ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อการรับรู้และพฤติกรรมป้องกันโรคความดันโลหิตสูงของ กลุ่มเสี่ยง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • อุบลวรรณ ทองทัพไทย นักศึกษาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • วาริณี เอี่ยมสวัสดิกุล สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช Corresponding Author : warineei@yahoo.com
  • ชื่นจิตร โพธิศัพท์สุข สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช Corresponding Author : warineei@yahoo.com

คำสำคัญ:

โปรแกรม, การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, พฤติกรรมป้องกันโรค, โรคความดันโลหิตสูง, กลุ่มเสี่ยง

บทคัดย่อ

      การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้โอกาสที่จะเกิดโรคและความรุนแรงของโรค การรับรู้ประโยชน์และอุปสรรคของพฤติกรรม การรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรม พฤติกรรมป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และความดันโลหิตของกลุ่มทดลองระหว่างก่อนและหลังได้รับโปรแกรม และระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มเปรียบเทียบหลังได้รับโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงทั้งสองเพศ อายุ 35-59 ปี มีความดันโลหิต 130/85-140/90 มิลลิเมตรปรอท เลือกกลุ่มเสี่ยงที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเข้าศึกษาด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายเป็นกลุ่มทดลอง และเลือกกลุ่มเปรียบเทียบให้มีเพศเดียวกัน อายุและความดันโลหิตซิสโตลิกใกล้เคียงกัน กลุ่มละ 29 คน เครื่องมือเก็บข้อมูล ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดดิจิทัล แบบสอบถามผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันโรคความดันโลหิตสูงของกลุ่มเสี่ยง มี 4 ส่วน ได้แก่ (1) ข้อมูลทั่วไป (2) การรับรู้เกี่ยวกับโรคและพฤติกรรม 5 ด้าน (3) พฤติกรรมรับประทานอาหาร (4) พฤติกรรมออกกำลังกาย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา สถิติทดสอบที สถิติทดสอบวิลคอกซันซายน์แรงค์ สถิติทดสอบแมนวิทนีย์ยู และสถิติทดสอบแอนโควา

      ผลการวิจัย พบว่า หลังได้รับโปรแกรม กลุ่มทดลองมีการรับรู้โอกาสที่จะเกิดโรค การรับรู้ความรุนแรงของโรค การรับรู้ประโยชน์ของพฤติกรรม การรับรู้ความสามารถตนเองในการปฏิบัติพฤติกรรม พฤติกรรมป้องกันโรคความดันโลหิตสูง พฤติกรรมรับประทานอาหารและออกกำลังกาย สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมและกลุ่มเปรียบเทียบ มีการรับรู้อุปสรรคของพฤติกรรมและความดันโลหิตต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมและกลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. (2023). Global report on hypertension: The race against a silent killer. Retrieved from https://www.who.int/publications/i/item/9789240081062

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2564). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พ.ศ. 2564. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เขตสุขภาพที่ 10. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองกินเพล. (2568). รายงานข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2568. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองกินเพล.

นพวรรณ เปียซื่อ. (2563). หน่วย 8 การพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรังกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบบ่อยในชุมชน. ใน ประมวลสาระชุดวิชา 89706 การพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชน (พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

Guyton, A. C., & Hall, J. E. (2021). Textbook of medical physiology (14th ed.). Elsevier.

Becker, M. H. (1988). The health belief model and personal health behavior. In M. H. Becker (Ed.), The health belief model and personal health behavior (pp. 1–35). Slack.

แรมจันทร์ ทรงทอง, วาริณี เอี่ยมสวัสดิกุล และชื่นจิตร โพธิศัพท์สุข. (2566). ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมรับประทานอาหารของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 16(2), 69-86.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี. (2566). สถิติข้อมูลกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง. สืบค้นจาก https://hdcservice.moph.go.th

วันทนา มณีศรีวงศ์กูล. (2564). หน่วย 12 ทฤษฎีทางพฤติกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน. ใน ประมวลสาระชุดวิชา 89701 นโยบายและระบบสุขภาพ ภาวะผู้นำ แนวคิดทฤษฎีงการพยาบาล และบทบาทของพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน (พิมพ์ครั้งที่ 4). นนทบุรี: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

อัญชสา แก้ววังสัน, วาริณี เอี่ยมสวัสดิกุล และชื่นจิตร โพธิศัพท์สุข. (2566). ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมรับประทานอาหารของกลุ่มเสี่ยง โรคความดันโลหิตสูง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 30(3), 85-98.

Bandura, A. (1991). Social cognitive theory of self-regulation. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 248–287. Retrieved from https://doi.org/10.1016/0749-5978(91)90022-L

Baji, Z., Mohammadbeigi, A., Ghaderi, E., & Nazari, M. (2018). The effect of education based on health belief model on nutritional behaviors and weight control in high school girl students. International Journal of Pediatrics, 6(1), 7059–7069. Retrieved from https://doi.org/10.22038/ijp.2017.27030.2327

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ทองทัพไทย อ. ., เอี่ยมสวัสดิกุล ว. ., & โพธิศัพท์สุข ช. . (2026). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อการรับรู้และพฤติกรรมป้องกันโรคความดันโลหิตสูงของ กลุ่มเสี่ยง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(2), 297–309. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/296715