การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการในสถานบริการสุขภาพ จังหวัดชุมพร

ผู้แต่ง

  • รุ่งนภา สวัสดิ์ภักดี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร

คำสำคัญ:

หญิงตั้งครรภ์, รูปแบบส่งเสริม, การดูแล, ภาวะโลหิตจาง

บทคัดย่อ

     การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาและศึกษาประสิทธิผลรูปแบบส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ และศึกษาความพึงพอใจต่อรูปแบบการส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ กลุ่มตัวอย่าง รวม 72 คน เลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์คัดเข้า จัดเข้ากลุ่มทดลอง 36 คน กลุ่มเปรียบเทียบ 36 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แนวทางการสนทนากลุ่ม รูปแบบส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ที่พัฒนา แบบสอบถาม และแบบบันทึกภาวะสุขภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลครั้งที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2568 ครั้งที่ 2 เดือนธันวาคม 2568 - มกราคม 2569 และครั้งที่ 3 ในเดือนมกราคม 2569 - กุมภาพันธ์ 2569 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา Chi-square test, Fisher’s exact test, Paired sample t-test, and Independent t-test

     ผลการวิจัย : รูปแบบส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 6 ส่วน ได้แก่ 1) ตรวจ คัดกรองและวินิจฉัยตั้งแต่แรกที่มารับบริการฝากครรภ์ 2) รักษาพยาบาล 3) ให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเอง 4) ส่งเสริมการปฏิบัติตัวที่บ้าน 5) ติดตามการปฏิบัติตัวของหญิงตั้งครรภ์ และ 6) ประเมินภาวะโลหิตจาง ผลของการใช้รูปแบบส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ที่พัฒนา พบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีความรู้เกี่ยวกับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก พฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อลดภาวะโลหิตจาง และความเข้มข้นของเลือด มากกว่าก่อนทดลอง และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.01) ทั้งนี้ กลุ่มทดลองมีความพึงพอใจต่อรูปแบบส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางหญิงตั้งครรภ์ในระดับมาก ร้อยละ 80.6 และระดับปานกลาง ร้อยละ 19.4

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization.(2022). Anaemia [Internet]. 2022. [cited 2025 March 22]. Available from: https:// www.who.int/health-topics/anaemia#tab=tab

ชลธิชา ตานา, ชเนนทร์ วราภิรักษ์.(2564). ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์. [อินเตอร์เน็ต]. 2564. [สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568]. เข้าถึงจาก: https://w1med.cmu.ac.th/obgyn/index.php?option=com_content &view=article &id=1372:2017 -10-25-02-02-51&catid=45&Itemid=561

เอกชัย เพียรศรีวัชรา. (2567). สธ.เผยหญิงตั้งครรภ์เข้าถึงการฝากครรภ์คุณภาพมากขึ้น เร่งคัดกรองภาวะโลหิตจาง ค้นหาโรคธาลัสซีเมีย ส่งเสริมเด็กไทยเกิดดีมีคุณภาพ. [อินเตอร์เน็ต]. 2567. [สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568]. เข้าถึงจาก: http:// www.medi.co.th/news_detail71.php?q_id=682

อัจฉรา พานิชพงษ์พันธ์.(2566). ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ที่มาคลอดในโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี. กรุงเทพมหานคร: โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี; 2566. รายงานวิจัย.

วรรณพร คำพิลา, เบญจพร ฐิติญาณวิโรจน์, สุกัญญา รักศรี, ปวินตรา มานาดี, ทิพวรรณ ทัพซ้าย, สุธิดา สิงห์ศิริเจริญกุล.(2565). การดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก: บทบาทที่ท้าทายของพยาบาล. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2565; 30(2): 136-142.

Office of Health Promotion, Department of Health.(2021). Information system for health promotion and environment health. Bangkok: Office of Health Promotion, Department of Health; 2021. (in Thai).

Office of Policy and Strategy, Ministry of Health.(2025). Indicators of the ministry of public health for the year 2020 [Internet]. 2020. [cited 2025 June 20]. Available from: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/ index.php. (in Thai)

Khampila W, Thitiyarnviroj B, Raksee S, Manadee P, Tubsai T, Singsiricharoenkul S.(2022). Caring for Pregnant Women with Iron Deficiency Anemia : The Challenging Role of Nurses. The Journal of Faculty of Nursing Burapha University 2022; 30(2): 134-42.

Nilphai N.(2020). The Prevalence and Associated Factor of Anemia in Pregnancy In Roi Et hospital, Roi Et Province. Jornal of Research and Health Innovative Development 2020; 1(2): 123-35.

ธัญญารัตน์ สิงห์แดง, ไพฑูรย์ พรหมเทศ.(2566). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะโลหิตจางในสตรี ตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลน้ำพองจังหวัดขอนแก่น. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2566; 8(2): 101-109.

อาภาพร ศีระวงษ์.(2562). การเปรียบเทียบภาวะโลหิตจางก่อนและหลังให้การส่งเสริม โภชนาการในหญิงตั้งครรภ์โรงพยาบาลจัตรัส.วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ 2562; 34(3): 453-465.

Finkelstein JL, Kurpad AV, Bose B, Thomas T, Srinivasan K, Duggan C.(2020). Anemia and iron deficiency in pregnancy and adverse perinatal outcomes in Southern India. European journal of clinical nutrition 2020; 74(1): 112-25.

Teeraporn B, Siriwan S, Supit S.(2018). Effects of the Educative Supportive Program on Slefcare Behavior and Hematocrit Level among Pregnant Women with Iron Deficiency Anemia. The Journal of Faculty of Nursing Burapha University 2018; 26(4): 40-50.

Cunningham, F. G., Leneno, K. J., Bloom, S. L., Spong , C. Y. Dashe, J.S., Hoffman, B.L., Casey, B.M., & Sheffield, J.S.(2014). Williams obstetrics (24th ed.). New York: McGraw-Hill; 2014.

Pavord S, Daru J, Prasannan N, Robinson S, Stanworth S, Girling J, et al.(2020). UK guidelines on the management of iron deficiency in pregnancy. Br J Haematol; 2020.

ลลิตวดี เตชะกัมพลสารกิจ, กรรณิการ์ กันธะรักษา, นันทพร แสนศิริพันธ์.(2561). วิธีการส่งเสริมการป้องกันภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์: การทบทวนอย่างเป็นระบบ. พยาบาลสาร 2561; 45(1): 62-74.

World Health Organization.(2012). Guideline: daily iron and folic acid supplementation in pregnant women [Internet]. 2012. [cited 2025 Janjuary 9]. Available from: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/books /NBK132263/

สุชีวา ราชูโส.(2566). การเปรียบเทียบประสิทธิผลการรักษาภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ระหว่างการใช้ไตรเฟอร์ดีนกับไตรเฟอร์ ดีนร่วมกับเฟอร์รัสฟูมาเรท โรงพยาบาลบึงกาฬ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 2566; 17(1): 303-312.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร.(2568). สถานการณ์การฝากครรภ์ และภาวะโลหิตจาง ปี 2563 – 2567 จังหวัดชุมพร. ชุมพร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร; 2568.

Kemmis, S., & McTaggart, R.(1988). The action research reader. Geelong. Victoria: Deakin University Press: John Wiley & Son; 1988.

Cohen J.(1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. Hillsdale NJ.: Lawrence Erl¬baum Associate; 1988.

Likert, R. (1967). “The Method of Constructing and Attitude Scale,” in Attitude Theory and Measurement. New York : Wiley & Son.

Bloom, B.(1971). Mastery learning. New York City, New York State, USA: Holt, Rinehart & Winston; 1971.

Becker T. A (1989). supportive-educative telephone program: impact on knowledge and anxiety after coronary artery bypass graft surgery. Heart Lung. 18: 46-55.

วสมัญญา มุขอาษา. (2558). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพโดยการประยุกต์ทฤษฎีการสร้างพลังอำนาจในผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะบวกรายใหม่. วิทยานิพนธ์ สาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

World Health Assembly. (2016). Strengthening integrated, people-centre health services. WHA. 69(24): 20-30.

สมศรี ปลิวมา, หทัยรัตน์ บุษยพรรณพงศ์.(2565). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร. Singburi Hospital Journal 2565; 31(2): 165-179

อัจฉราวดี มั่งจิตร.(2567). ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในโรงพยาบาลแก่งคอย จังหวัดสระบุรี. [อินเตอร์เน็ต]. 2567. [สืบค้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569]. เข้าถึงจาก: https://kkhos.moph.go.th/kkhos/data_office_academic/adcharavadee2024.pdf

Pipatkul, W., Sinsuksai, N., & Phahuwatanakorn, W.(2015). Effects of a nutrition and iron supplement promoting program on iron deficiency anemia in pregnant women. Journal of Nursing Science 2015; 33(1): 69-76. [In Thai].

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

สวัสดิ์ภักดี ร. (2026). การพัฒนารูปแบบส่งเสริมการดูแลภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ที่มารับบริการในสถานบริการสุขภาพ จังหวัดชุมพร. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(2), 217–230. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/294829