาบาล แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และมีค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s alpha เท่ากับ 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการใช้แนวปฏิบัติด้วยสถิติ Wilcoxon Matched Pairs Signed-Ranks Test

     ผลการวิจัยพบว่า แนวปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 7 ด้าน โดยพยาบาลสามารถปฏิบัติตามแนวปฏิบัติได้ร้อยละ 90–100 ผู้ป่วยทุกรายไม่เกิดแผลกดทับตลอดระยะเวลาการศึกษา คะแนนความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับตาม Braden Scale หลังการใช้แนวปฏิบัติสูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)

เอกสารอ้างอิง

National Pressure Injury Advisory Panel. (2019). International guidelines. สืบค้น 29 พฤศจิกายน 2568, จาก https://npiap.com/page/InternationalGuidelines

Lyder, C. H., & Ayello, E. A. (2010). Pressure ulcers: A patient safety issue. In J. E. Hughes (Ed.), Patient safety and quality: An evidence-based handbook for nurses. Agency for Healthcare Research and Quality (US). https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK2650/

ลันธิยา ศรีเทศ, ชลิดา เกิดภิรมย์ และอวยพร กริ่งรัมย์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดแผลกดทับใหม่ในผู้ป่วยวิกฤตและโรคหลอดเลือดสมองโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์. วชิรสารการพยาบาล.

;27(1):1–15.

กรมการแพทย์. รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยใน ปี 2564. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

Berlowitz, D. R., & Brienza, D. M. (2007). Are all pressure ulcers the result of deep tissue injury? A review of the literature. National Library of Medicine. Retrieved November 29, 2025, from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/17978413

Gunningberg, L., & Ehrenberg, A. (2004). Accuracy and quality in the nursing documentation of pressure ulcers: A comparison of record content and patient examination. Journal of Wound, Ostomy and Continence Nursing, 31(6), 328–335.

Melnyk, B. M., Gallagher-Ford, L., Long, L. E., & Fineout-Overholt, E. (2014). The establishment of evidence-based practice competencies for practicing registered nurses and advanced practice nurses in real-world clinical settings: Proficiencies to improve healthcare quality, reliability, patient outcomes, and costs. Worldviews on Evidence-Based Nursing, 11(1), 5–15. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24447399/

National Health and Medical Research Council. (2011). National water quality management strategy: Australian drinking water guidelines 6 (Version 4.0, updated June 2025). Australian Government. https://www.nhmrc.gov.au/about-us/publications/australian-drinking-water-guidelines

Titler, M. G., Kleiber, C., Steelman, V. J., Rakel, B. A., Budreau, G., Everett, L. Q., Goode, C. J. (2001). The Iowa model of evidence-based practice to promote quality care. Critical Care Nursing Clinics of North America, 13(4), 497–509.

โรงพยาบาลศิริราช. แบบประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ Braden Scale (ฉบับภาษาไทย) [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 21 ธันวาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/Th/division/nursing/NDivision/N_qd/admin/news_files/51_72_2.pdf

รุจาภา เจียมธโนปจัย และสุวิมล แสนเวียงจันทร์. แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการป้องกันแผลกดทับ. วารสารการพยาบาล. 2561;67(4):53–61.

คู่ขวัญ มาลีวงษ์. การพัฒนาและประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วย อายุรกรรม โรงพยาบาลวชิรพยาบาล. วชิรสารการพยาบาล. 2564;23(1):15–30.

ณิชาภา ยนจอหอ, ประภัสสร ดาราทิพย์ และพิมพ์ชนก ช่วงนาค. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับของหอผู้ป่วยอายุรกรรม 5 สถาบันบำราศนราดูร. วารสารสถาบันบำราศนราดูร2560;11(3):1–12.

Damanik, C., Sinaga, S., & Hardiansyah, K. (2020). Effectiveness of sesame oil for the prevention of pressure ulcer in patients with bed rest undergoing hospitalization. arXiv. https://arxiv.org/abs/2011.08703

มณีนุช สุทธสนธิ์ และกาญจนา ปัญญาธร. ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยอาการหนัก โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคมจังหวัดอุดรธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2562;37(4):80–89.

Mäki-Turja-Rostedt, S., Leino-Kilpi, H., Koivunen, M., Vahlberg, T., & Haavisto, E. (2023). Consistent pressure ulcer prevention practice: The effect on PU prevalence and PU stages, and impact on PU prevention—A quasi-experimental intervention study. Journal of Clinical Nursing, 32(13–14), 5604–5618. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36584884/

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ชาประดิษฐ์ จ., & เสริมกล้า ศ. . (2026). การพัฒนาและการประเมินประสิทธิผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลเชิงหลักฐานในการป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยนอนติดเตียง. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 464–473. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/292461