ปัจจัยที่สัมพันธ์กับกลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม ของพนักงานสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยพะเยา

ผู้แต่ง

  • กัลยกร รับงาน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • ณีรนุช วงค์เจริญ ผู้ประพันธ์บรรณกิจ E-mail: neeranuch.wo@up.ac.th คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • อรพิญ บัวงาม คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • นงเยาว์ เฉพาะธรรม คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

คำสำคัญ:

กลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม, พฤติกรรมการใช้หน้าจอ, พนักงานสายสนับสนุน

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับกลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรมของพนักงานสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยพะเยา กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยพะเยา จำนวน 310 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) แบบสอบถามพฤติกรรมการใช้หน้าจอ และ (2) แบบสอบถามเกี่ยวกับกลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 0.92 และ 0.90 และมีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s alpha) เท่ากับ 0.87 และ 0.81 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และสถิติไคสแควร์

     ผลการวิจัย พบว่า พนักงานสายสนับสนุนมีพฤติกรรมการใช้หน้าจอ (equation= 3.16, SD = 0.52) และมีอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม (equation= 1.79, SD = 0.42) อยู่ในระดับปานกลาง พฤติกรรมการใช้หน้าจอโดยรวมมีความสัมพันธ์ในเชิงลบในระดับต่ำกับอาการเมื่อยล้าทางสายตา อาการทางกล้ามเนื้อ และกลุ่มอาการ CVS อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=-0.364, -0.249, -0.337; p<0.01) นอกจากนี้ปัจจัยด้านเพศ อุปกรณ์ที่ใช้บ่อย ปัญหาสายตา และการใส่คอนแทคเลนส์มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอาการ CVS อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรมมีความเกี่ยวข้องทั้งกับปัจจัยส่วนบุคคลและพฤติกรรมการใช้หน้าจอ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

เอกสารอ้างอิง

Statista.(2023). Global smartphone users 2023 [Internet]. 2023 [cited 2025 Jan 25]. Available from: www.statista.com

Smith J, Doe E.(2020). Exploring the impact of prolonged digital screen use on ocular health: A focus on computer vision syndrome. J Digit Eye Health. 2020;15(3):200–210.

Sheppard AL, Wolffsohn JS.(2018). Digital eye strain: Prevalence, measurement and amelioration. BMJ Open Ophthalmol. 2018;3:e000146.

ภัคจิรา ภูสมศรี.(2561). โรคคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรมหรือโรคซีพีวีเอส ปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์น ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2561;12(2):137–143.

เสริมสิน ไพรินทร์.(2559). แสงสีฟ้า ภัยร้ายไร้รูปร่างแห่งเทคโนโลยี [วิทยานิพนธ์ศิลปมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2559.

นรากร พลหาญ, สมสมร เรืองวรบูรณ์, โกมล บุญแก้ว, อนุพงษ์ ศรีวิรัตน์.(2557). กลุ่มอาการที่เกิดต่อร่างกายจากการใช้คอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยนครพนม. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี). 2557;6(12):26–38.

Akinbinu R.(2013). Knowledge of computer vision syndrome among computer users in the workplace in Abuja, Nigeria. J Physiol Pathophysiol. 2013;4:58–63.

American Optometric Association.(2025). Computer vision syndrome [Internet]. 2021 [cited 2025 Jan 25]. Available from: www.aoa.org

DataReportal.(2024). Digital 2024: Thailand [Internet]. 2024 [cited 2025 Jan 25]. Available from: https://datareportal.com/reports/digital-2024-thailand

DataReportal. Digital 2023: Global overview report [Internet]. 2024 [cited 2024 Jan 30]. Available from: https://datareportal.com/reports/digital-2023-global-overview-report

ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์.(2565). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2565 [Internet]. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 25 ม.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.etda.or.th/getattachment/78750426-4a58-4c36-85d3-d1c11c3db1f3/IUB-65-Final.pdf.aspx

World Health Organization.(2025). Global trends in the magnitude of blindness and visual impairment [Internet]. 2023 [cited 2025 Jan 25]. Available from: http://www.who.int/blindness/causes/trends/en/

Shantakumari N, Eldeeb R, Sreedharan J, Gopal K.(2014). Computer use and vision-related problems among university students in Ajman, United Arab Emirates. Ann Med Health Sci Res. 2014;4(2):258–261.

วันปิติ ธรรมศรี, กริมณรินษ์ ทาทอง, มธุรดา เอี่ยมจรัส, สิทธิโชค คำหลอม. การศึกษาความเสี่ยงพฤติกรรมและอาการต่อการเกิดโรคคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรมของนักศึกษา เจ้าหน้าที่ และอาจารย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. ใน: การประชุมวิชาการระดับชาติราชมงคลสุรินทร์ ครั้งที่ 13; 2565.

รุ่งระพี อุปรา, กัลยาณี ตันตรานนท์, วันเพ็ญ ทรงคำ.(2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรมในพนักงานธนาคาร. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นนทบุรี. 2567;18(1):96–107.

อรวรรณ ชำนาญพุดซา, นลินี สว่างผุย, สุนันทา ระวัง.(2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อกลุ่มอาการทางตาจากจอภาพคอมพิวเตอร์ของพนักงานในสำนักงานก่อสร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2564;2(1):74–90.

Krejcie RV, Morgan DW.(1970). Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607–610.

Gupta KK, Attri JP, Singh A, Kaur H, Kaur G.(2016). Basic concepts for sample size calculation: Critical step for any clinical trials. Saudi J Anaesth. 2016;10:328–331.

Pucker AD, Kerr AM, Sanderson J, Lievens C.(2024). Digital eye strain: Updated perspectives. Clin Optom. 2024;16:233–246.

Rosenfield M.(2020). Computer vision syndrome: A review. Ophthalmic Physiol Opt. 2020;40(3):216–225.

Cantó-Sancho N, Porru S, Casati S, Ronda E, Seguí-Crespo M, Carta A.(2023). Prevalence and risk factors of computer vision syndrome assessed in office workers. PeerJ. 2023;11:e14937.

Dessie A, Adane F, Nega A, Wami SD, Chercos DH.(2021). Computer vision syndrome and associated factors among computer users. BMC Public Health. 2021;21:1–9.

พงษ์สุธีร์ ทองเกลี้ยง, ยงเจือ เหล่าศิริถาวร, ระพีพรรณ เสมอใจ.(2567). ความรอบรู้สุขภาพจากการใช้งานดิจิทัลและความสัมพันธ์กับการเกิดกลุ่มอาการทางสายตาจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ของบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมควบคุมโรค. วารสารสหวิชาการเพื่อสุขภาพ. 2567;6(1):13–24.

พัชรมน ราชมณี, สุธาทิพย์ ตุลย์ไตรรัตน์.(2568). ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับกลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรมในบุคลากรทางการแพทย์. วารสารพยาบาลทหารบก. 2568;26(1):211–219.

Shin S, Kim SR, Kim CY, Kim K.(2023). The relationship between visual display terminal usage at work and symptoms related to computer vision syndrome. Ann Occup Environ Med. 2023;35:e4.

Yee NL, Ramli N, Ismail NH, Zulkifli Z.(2024). Prevalence and associated factors of computer vision syndrome among undergraduate students. Malays J Med Sci. 2024;31(4):145–159.

Ccami-Bernal F, Soriano-Moreno DR, Benites-Zapata VA, Al-kassab-Córdova A, Toro-Huamanchumo CJ, Rodriguez-Morales AJ.(2024). Prevalence of computer vision syndrome: A systematic review and meta-analysis. J Optom. 2024;17(1):100482.

Halim SA, Feisal NAS, Cheah WY, Ibrahim TNB, Aminuddin MA, Abdul Samat N, Kamaludin NH.(2024). The impact of visual digital unit exposure on ocular symptoms of computer vision syndrome among office workers. J Health Sci Med Res. 2024;42(6):e20241106.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

รับงาน ก., วงค์เจริญ ณ., บัวงาม อ. ., & เฉพาะธรรม น. . . (2026). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับกลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม ของพนักงานสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยพะเยา. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(2), 149–157. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/294623