การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองผ่านกลไกสถานีสุขภาพในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้, การจัดการตนเอง, สถานีสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองผ่านกลไกสถานีสุขภาพ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568 รวมระยะเวลา 6 เดือน กลุ่มตัวอย่างในระยะพัฒนาโปรแกรม คือ ทีมสหวิชาชีพ จำนวน 10 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 10 คน และกลุ่มตัวอย่างในระยะประเมินผล คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ (HbA1c 7-9%) อายุ 35-65 ปี จำนวน 60 ราย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสุขภาพ แบบประเมินพฤติกรรม แบบบันทึกค่า HbA1c และระดับน้ำตาลในเลือด แบบประเมินคุณภาพชีวิต และแบบประเมินความพึงพอใจ
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการใช้โปรแกรมฯ ครบ 12 สัปดาห์ คะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองโดยรวมของกลุ่มตัวอย่าง (n=60) อยู่ในระดับดี เฉลี่ย 80.44 ± 15.76 คะแนน โดยด้านการควบคุมอาหารมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด 41.25 ± 5.32 คะแนน รองลงมาคือด้านการใช้ยา 34.60 ± 2.10 คะแนน ด้านการติดตามระดับน้ำตาลในเลือด 31.15 ± 6.45 คะแนน ด้านการออกกำลังกาย 29.80 ± 8.15 คะแนน และด้านการจัดการความเครียด 28.40 ± 5.80 คะแนน ตามลำดับ ด้านระดับน้ำตาลในเลือดสะสม (HbA1c) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 8.09 ± 1.20 เป็น 7.19 ± 1.08 (Mean Difference = 0.92, t = 5.39, df = 54, p < .001) ด้านคุณภาพชีวิตของกลุ่มตัวอย่างโดยรวมอยู่ในระดับดี เฉลี่ย 4.17 คะแนน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในระดับดีมาก เฉลี่ย 4.48 ± 0.74 รองลงมาคือด้านจิตใจ 4.17 ± 0.92 ด้านร่างกาย 3.94 ± 0.96 และด้านความสัมพันธ์ 3.89 ± 1.14 ตามลำดับ และความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างต่อโปรแกรมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เฉลี่ย 4.47 ± 0.67
เอกสารอ้างอิง
International Diabetes Federation. (2019). IDF diabetes atlas (9th ed.).
International Diabetes Federation. (2025). IDF diabetes atlas (11th ed.).
Kanfer, F. H., & Gaelick, L. (1986). Self-management methods. In F. H. Kanfer & A. P. Goldstein (Eds.), Helping people change: A textbook of methods (3rd ed., pp. 283-345). Pergamon Press.
World Health Organization. (2002). Innovative care for chronic conditions: Building blocks for action. https://iris.who.int/handle/10665/42500
กรมควบคุมโรค. (2568). แนวทางการดำเนินงานสถานีสุขภาพ (Health Station). กระทรวงสาธารณสุข. https://www.ddc.moph.go.th/dncd/journal_detail.php?publish=16814
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center: HDC). https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/
นิพพาภัทร์ สินทรัพย์. (2567). การพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2: กรณีศึกษา. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 8(1), 1-13. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/view/266451
วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ, และวราภรณ์ เสถียรนพเก้า. (2564). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/5425
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2556). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม (พิมพ์ครั้งที่ 8). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แสงดาว สุขสวัสดิ์. (2568). ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้สถานีสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ในอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 7(2).
อาคม รัฐวงษา. (2563). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 5(2), 124-133. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej
จันทิมา นวะมะวัฒน์. (2567). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ในเขตพื้นที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร. วารสารแพทย์เขต 4-5, 43(4), 609–623.
ภาคภูมิ อินทร์ม่วง, ยุพิน หิรัญพัต, สิริวิภา โรจนรัตนางกูร, โชติมณี เรืองกลิ่น และอารยา ฉัตรธนะพานิช. (2568). การพัฒนารูปแบบการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เครือข่ายบริการสุขภาพเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(2), 38–55.
พัชสุดา ไชยสัตย์. (2568). ประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลเบญจลักษ์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ.
พันธ์ทิพย์ ศรีตะบุตร. (2567). ผลของการประยุกต์ใช้โปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลโพนพิสัย. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(5), 628–636. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/3458
เพ็ญนภา บุญพุฒ. (2568). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับการใช้สมุดบันทึกสุขภาพต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี, 13(1), 34–50.
Changsieng, P., Pichayapinyo, P., Lagampan, S., & Lapvongwatana, P. (2023). Implementation of self-care deficits assessment and a nurse-led supportive education program in community hospitals for behavior change and HbA1c reduction: A cluster randomized controlled trial. Journal of Primary Care & Community Health, 14, 21501319231181106.
Ferrer, R. L., Carrasco, N., Santos, M. G., Guzman, D., & Mendenhall, E. (2024). A community health worker led diabetes self-management education program: Reducing patient and system burden. BMC Primary Care.
Khapre, M., Sinha, S., Gupta, A., Anand, T., & Bairwa, M. (2023). Effectiveness of diabetes self-management education on distress and HbA1C among Indian type 2 diabetes mellitus patients: A randomized controlled trial. Indian Journal of Community Medicine, 48(5), 702–708.
Pasqualotto, E., Blaszczak, A., Ruiz, H. H., & Khawandanah, J. (2024). The effectiveness of diabetes self-management education and support interventions on glycemic levels among people living with type 2 diabetes in low- and middle-income countries: A systematic review and meta-analysis. Frontiers in Clinical Diabetes and Healthcare.
Yeh, T.-C., Wu, C.-S., Chen, L.-Y., Lin, C.-Y., & Lin, Y.-C. (2025). Community-based intelligent blood glucose management for older adults with type 2 diabetes based on the health belief model: Randomized controlled trial.

