การประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมช่วยเหลือในการเพิ่มการมาตามนัดและความสม่ำเสมอ ในการรักษาด้วย ART ในผู้ป่วยใช้สารเสพติดร่วมกับติดเชื้อ HIV ขาดนัด ณ คลินิกพิเศษ โรงพยาบาลสังคม
คำสำคัญ:
โปรแกรมช่วยเหลือแบบบูรณาการ, ผู้ป่วยใช้สารเสพร่วมกับติดเอชไอวี, ความร่วมมือในการรักษาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมช่วยเหลือในการเพิ่มอัตราการมาตามนัดและการปฏิบัติตามการรักษาด้วยยาต้านไวรัส (ART) ของผู้ป่วยใช้สารเสพติดร่วมกับติดเชื้อเอชไอวี โดยศึกษา ในกลุ่มตัวอย่าง 45 คน ที่มีประวัติขาดนัดในรอบ 12 เดือน โปรแกรมประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก: แจ้งเตือนนัดหมาย, ให้คำปรึกษา, สนับสนุนทางออนไลน์ และติดตามผลทางคลินิก ระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ Paired t-test
ผลการศึกษา พบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรม ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการมาตามนัดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 51.11 ±0.50 เป็น 93.33 ±0.25 และการปฏิบัติตามการรักษาเพิ่มขึ้นจาก 75.56 ± 0.43 เป็น 97.78 ±0.15 (p < 0.001) ด้านผลลัพธ์ทางสุขภาพ พบว่าค่าเฉลี่ย CD4 เพิ่มขึ้นจาก 436.96 ±202.17 เป็น 552.84 ±209.61 เซลล์/ลบ.มม. ขณะที่ระดับ Viral Load ลดลงจาก 6.37 เป็น 1.22 copies/mL (p = 0.002) นอกจากนี้ ผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก ลดลงจากร้อยละ 33.33 เหลือร้อยละ 11.11
เอกสารอ้างอิง
ศรีราช ช. พฤติกรรมการกินยาต้านไวรัสของผู้ติดเชื้อเอชไอวี. [วิทยานิพนธ์]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2559.
กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผลการดำเนินงานด้านการรักษาด้วยยาต้านไวรัส พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
วงศ์ชัย อ. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการขาดนัดในผู้ป่วย HIV ในโรงพยาบาลภูเก็ต. วารสารวิจัยสาธารณสุข. 2563;22(4):95-101.
สูตรสุวรรณ ร. การพัฒนารูปแบบการดูแลพฤติกรรมสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัส งานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครพนม. วารสารโรงพยาบาลนครพนม. 2563;7(2):16-27.
กรมควบคุมโรค. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์; 2566.
พิณทอง พ. ประสิทธิผลของการใช้ระบบแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือต่อพฤติกรรมการมาตามนัดและผลการรักษาในผู้ติดเชื้อเอชไอวี. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2561;27(4):685-94. 7. World Health Organization. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment, service delivery and monitoring: recommendations for a public health approach. Geneva: WHO Press; 2023.
หวังมุขกลาง ก, จันทะมน ก, ธีรโชติวัฒนา ไ, อันปัญญา จ, ธารณธนบูลย์ ว, ศรีราช ช, และคณะ. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีของผู้ติดเชื้อเอชไอวีวัยผู้ใหญ่. นครราชสีมา: โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ; 2567.
Hinkin CH, Barclay TR, Castellon SA, Fidelin W, Moore DJ, Rivera Mindt M, et al. Drug use and medication adherence among HIV-1 infected individuals. AIDS Behav. 2007;11(2):185-94.
เลิศสาครศิริ ม, ชัยพิบาลสฤษฎ์ พ. การใส่ใจตนเอง สมรรถนะตนเอง คุณค่าของตนเอง และการจัดการอาการของผู้ติดเชื้อเอชไอวี. วารสารพยาบาลไทย. 2556;63(3):22-8.
Moucheraud C, Hoffman RM, Beith A, Mundy G, Jere E. Quality of antiretroviral therapy adherence counseling: a study of healthcare providers and patients in Malawi. AIDS Care. 2019;31(11):1358-65.
Holtzman CW, Shea JA, Glanz K, Jacobs LM, Gross R, Hines J, et al. Barriers and facilitators to retention in HIV care. AIDS Patient Care STDS. 2015;29(2):81-90.

