การพัฒนาโมเดลการส่งต่อและติดตามผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤตแบบครบวงจร โรงพยาบาลพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • อรวรรณ โอฆะพนม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ งานอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช โรงพยาบาลพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด

คำสำคัญ:

การส่งต่อผู้ป่วยวิกฤต, การดูแลต่อเนื่องฉุกเฉิน, การพัฒนาโมเดลในโรงพยาบาลชุมชน

บทคัดย่อ

      การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหา พัฒนาโมเดลการส่งต่อและติดตามผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤตแบบครบวงจร และประเมินประสิทธิผลของโมเดลที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงตุลาคม 2568 รวมระยะเวลา 1 ปี กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย บุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง 42 คน และผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤต (ESI 1-2) ที่ได้รับการส่งต่อ 268 ราย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วยวิกฤต แบบประเมิน Barthel Index และแบบสอบถามความพึงพอใจ ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC ≥ 0.80) และความเชื่อมั่น (Cronbach's Alpha ≥ 0.85) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test

      ผลการศึกษาพบว่า โมเดลที่พัฒนาขึ้นคือโมเดล 4C (Community Critical Care Chain) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ C1: Critical Triage & Stabilize C2: Connected Transfer C3: Coordinated Refer Back และ C4: Community Follow-up โดยพัฒนาผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของสหสาขาวิชาชีพ 2 วงรอบ ผลการประเมินประสิทธิผลหลังใช้โมเดล พบว่า ระยะเวลา Door-In-Door-Out (DIDO) ลดลงจาก 78 ± 14 นาที เหลือ 55 ± 8 นาที อัตราเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ระหว่างส่งต่อลดลงจากร้อยละ 15.2 เหลือร้อยละ 10.0 อัตราการเสียชีวิตระหว่างส่งต่อลดลงจากร้อยละ 3.8 เหลือร้อยละ 1.4 การติดตามผู้ป่วยในชุมชนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 52.8 เป็นร้อยละ 92.0 และ Barthel Index ≥ 60 ที่ 30 วัน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 55.0 เป็นร้อยละ 79.0 ความพึงพอใจของผู้ดูแลผู้ป่วยเพิ่มจาก 3.2 ± 0.7 เป็น 4.5 ± 0.4 คะแนน และความพึงพอใจบุคลากรเพิ่มจาก 3.4 ± 0.6 เป็น 4.6 ± 0.3 คะแนน การทดสอบทางสถิติพบว่า ตัวชี้วัดหลักทุกรายการมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05)

เอกสารอ้างอิง

Shahpori R, Stelfox HT, Doig CJ, Boiteau PJE. Interhospital transfer of critically ill patients: Demographic and outcomes comparison with nontransferred intensive care unit patients. J Crit Care. 2011;26(6):1-9. Available from: https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S088394410700086X

Bosco S, Sahni N, Jain A, Arora P, Raj V, Yaddanapudi L. Delayed transfer of critically ill patients from emergency department to intensive care unit. Indian J Crit Care Med. 2023;27(8):580-2. Available from: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10452780/

Bigham BL, Buick JE, Brooks SC, Morrison M, Shojania KG, Morrison LJ. Patient safety in emergency medical services: A systematic review of the literature. Prehosp Emerg Care. 2012;16(1):20-35. Available from: https://doi.org/10.3109/10903127.2011.621045

กองบริหารการสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีด้านสาธารณสุข. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2562.

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. สถานการณ์และแนวโน้มสุขภาพและการแพทย์ฉุกเฉินระดับโลกและระดับประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 1 มี.ค. 2568]. แหล่งข้อมูล: https://www.niems.go.th/1/UploadAttachFile/2021/EBook/414441_20211229135756.pdf

ปราโมทย์ ถ่างกระโทก. ระบบส่งต่อผู้ป่วย: กระบวนการสำคัญในการจัดการบริการสุขภาพ. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2561;25(3):109-21.

นันทวดี บุญเลิศ. การศึกษาคุณภาพระบบการส่งต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี. วารสารวิชาการและการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช. 2564;1(2):27-40. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jcn-bcnc/article/view/251183

จักรพงศ์ ปิติโชคโภคินท์, มยุนา ศรีสุภนันต์, สุรีย์ จันทรโมรี, ประภาเพ็ญ สุวรรณ. การพัฒนารูปแบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤต โรงพยาบาลนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2562;37(1):88-97. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/113476

Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Geelong: Deakin University Press; 1988.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด. รายงานผลการดำเนินงานระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ปีงบประมาณ 2566. ร้อยเอ็ด: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด; 2566.

ทิพย์วิภา สังข์อินทร์, ภาณุ อดกลั้น, นุชนารถ ศรีนาค. การพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินแบบครบวงจร โรงพยาบาลนครพนม. วารสารโรงพยาบาลนครพนม. 2563;8(2):94-104. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nkpjournal_9/article/view/252672

หรรษา ชื่นชูผล, ธนสิทธิ์ สนั่นเมือง. การพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วย (Smart Refer) เขตสุขภาพที่ 10. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. 2565;8(2):17-29. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RDHSJ/article/view/259388

คำดา ศรีสมบัติ, วัฒนลักษณ์ ลีลาศิริวณิชย์, ถาวร ล่อกา, กาญจนา ศรีทอง. การพัฒนารูปแบบบริการพยาบาลในการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤติและฉุกเฉินจากโรงพยาบาลทั่วไปไปยังโรงพยาบาลศักยภาพสูงกว่า. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา. 2567;4(3):e270946. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjphe/article/view/270946

สุดใจ บุบผาทาเต, สุธิกาญจน์ อิทธิศักดิ์โภคิน. การพัฒนาแนวทางการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยระยะกลางโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและภาคีเครือข่ายชุมชน โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2567;4(3):119-35. Available from: https://he04.tci-thaijo.org/index.php/AJNHS/article/view/2457

Warren J, Fromm RE, Orr RA, Rotello LC, Horst HM. Guidelines for the inter- and intrahospital transport of critically ill patients. Crit Care Med. 2004;32(1):256-62. Available from: https://doi.org/10.1097/01.CCM.0000104917.39204.0A

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

โอฆะพนม อ. . (2026). การพัฒนาโมเดลการส่งต่อและติดตามผู้ป่วยฉุกเฉินที่มีภาวะวิกฤตแบบครบวงจร โรงพยาบาลพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 1305–1314. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/294110