ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุชนชาติพันธุ์ไทลื้อ ตำบลสันมะเค็ด อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก, ผู้สูงอายุไทลื้อ, ปัจจัยสัมพันธ์บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจแบบตัดขวาง (Survey Research by Cross-sectional Study) มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก (Oral Health Literacy: OHL) ศึกษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากกับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมดังกล่าว ในกลุ่มผู้สูงอายุชนชาติพันธุ์ไทลื้อ ตำบลสันมะเค็ด อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จำนวน 293 คน
ผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากอยู่ในระดับ ต่ำถึงปานกลาง และมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก อยู่ในระดับไม่ดี การวิเคราะห์ความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติพบว่า สถานภาพสมรส รายได้ โรคประจำตัว พฤติกรรมการเคี้ยวหมาก และระดับความรู้ด้านสุขภาพช่องปาก มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความรู้ด้านสุขภาพช่องปากต่ำมีโอกาสปฏิบัติตนด้านสุขภาพช่องปากไม่ดีกว่าผู้ที่มีความรู้สูงประมาณ 4 เท่า ซึ่งบ่งชี้ว่าความรู้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ ปัจจัยทางสังคมที่อ่อนแอ เช่น สถานภาพหม้าย/หย่าร้าง และรายได้ต่ำ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดูแลสุขภาพช่องปากที่เหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2567). การประเมินผลกระทบและความยั่งยืนของการบริโภคของผู้สูงอายุภายใต้ระบบบำนาญของประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2568 จาก https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/04/article_ 20230929085344.pdf
World Health Organization. (2026, January 26). Healthy diet. World Health Organization. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2568 จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/healthy-diet
รุ่งนภา ทรงศิริพันธุ์. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 5(2), 46-56.
รอซีกีน สาเร๊ะ. (2564). ความรอบรู้ด้านทันตสุขภาพกับการดูแลสุขภาพช่องปากของวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดยะลา. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 3(3), 27-39.
Nutbeam, D. (2000) Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health educationand communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267
Murphy, P. K., & Firetto, C. M. (2018). Quality Talk: A blueprint for productive talk. In P. K. Murphy (Ed.), Classroom discussions in education: Promoting productive talk about text and content (pp. 101–134). New York, NY: Routledge.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย. (2567). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ HDC. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2568 จาก https://hdc.moph.go.th/cri/public/standard-report-detail/9a40129f2df2a139b7eb03dc9f684a6d
Krejcie, R.V. and Morgan, D.W. (1970) Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.
Smith, E.N., Romero, C., Donovan, B., Paunesku, D., Herter, R., Cohen, G., Dweck, C., & Gross, J. (in press). Emotion Theories and Adolescent Well-Being: Results of an Online Intervention. Emotion.
วิไลวรรณ คมขำ และคณะ. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง ที่มีระดับความเสี่ยงสูง ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 5(2), 44–56.

