การบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้แต่ง

  • สุภัสสรณ์ คงพร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

คำสำคัญ:

การบริหารจัดการ, การดูแลผู้สูงอายุ, การรับรู้, คุณลักษณะงาน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการรับรู้ของบุคคล คุณลักษณะงาน และการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ 3) ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจวิเคราะห์ข้อมูลแบบผสมผสาน เชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากบุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานด้านผู้สูงอายุ จำนวน 240 คน โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ เชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 คน โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

     ผลการวิจัยพบว่า 1) การรับรู้ของบุคคลในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.00, S.D. = 0.43) คุณลักษณะงานในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (Mean = 3.97, S.D. = 0.39) และการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (Mean = 3.91, S.D. = 0.42) 2) การรับรู้ของบุคคลและคุณลักษณะงานทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนพบว่า ตัวแปรที่สามารถร่วมกันทำนายการบริหารจัดการได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติมี 6 ตัว เรียงตามลำดับอิทธิพล ได้แก่ ผลป้อนกลับจากงาน (Beta = .254) การรับรู้ความสามารถในการทำงานของตนเอง (Beta = .190) การรับรู้ต่อระบบการบริหารจัดการ (Beta = .153) ความสำคัญของงาน (Beta = .150) ความมีอิสระในการทำงาน (Beta = .142) และเอกลักษณ์ของงาน (Beta = .131) โดยร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุได้ร้อยละ 64.9 (R² = .649) 3) ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า ปัญหาสำคัญ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านจำนวนบุคลากรและภาระงาน อุปสรรคด้านการเข้าถึงบริการ และความซ้ำซ้อนของระบบข้อมูลสารสนเทศ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข.(2563). ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2560-2569. กรุงเทพฯ: สำนักบริหารระบบบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข; 2563.

กรมอนามัย.(2565). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา.(2566). แผนยุทธศาสตร์การดูแลผู้สูงอายุจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566-2570. พระนครศรีอยุธยา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา; 2566.

Rogers EM.(2003). Diffusion of innovations. 5th ed. New York: Free Press; 2003.

สุวรรณา ชาญศิลป์.(2562). การรับรู้ของผู้ดูแลต่อการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. 2562;45(3):112-25.

Hackman JR, Oldham GR.(1976). Motivation through the design of work: Test of a theory. Organ Behav Hum Perform. 1976;16(2):250-79.

Mintzberg H.(1983). Structure in fives: Designing effective organizations. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1983.

Robbins SP, Coulter M.(2018). Management. 14th ed. New York: Pearson; 2018.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ.(2566). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2566.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.(2566). การคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2563-2583. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ; 2566.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา.(2568). รายงานสถานการณ์บุคลากรสาธารณสุขผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุ ประจำปี 2568. พระนครศรีอยุธยา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา; 2568.

Yamane T.(1973). Statistics: An introductory analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row; 1973.

Best JW.(1981). Research in education. 4th ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall; 1981.

Bartol KM, Martin DC.(1977). Management. 3rd ed. New York: McGraw-Hill; 1997.

Koontz H, Weihrich H.(2012). Essentials of management: An international, innovation, and leadership perspective. 9th ed. New Delhi: McGraw-Hill Education; 2012.

Bandura A.(1977). Social learning theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1977.

Robbins SP, Judge TA.(2019). Organizational behavior. 18th ed. New York: Pearson; 2019.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

คงพร ส. . . (2026). การบริหารจัดการระบบการดูแลผู้สูงอายุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 262–270. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/293780