การพัฒนาโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มี ความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา จังหวัดยโสธร

ผู้แต่ง

  • อัจฉราวดี บุญทศ ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทางการพยาบาล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • จิตภินันท์ ศรีจักรโคตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาจารย์สาขาวิชาการศึกษาวิจัยและบริหารการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

โปรแกรมเพิ่มสมรรถนะ, พยาบาลวิชาชีพ, ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด, ความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

บทคัดย่อ

      การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (Serious Mental Illness with High Risk to Violence: SMI-V) และเปรียบเทียบสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย SMI-V ก่อนและหลังการได้รับโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 12 คน ในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ใช้กรอบแนวคิดวิจัยเชิงปฏิบัติการของ Kemmis & McTaggart (1990) เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย SMI-V 7 ด้าน 40 ข้อ ค่าความเชื่อมั่น Cronbach's alpha เท่ากับ 0.958 ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 1.00 และแบบสังเกตทักษะการปฏิบัติ 7 ด้าน 34 ข้อ ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) เท่ากับ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติ Wilcoxon matched pairs signed rank test และข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

      ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมเพิ่มสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย SMI-V โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ประกอบด้วยกระบวนการพัฒนา 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นตอนการวางแผน (Planning) วิเคราะห์สถานการณ์และสภาพปัจจุบันโดยการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึกและทบทวนอุบัติการณ์ความเสี่ยงโดยวิธี Root Cause Analysis พบว่าพยาบาลวิชาชีพยังขาดความรู้และทักษะในการประเมินความเสี่ยงต่อความรุนแรง การใช้เทคนิค De-escalation และการจัดการผู้ป่วย SMI-V อย่างเป็นระบบ จึงร่วมกันออกแบบโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะ ประกอบด้วยการอบรมภาคทฤษฎี 2 วัน และการฝึกภาคปฏิบัติแบบนิเทศรายบุคคล 5 วัน 2) ขั้นตอนการปฏิบัติตามแผน (Action) นำโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นไปปฏิบัติในรูปแบบผสมระหว่างออนไลน์และออนไซต์ โดยพยาบาลผู้พัฒนาสมรรถนะทำหน้าที่สาธิต กำกับติดตาม และให้ข้อมูลป้อนกลับทันทีในหน้างานจริง 3) ขั้นตอนการสังเกตและประเมินผล (Observation and Evaluation) พบว่าพยาบาลวิชาชีพมีสมรรถนะโดยรวมภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 (Z = −2.824, p = 0.002) โดยด้านที่มีพัฒนาการสูงสุด คือ ด้านความรู้ (Z = −2.934, p = 0.001) รองลงมาคือ ด้านการปฏิบัติการพยาบาลจิตเวช (Z = −2.845, p = 0.002) ด้านบุคลิกภาพ (Z = −2.223, p = 0.024) และด้านทักษะทางปัญญา (Z = −2.312, p = 0.018) และภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม พยาบาลมีทักษะการปฏิบัติด้านการสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพ อยู่ในระดับสูงมากที่ค่าเฉลี่ย 2.94 และด้านการจัดการสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ป่วย อยู่ในระดับสูงที่ค่าเฉลี่ย 2.71 4) ขั้นตอนการสะท้อนข้อมูล (Reflection) อภิปรายผลลัพธ์และร่วมกันพัฒนาเป็นโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย SMI-V ที่สามารถนำมาใช้ในบริบทของโรงพยาบาลชุมชนที่ไม่มีหอผู้ป่วยจิตเวชเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิผล

เอกสารอ้างอิง

Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Geelong: Deakin University Press; 1990.

World Health Organization. World mental health report: transforming mental health for all. Geneva: WHO; 2024. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240049338

กรมสุขภาพจิต. รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2567.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร. รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยจิตเวช จังหวัดยโสธร ประจำปี 2566. ยโสธร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร; 2566.

งานคุณภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา. รายงานการวิเคราะห์อุบัติการณ์ความรุนแรงในผู้ป่วยจิตเวชประจำปี พ.ศ. 2566. ยโสธร: โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา; 2566.

Sivak K, Huws JC, Patel MX. Workplace violence against psychiatric nurses: a systematic review of prevalence, risk factors, and interventions. J Psychiatr Ment Health Nurs. 2023;30(2):285-298.

Benner P. From novice to expert: excellence and power in clinical nursing practice. Menlo Park, CA: Addison-Wesley; 1984.

Brown S, Garland A, Bowers L, Dickens G, Nadkarni R. Systematic review of competency frameworks for mental health nurses working with aggressive patients. Int J Nurs Stud. 2017;76:82-95.

กุลรัตน์ แสวงหา. การวิเคราะห์สมรรถนะที่จำเป็นของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูง. วารสารพยาบาลจิตเวชไทย. 2566;15(2):45-62.

นิตยา สินธุ์ภูมิ, และคณะ. ผลของโปรแกรมการอบรมต่อความรู้ ทัศนคติ และความเชื่อมั่นของบุคลากรในการจัดการผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีพฤติกรรมรุนแรง โรงพยาบาลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. 2567;38(2):45-60.

ขัติยา แก้วสมบัติ, สุภาภรณ์ ใจดี, วิรัช สุขเจริญ. ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงในโรงพยาบาลชุมชน. วารสารสุขภาพจิตชุมชน. 2567;12(3):78-95.

ชมรมเครือข่ายพยาบาลจิตเวชกรมสุขภาพจิต. คู่มือบริหารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2563.

Yudofsky SC, Silver JM, Jackson W, Endicott J, Williams D. The Overt Aggression Scale for the objective rating of verbal and physical aggression. Am J Psychiatry. 1986;143(1):35-39. doi:10.1176/ajp.143.1.35.

Knowles MS, Holton EF, Swanson RA. The adult learner: the definitive classic in adult education and human resource development. 8th ed. London: Routledge; 2015.

Osaka K, Blaquera AP, Soriano K, Betriana F, Kataoka M, Tanioka T. In-service education for psychiatric nurses based on the technological competency as caring in nursing theory. Celebes Nurs J. 2024;1(2):116-128.

Maguire T, McKenna B, Daffern M. Best practice in aggression risk assessment training. J Psychiatr Ment Health Nurs. 2022;29(3):350-362.

กัลยา วาณิชย์บัญชา. สถิติสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.

Winokur E, Zamil T, Loucks J, Munoz K, Rutledge DN. Hospital nurse competency to care for patients with behavioral health concerns: a follow-up study. J Nurses Prof Dev. 2022;38(2):71-75.

Manitkul N, Thummathai K, Bhatarasakoon P. Factors related to evidence-based practices among mental health nurses in Thailand: a cross-sectional study. Nurs Rep. 2024;14(4):3084-3096.

Lincoln YS, Guba EG. Naturalistic inquiry. Beverly Hills, CA: SAGE Publications; 1985.

Polit DF, Beck CT. The content validity index: are you sure you know what's being reported? Critique and recommendations. Res Nurs Health. 2006;29(5):489-497. doi:10.1002/nur.20147.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

Hair JF, Black WC, Babin BJ, Anderson RE. Multivariate data analysis. 7th ed. Upper Saddle River, NJ: Pearson Prentice Hall; 2010.

Fukada M. Nursing competency: definition, structure and development. Yonago Acta Med. 2018;61(1):1-7. doi:10.33160/yam.2018.03.001.

กัลยา วาณิชย์บัญชา. สถิติสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.

กรมสุขภาพจิต. คู่มือระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V). กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2563.

กรมสุขภาพจิต. มาตรฐานการปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (V-Care SOPs). กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2566.

ชมรมเครือข่ายพยาบาลจิตเวชกรมสุขภาพจิต. คู่มือบริหารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2563.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

บุญทศ อ. ., & ศรีจักรโคตร จ. . (2026). การพัฒนาโปรแกรมเพิ่มสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มี ความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา จังหวัดยโสธร. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(2), 1602–1611. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/297491