ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อระดับความดันโลหิต พฤติกรรมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีภาวะเสี่ยงความดันโลหิตสูง

ผู้แต่ง

  • ยุรฉัตร์ สวัสดี นิสิตหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางวิทยาการปัญญา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาประยุกต์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • กนก พานทอง อาจารย์ประจำหลักสูตร หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางวิทยาการปัญญา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • ยุทธนา จันทะขิน อาจารย์ประจำหลักสูตร หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการวิจัยและสถิติทางวิทยาการปัญญา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

คำสำคัญ:

การพัฒนาโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ, คุณภาพชีวิต, ค่าความดันโลหิต, พฤติกรรมสุขภาพ

บทคัดย่อ

      การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และเพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการประยุกต์แนวคิดหน้าที่บริหารจัดการของสมองร่วมกับทฤษฎีความเชื่อด้านสุขภาพสำหรับเพิ่มพฤติกรรมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีภาวะเสี่ยงความดันโลหิตสูง      กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนทั้งเพศชายและเพศหญิง ที่มีอายุ 35–59 ปี จำนวน 75 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้การสุ่มอย่าง่าย     แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลองที่ 1 ได้รับโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการประยุกต์แนวคิดหน้าที่บริหารจัดการของสมองร่วมกับทฤษฎีความเชื่อเรื่องสุขภาพที่พัฒนาขึ้น กลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับโปรแกรมตามทฤษฎีความเชื่อด้านสุขภาพ และกลุ่มควบคุม ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน ระยะเวลาดำเนินการ 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ แบบประเมินหน้าที่บริหารจัดการของสมอง แบบประเมินความเชื่อด้านสุขภาพ แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ และแบบสอบถามคุณภาพชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Dependent t-test, One-way ANOVA และ One-way ANCOVA

      ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมโดยรวมเท่ากับ 3.88 อยู่ในระดับค่อนข้างมาก ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองที่ 1 มีคะแนนหน้าที่บริหารจัดการของสมอง คะแนนความเชื่อด้านสุขภาพ และคะแนนพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และมีค่าเฉลี่ยความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม พบว่ากลุ่มทดลองที่ 1 มีคะแนนหน้าที่บริหารจัดการของสมอง และคะแนนพฤติกรรมสุขภาพสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .001 ในขณะที่คะแนนคุณภาพชีวิตของกลุ่มทดลองที่ 1 กลุ่มทดลองที่ 2 และกลุ่มควบคุมกลุ่มไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรมควบคุมโรคแนะประชาชนใส่ใจสุขภาพวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอป้องกันโรคความดันโลหิตสูง [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2565 [สืบค้นเมื่อ 2566 ม.ค. 22]. เข้าถึงได้จากhttps://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=25290&deptcode=brc&news_views=294

กรรณิการ์ เงินดี. ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา; 2564.

ประเสริฐ วันดี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อภาวะความดันโลหิตสูงของประชาชนจังหวัดเชียงราย. ใน: การนำเสนอบทความวิชาการ “คลังปัญญาเชียงราย”; 2565.

สิชล ทองมา, วารี กังใจ, สหัทยา รัตนจรณะ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมความยืดหยุ่นต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและระดับฮีโมโกลบินเอวันซีของผู้สูงอายุโรคเบาหวาน. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ. 2564;16(2):139-48.

สุชัย สุรพิชญ์พงศ์, ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา, ผ่องพรรณ เกิดพิทักษ์. การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความคิดด้านการรับรู้และการจำขณะปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. วารสารจิตวิทยา. 2562;19(1).

สุทธิ ณิรินทร์รดา. ผลของโปรแกรมความเชื่อด้านสุขภาพต่อความรู้พฤติกรรมการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหลักหมื่น อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน. Thaksin Univ Online J (TSU OJ). 2022;ESHE-30.

Moonsarnand S, Sumpowthong K. ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามแนวทางของ DASH ร่วมด้วยทฤษฎีการรับรู้ความสามารถแห่งตน และแรงสนับสนุนทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา. 2016;11(1):87-98.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. หน้าที่บริหารจัดการของสมอง (EF) กับการสร้างเสริมสุขภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2565.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-91.

Division of Non-Communicable Diseases, Department of Disease Control. Annual report 2019: Non-communicable diseases surveillance. Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2019.

Diamond A. Executive functions. Annu Rev Psychol. 2013;64:135-68. doi:10.1146/annurev-psych-113011-143750.

Hofmann W, Schmeichel BJ, Baddeley AD. Executive functions and self-regulation. Trends Cogn Sci. 2012;16(3):174-80.

Dixon ML. Cognitive control, emotional value, and the lateral prefrontal cortex. Front Psychol. 2015;6:758.

Rosenstock IM. Historical origins of the health belief model. Health Educ Monogr. 1974;2(4):328-35.

Miller AS, Maricle DE, Mayfield JW. Executive functions and health behaviors. In: Goldstein S, Naglieri JA, editors. Handbook of executive functioning. New York: Springer Science & Business Media; 2011.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

สวัสดี ย. ., พานทอง ก. ., & จันทะขิน ย. . (2026). ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อระดับความดันโลหิต พฤติกรรมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีภาวะเสี่ยงความดันโลหิตสูง. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 689–699. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/293616