การพัฒนารูปแบบการดูแลและป้องกันการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อ การก่อความรุนแรง อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด, การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ, การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลและป้องกันการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง พื้นที่ตำบลหนองแปน อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ดำเนินการเดือนตุลาคม 2568 ถึง มีนาคม 2569 กลุ่มตัวอย่างคือ ภาคีเครือข่ายงานจิตเวชและยาเสพติด 53 คน ผู้ดูแล 10 คน และผู้ป่วย SMI-V 10 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถาม แนวคำถามการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง แบบบันทึกเหตุการณ์ความรุนแรง แบบวัดความรู้ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test
ผลการศึกษาพบปัญหา ผู้ป่วยขาดยาและกลับไปใช้สารเสพติด ครอบครัวขาดความรู้และทักษะการเฝ้าระวัง การดูแลในชุมชนขาดความต่อเนื่อง การติดตามหลังจำหน่ายไม่ครอบคลุม และสภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นปัจจัยกระตุ้นความรุนแรง รูปแบบที่พัฒนาขึ้นคือ “รูปแบบ 3 ประสานเพื่อชุมชนปลอดภัย” ประกอบด้วยทีมบุคลากรทางการแพทย์ เครือข่ายชุมชน และทีมเผชิญเหตุวิกฤติ ผ่าน 4 ขั้นตอน คือ การจัดทำฐานข้อมูล, การเฝ้าระวังเชิงรุก การจัดการในระบบบริการ และการติดตามต่อเนื่อง ผลการศึกษาพบว่าภาคีเครือข่ายมีคะแนนความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (t=-10.206, p<0.001) ความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรงในผู้ป่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (t=8.430, p<0.001) ไม่พบเหตุการณ์ความรุนแรงและอัตราการกลับเข้ารับการรักษาซ้ำ โดยมีความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.46, S.D.=0.56)
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Mental disorders: key facts [Internet]. 2022[Retrieved January 24th, 2025]. Available from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mental-disorders
National Institute of Mental Health. Prevalence of Serious Mental Illness (SMI) [Internet]. 2022[Retrieved January 24th, 2025]. Available from https://www.nimh.nih.gov/health/statistics/mental-illness#part_2541
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. มาตรฐานการปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง. กรุงเทพมหานคร: บริษัท บียอนด์ พับลิซซิ่ง จำกัด;2566.
กรองจิต วลัยศรี. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน 2566,8(3),909-917.
พิณณรัฐ ศรีหารักษา. การดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่มีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง โดยการใช้การจัดการรายกรณีแบบมีส่วนร่วมในชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร: กรณีศึกษาตำบลขมิ้น อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2566,8(1),436-447.
ณัฐพณ บุตตะโยธี. กระบวนการป้องกันการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยจิตเภทโดยชุมชนมีส่วนร่วมกับทีมสหวิชาชีพ โรงพยาบาลโกสุมพิสัย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ตุลาคม 2563-มีนาคม 2564, 5(9),77-88.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรงสำหรับสถาบัน/โรงพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต. กรุงเทพฯ: บริษัท พรอส เพอรัสพลัส จำกัด; 2563.
ณัฎฐ์ณพัชร์ อ่อนตาม. เทคนิคการบริหารงานแบบ PDCA (Deming Cycle). วาสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย 2562,1(3),39-46.
McLeroy KR, Bibeau D, Steckler A, & Glanz K. An ecological perspective on health promotion programs. Health Education Quarterly 1988,15(4),351-377.
Stokols D. Translating social ecological theory into guidelines for community health promotion. American Journal of Health Promotion 1996,10(4),282-298.
ปรียาภัสสร์ เหล็กเพชร, กฤษฎา เหล็กเพชร, จันทิมา นวะมะวัฒน์. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยโรคจิตเวชอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารวิจัยสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2567,6(1),164-177.
Thornicroft G, & Tansella M. Components of a modern mental health service: a pragmatic balance of community and hospital care: overview of systematic evidence. Br Psychiatry 2004,185,283-290.
ศรุตา ช่อไสว. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 2568,22(3),231-245.

