การพัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
คำสำคัญ:
การบริบาลทางเภสัชกรรม, โรคเบาหวานชนิดที่ 2, การมีส่วนร่วมของชุมชน, วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, คุณภาพชีวิตด้านการใช้ยาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ร่วมกับการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทและสภาพปัญหาของการบริบาลทางเภสัชกรรมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 2) พัฒนารูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และ 3) ประเมินผลรูปแบบที่พัฒนาขึ้นในอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาบริบทและสภาพปัญหา โดยการสนทนากลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 42 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต และการสะท้อนผล และระยะที่ 3 ประเมินผลรูปแบบในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ จำนวน 60 คน และกลุ่มเครือข่ายสุขภาพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 42 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แนวคำถามการสนทนากลุ่ม แบบสอบถามการมีส่วนร่วม แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับการใช้ยา แบบสอบถามการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ยา ผลตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) และแบบประเมินคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยา (PROMPT-QoL) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า บริบทของพื้นที่ศึกษามีศักยภาพด้านเครือข่ายสุขภาพและทุนทางสังคมของชุมชนแต่ยังพบปัญหาสำคัญ ได้แก่ ผู้ป่วยมีข้อจำกัดด้านความรู้และพฤติกรรมการใช้ยา การติดตามดูแลในครอบครัวและชุมชนยังไม่ต่อเนื่อง และการดำเนินงานของภาคีเครือข่ายยังขาดการบูรณาการอย่างเป็นระบบ รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) การให้ความรู้และเสริมสร้างความรอบรู้ด้านยา 2) ระบบการติดตามการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง 3) การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน และ 4) การติดตามเชิงรุกในชุมชน ภายหลังการใช้รูปแบบ พบว่า กลุ่มเครือข่ายสุขภาพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีระดับการมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ผู้ป่วยมีคะแนนความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) คะแนนการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ยาเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด HbA1c ลดลงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) และคะแนนคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยา PROMPT-QoL เพิ่มขึ้นกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05)
สรุปได้ว่า รูปแบบการบริบาลทางเภสัชกรรมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนที่พัฒนาขึ้น สามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสุขภาพ ส่งเสริมความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ยา ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มคุณภาพชีวิตด้านการใช้ยาของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผล จึงควรส่งเสริมการประยุกต์ใช้ในบริบทบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิและชุมชน
เอกสารอ้างอิง
สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ. แนวทางการพัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2550.
กองบริหารการสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานระบบสุขภาพปฐมภูมิ. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2566.
คณะทำงานพัฒนาระบบเภสัชกรรมปฐมภูมิ. คู่มือเภสัชกรรมปฐมภูมิ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2553.
Hepler CD, Strand LM. Opportunities and responsibilities in pharmaceutical care. Am J Hosp Pharm. 1990;47(3):533–43.
กองบริหารการสาธารณสุข. แนวทางการพัฒนาระบบบริการเภสัชกรรมปฐมภูมิ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
World Health Organization. Noncommunicable diseases. Geneva: WHO; 2021.
กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทย. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
Health Systems Research Institute. Rational drug use in chronic diseases. Bangkok: HSRI; 2017.
ธนพงศ์ ภูผาลี และคณะ. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาในผู้ป่วยเบาหวาน. วารสารวิจัยสุขภาพ. 2561.
อุ่นใจ แซ่เจีย. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. วารสารสาธารณสุข. 2563.
Kemmis S, McTaggart R, Nixon R. The action research planner: Doing critical participatory action research. Singapore: Springer; 2014.
Likert R. A technique for the measurement of attitudes. Arch Psychol. 1932;140:1-55.
Best JW. Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1977.
Bloom BS. Mastery learning. In: Block JH, editor. Mastery learning: theory and practice. New York: Holt, Rinehart and Winston; 1971. p. 47-63.
Phantipa Sakthong, Investigator. Development of the patient-reported outcome measure of pharmaceutical therapy: quality of life (PROMPT-QoL). [ม.ป.ท.]: Thailand Science Research and Innovation; 2558.
Zhang LR, Lin H, Wu W, Zhuang J, Huang L, Wang Y, et al. A meta-analysis of the impact of pharmacist interventions on clinical outcomes in patients with type-2 diabetes. Patient Educ Couns. 2024;120:108091.
Xiao J, Wu Y, Xu T, Zhu Y, Zhou Y, Li Y, et al. Analysis of patient medication compliance and quality of life of physician-pharmacist collaborative clinics for T2DM management in primary healthcare in China: a mixed-methods study. Front Pharmacol. 2023;14:1098207.
Lum ZK, Lee SWH, Lee JY, Koh YLE, Lim PS, Tan NC. Enhancing diabetes care with community pharmacist collaborative care: impact on glycaemic control, self-care and quality of life. Diabetes Res Clin Pract. 2022;184:109176.
Badi S, Suliman SZ, Almahdi R, Aldomah MA, Marzouq ME, Ibrahim EEM, et al. The impact of clinical pharmacist diabetes education on medication adherence in patients with type 2 diabetes mellitus: an interventional study from Khartoum, Sudan. J Pers Med. 2024;14(1):74.
Kelly WN, Ho M, Frech-Tamas F, Hines LE. Association of pharmacist counseling with medication adherence and quality of life: a systematic review and meta-analysis of randomized trials. J Am Pharm Assoc (2003). 2023;63(4):1023-1033.e3.
Coutureau C, Slimano F, Mongaret C, Kanagaratnam L, Villeminot S, Barthélémy C, et al. Impact of pharmacists-led interventions in primary care for adults with type 2 diabetes on HbA1c levels: a systematic review and meta-analysis. Prim Care Diabetes. 2022;16(3):356-365.
Sakthong P, Chansatitporn N, Saengcharoen W, Chariyalertsak S, Pongcharoensuk P. Impact of pharmacist-led pharmaceutical care on health-related and pharmaceutical therapy-related quality of life in patients with heart failure: a randomized controlled trial. Res Social Adm Pharm. 2024;20(11):1058-1063.
AlOsaimi HM, Saad R, Alalyani TG, Al-Majnooni SS, Alsubaie KS, Aljuwaiser AA, et al. Patient reported outcome measures of pharmaceutical therapy for quality of life (PROMPT-QOL) among Saudi population: a real-world observational study. Pharm Pract (Granada). 2025;23(2):[article number].

