ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะ Fanconi Syndrome ในผู้ป่วย HIV ที่ได้รับยา Tenofovir Disoproxil Fumarate โรงพยาบาลพะเยา : การศึกษาเชิงสังเกตแบบติดตามย้อนหลัง
คำสำคัญ:
Fanconi Syndrome, Tenofovir Disoproxil Fumarate, HIV, Proximal Renal Tubulopathy, ความเป็นพิษต่อไตบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจแบบติดตามย้อนหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกของภาวะ Fanconi Syndrome หรือความผิดปกติของท่อไตส่วนต้น และวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะดังกล่าวในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยา Tenofovir Disoproxil Fumarate (TDF) ณ โรงพยาบาลพะเยา ศึกษาจากข้อมูลเวชระเบียนและฐานข้อมูลบริการผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และได้รับสูตรยาต้านไวรัสที่มี TDF เป็นส่วนประกอบต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะ Fanconi Syndrome/Proximal Renal Tubulopathy (PRT) ด้วยการถดถอยโลจิสติกแบบตัวแปรเดียวและแบบพหุตัวแปรจำกัดจำนวนตัวแปร
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์วิเคราะห์มีจำนวน 2,003 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 1,107 ราย ร้อยละ 55.1 อายุมัธยฐาน 47 ปี พิสัยควอไทล์ 37–53 ปี มีดัชนีมวลกายมัธยฐาน 21.27 กิโลกรัมต่อตารางเมตร พิสัยควอไทล์ 19.30–23.73 มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างน้อย 1 โรค จำนวน 652 ราย ร้อยละ 32.5 โดยพบโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 25.9 และเบาหวาน ร้อยละ 10.6 ผู้ป่วยที่ได้รับ TDF นานมากกว่า 36 เดือนมีจำนวน 1,503 ราย ร้อยละ 75.0 ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีข้อมูล creatinine ร้อยละ 96.9, eGFR ร้อยละ 89.6, urine protein/urine sugar ร้อยละ 66.9, serum uric acid ร้อยละ 31.0 และ serum phosphorus ร้อยละ 28.5 ความผิดปกติที่พบ ได้แก่ proteinuria ร้อยละ 8.4, hypophosphatemia ร้อยละ 2.8 และ normoglycemic glycosuria ร้อยละ 0.7 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ Fanconi Syndrome/PRT จำนวน 30 ราย คิดเป็นความชุกร้อยละ 1.5 ปัจจัยที่สัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญจากการวิเคราะห์พหุตัวแปรจำกัด ได้แก่ เพศชาย (Adjusted OR 3.87, 95%CI 1.61–9.33, p=0.003), การมีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างน้อย 1 โรค (Adjusted OR 4.21, 95%CI 1.91–9.25, p<0.001) และระยะเวลาได้รับ TDF มากกว่า 36 เดือน (Adjusted OR 4.15, 95%CI 1.42–12.10, p=0.009)
เอกสารอ้างอิง
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
Phuphuakrat A, Pasomsub E, Chantratita W, Mahasirimongkol S, Disthabanchong S, Sungkanuparph S, et al. Risk factors of renal tubular dysfunction in Thai people living with HIV receiving tenofovir disoproxil fumarate. J Int Assoc Provid AIDS Care. 2022;21:23259582221134751.
Liatsou E, Tatouli I, Mpozikas A, Pavlou MM, Gakiopoulou H, Ntanasis-Stathopoulos I, et al. Tenofovir-induced Fanconi syndrome presenting with life-threatening hypokalemia: review of the literature and recommendations for early detection. J Clin Med. 2023;12(22):7178.
Srisopa S, Kornjirakasemsan A, Treebupachatsakul P, Sonthisombat P. Incidence and risk factors of tenofovir disoproxil fumarate induced nephrotoxicity and renal function recovery, a hospital case-control study. Infect Chemother. 2023;55(2):226–236.
อุดมลักษณ์ จันทร์วงศ์, ปฐวี เดชชิต, นพดล ชลอธรรม, นันทวรรณ กิติกรรณากรณ์. การศึกษาผลการใช้ตัวส่งสัญญาณค้นหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่อไตจากการใช้ทีโนโฟเวียร์ ไดโซโพรซิล ฟูมาเรต. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล. 2566;33(2):112–129.
ฉัตราภรณ์ ชุ่มจิต. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ทางไตของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัส Tenofovir disoproxil fumarate ณ โรงพยาบาลดำเนินสะดวก. ไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ. 2564;16(3):219–227.
สิริลักษณ์ จันเทร์มะ, อนิวัต ชุมนิรัตน์, นฤมล อนุมาศ, วารณี ธีระกุล, อภิรดี แซ่ลิ่ม. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะไตเสื่อมในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัส. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2565;31(3):482–490.
Mattioli I, Bettiol A, Crescioli G, Bonaiuti R, Mannaioni G, Vannacci A, et al. Hospitalisations related to the combination of ACE inhibitors and/or angiotensin receptor blockers with diuretics and NSAIDs: a post hoc analysis on the risks associated with triple whammy. Healthcare. 2023;11(2):238.
เชิดชัย สุนทรภาส, ภิรุญ มุตสิกพันธุ์, รัชฎาพร สุนทรภาส. ปัจจัยเสี่ยงของความเป็นพิษต่อไตในผู้ป่วยที่ได้รับยาทีโนโฟเวียร์ไดโซพรอกซิลฟูมาเรท ณ โรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล. 2566;33(2):102–111.
Visuthranukul J, Rattananupong T, Phansuea P, Hiransuthikul N. Incidence rate and time to occurrence of renal impairment and chronic kidney disease among Thai HIV-infected adults with tenofovir disoproxil fumarate use. Open AIDS J. 2021;15(1):73–80.
Riley RD, Ensor J, Snell KIE, Harrell FE Jr, Martin GP, Gould AL, Moons KGM, Collins GS. Calculating the sample size required for developing a clinical prediction model. BMJ. 2020;368:m441.
Efthimiou O, Seo M, Chalkou K, Debray T, Egger M, Salanti G. Developing clinical prediction models: a step-by-step guide. BMJ. 2024;386:e078276.

