ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบโอทาโกในการป้องกันการหกล้มของผู้ป่วย เบาหวานกลุ่มผู้สูงอายุตอนกลางในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • รัติยากร เจริญท้าว นักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

โปรแกรม, การออกกำลังกายแบบโอทาโก , การหกล้ม , ผู้สูงอายุตอนกลาง

บทคัดย่อ

     การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบโอทาโกในการป้องกันการหกล้มของผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มผู้สูงอายุตอนกลางในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 40 คน รวม 80 คน กลุ่มทดลอง คือ ผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มเปรียบเทียบ คือ ผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ กลุ่มเปรียบเทียบได้รับโปรแกรมปกติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 2 ครั้ง ก่อนและหลังการทดลอง ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนานำเสนอด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน เปอร์เซนต์ไทล์ที่ 25 และ 75 เปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนตัวแปรภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ paired t-test เปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนตัวแปรระหว่างกลุ่มก่อนและหลังการทดลองโดยใช้สถิติ independent t-test กำหนดนัยสำคัญที่ระดับ 0.05

     ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลองกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบมีผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้เรื่องการป้องกันการหกล้ม การรับรู้ความเสี่ยงของการหกล้ม การรับรู้ความรุนแรงของการหกล้ม การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันการหกล้ม การรับรู้อุปสรรคของการป้องกันการหกล้ม การรับรู้ความสามารถของตนในการป้องกันการหกล้ม พฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการหกล้มสูงกว่าก่อนการทดลอง และกลุ่มทดลองมีผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้เรื่องการป้องกันการหกล้ม การรับรู้ความเสี่ยงของการหกล้ม การรับรู้ความรุนแรงของการหกล้ม การรับรู้ประโยชน์ของการป้องกันการหกล้ม การรับรู้อุปสรรคของการป้องกันการหกล้ม การรับรู้ความสามารถของตนในการป้องกันการหกล้ม พฤติกรรมการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการหกล้มสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

เอกสารอ้างอิง

United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division. (2019). World population ageing 2019: Highlights. United Nations. https://www.un.org/en/development/desa/population/publications/pdf/ageing/WorldPopulationAgeing2019-Highlights.pdf

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2563. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

World Health Organization. (2021). Falls. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/falls

กรมควบคุมโรค. (2565). สถานการณ์การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเขมราฐ. (2566). รายงานข้อมูลผู้สูงอายุและสถานการณ์โรคเรื้อรัง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ 2566. อุบลราชธานี: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเขมราฐ.

ชมพูนุท ชีวะกุล. (2565). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายโดยประยุกต์ใช้การออกกำลังกายแบบโอทาโกร่วมกับแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมในการป้องกันการล้มในผู้สูงอายุ. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2564. 36(3);597-608.

Lemeshow, S., Hosmer, D. W., Klar, J., & Lwanga, S. K. (1990). Adequacy of sample size in health studies. World Health Organization.

นิตยา ทองประพาฬ. ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายและ สมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ. (ออนไลน์). 2564. สืบค้นวันที่ 21 พ.ย.2566. จาก https://hpc2service.anamai.moph.go.th/researchhpc2/view.php?id=201.

ปัทมา เซ้งอาศัย. ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบแอโรบิคต่อสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ. (ออนไลน์). 2561. สืบค้นวันที่ 21 พ.ย.2566. จากhttps://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2561/research.rmutsb-2561-20191128145025858.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

เจริญท้าว ร. . (2026). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบโอทาโกในการป้องกันการหกล้มของผู้ป่วย เบาหวานกลุ่มผู้สูงอายุตอนกลางในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 661–669. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/293279