การพัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมผู้ป่วยยาเสพติดที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง ต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
รูปแบบการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม, ผู้ป่วยยาเสพติด, พฤติกรรมเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมผู้ป่วยยาเสพติดที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้นต่อทัศนคติต่อการใช้ความรุนแรง พฤติกรรมการใช้ความรุนแรง และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยยาเสพติด การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 94 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกภาคีเครือข่าย จำนวน 15 คน ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบโดยใช้ข้อมูลจากระยะที่ 1 ร่วมกับกระบวนการมีส่วนร่วม (AIC) และแนวคิดการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) แนวคิด CBTx การจัดการรายกรณี (Case Management) และทฤษฎีสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของเพบพลาว (Peplau’s Interpersonal Relations Theory) และระยะที่ 3 การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบในผู้ป่วยยาเสพติด จำนวน 60 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมที่พัฒนาขึ้น แบบประเมินระดับความรุนแรงของความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง (PVSS) แบบประเมินทัศนคติต่อการใช้ความรุนแรง แบบประเมินพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง และแบบประเมินคุณภาพชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติ Paired t-test และ Independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยทัศนคติต่อการใช้ความรุนแรงต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=22.31, p<.01) และต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-21.44, p<.01) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=8.72, p<.01) และต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-6.55, p<.01) และมีคะแนนเฉลี่ยคุณภาพชีวิตสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=-14.06, p<.001) และสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า หลังการใช้รูปแบบฯ ที่พัฒนาขึ้น กลุ่มทดลองมีทัศนคติต่อการใช้ความรุนแรงและพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบและมีคุณภาพชีวิตผู้ป่วยยาเสพติดสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
United Nations Office on Drugs and Crime. World drug report 2023 [Internet]. Vienna: United Nations Office on Drugs and Crime; 2023 [cited 2026 Mar 5]. Available from: https://www.unodc.org/unodc/en/data-and-analysis/world-drug-report-2023.html
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. รายงานสถานการณ์ยาเสพติดประเทศไทย ประจำปี 2565. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด; 2565.
Darke S, Kaye S, McKetin R, Duflou J. Major physical and psychological harms of methamphetamine use. Drug Alcohol Rev. 2008;27(3):253–62.
National Institute on Drug Abuse. Common comorbidities with substance use disorders research report [Internet]. Bethesda (MD): National Institutes of Health; 2020 [cited 2026 Mar 5]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK571451/
โรงพยาบาลคลองหลวง. รายงานสถิติผู้ป่วยและบริการสุขภาพ โรงพยาบาลคลองหลวง ปีงบประมาณ 2568. ปทุมธานี: โรงพยาบาลคลองหลวง; 2568.
Beck R, Fernandez E. Cognitive-behavioral therapy in the treatment of anger: A meta-analysis. Cogn Ther Res. 1998;22(1):63–74.
ธัญญาภรณ์ อุปมัยรัตน์. การพัฒนาแบบประเมินทัศนคติต่อการใช้ความรุนแรงในผู้ป่วยจิตเวช [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564.
Yudofsky SC, Silver JM, Jackson W, Endicott J, Williams D. The overt aggression scale for the objective rating of verbal and physical aggression. Am J Psychiatry. 1986;143(1):35-39.
สุธรรม นันทมงคลชัย. วิจัยอนามัยครอบครัว. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: ประยูรสาส์นไทย; 2561.
อรัญญา ชำนาญอักษร, ทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงของผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. 2568;36(2):45-58.
สุขุมาลย์ เล็กมีชัย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมก้าวร้าวในผู้ป่วยจิตเวชจากสารเสพติด. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2567;31(1):67-79.
Beck AT. Cognitive therapy of substance abuse. New York: Guilford Press; 1993.
Zhong S, Coughlin PA, Unger L, et al. Substance use disorders and violence: a systematic review and meta-analysis. J Clin Psychiatry. 2020;81(3):19r12844.
Mauri MC, Ferrara A, Boscati L, et al. Aggressive behaviour in patients with substance use disorder: clinical characteristics and management. Psychiatry Res. 2023;324:115235.
McHugh RK, Hearon BA, Otto MW. Cognitive behavioral therapy for substance use disorders. Psychiatr Clin North Am. 2010;33(3):511-25.
Lee NK, Rawson RA. A systematic review of cognitive and behavioural therapies for methamphetamine dependence. Drug Alcohol Rev. 2015;34(4):363-71.
Carroll KM, Ball SA, Martino S, et al. Motivational interviewing to improve treatment engagement and outcome in individuals seeking treatment for substance abuse. Drug Alcohol Depend. 2006;81(3):301-12.
Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York: Freeman; 1997.
Baker AL, Lee NK, Claire M, et al. Cognitive behavioural therapy for substance use disorders. Addiction. 2004;99(8):1114-24.
ผ่องพรรณ์ คำน้อย. ประสิทธิผลของโปรแกรมการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยชุมชนเป็นศูนย์กลางต่อการกลับไปเสพซ้ำของผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด. วารสารนวัตกรรมสุขภาพและความปลอดภัย. 2568;2(1):E2719. Available from: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/JHIS/article/view/2719/1853
ปิยกัญญา แก่นวิชา, สุนี อาวรณ์, วิไลลักษณ์ ดวงบุปผา. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตและมีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรงในอำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(2):230-41. Available from: https://he01.tcithaijo.org/index.php/jrhi/article/view/271950
ชวนพิศ เคหาบาล. ประสิทธิผลของโปรแกรมการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดโดยใช้รูปแบบ CBTx “ชุมชนล้อมรักษ์”. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2568;6(2):274-87. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/280871/187938
ไพวัลย์ อาจหาญ. ผลของโปรแกรมฟื้นฟูจิตสังคมต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2558;33(3):89-101.

